ข้อ ๒ อุปกรณ์ต่อพ่วงของรถต้องมีคุณลักษณะ ระบบการทำงาน และสมรรถนะ ดังต่อไปนี้
(๑) มีลักษณะ ขนาด ระบบการทำงาน และสมรรถนะ ตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ ภาคผนวก ๒ ภาคผนวก ๓ หรือภาคผนวก ๔ หรือเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ ข้อกำหนดที่ ๕๕ ว่าด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วงเชิงกลสำหรับยานยนต์ อนุกรม ๐๑ (United
Nations Economic
Commission for
Europe Regulation
No. ๕๕ - The Approval of
Mechanical Coupling
Components of
Combinations of
Vehicles, Series ๐๑) หรือสูงกว่า หรือเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วงเชิงกล สำหรับยานยนต์ มอก. ๒๓๐๗ - ๒๕๔๙ หรือสูงกว่า
กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นสำหรับรถที่มีลักษณะการใช้งานเฉพาะกิจ อุปกรณ์ต่อพ่วงของรถนั้นอาจมีขนาดไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ ภาคผนวก ๒ ภาคผนวก ๓ หรือภาคผนวก ๔ ได้
(๒) ผ่านการทดสอบความแข็งแรงและการทำงานตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๕ จากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับจากกรมการขนส่งทางบก เว้นแต่อุปกรณ์ต่อพ่วงนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ ข้อกำหนดที่ ๕๕ ว่าด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วงเชิงกลสำหรับยานยนต์ อนุกรม ๐๑ (United Nations Economic Commission for Europe Regulation No. ๕๕ - The Approval of Mechanical Coupling Components of Combinations of
Vehicles, Series ๐๑) หรือสูงกว่า หรือเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่าด้วยอุปกรณ์ต่อพ่วงเชิงกลสำหรับยานยนต์ มอก. ๒๓๐๗ - ๒๕๔๙ หรือสูงกว่า ให้ได้รับยกเว้นการทดสอบ แต่ต้องยื่นรายละเอียดของอุปกรณ์ต่อพ่วงและหนังสือรับรองผลการทดสอบ พร้อมชื่อและที่อยู่ของหน่วยงานที่ทำการทดสอบประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ
หน่วยงานตามวรรคหนึ่งต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทดสอบอุปกรณ์ต่อพ่วงด้วย
การทดสอบตามวรรคหนึ่งอาจใช้วิธีจำลองด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer Aided Engineering : CAE) ได้ โดยผลการทดสอบจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐ และได้รับการยอมรับจากกรมการขนส่งทางบกว่ามีคุณภาพเทียบเท่าผลการทดสอบตามภาคผนวก ๕
(๓) อุปกรณ์ต่อพ่วงและส่วนประกอบต้องทำจากเหล็กกล้า หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า
(๔) สามารถทำการต่อพ่วงหรือปลดการต่อพ่วงได้ด้วยคนเพียงคนเดียว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วย
(๕) มีการออกแบบกลไกให้มีการล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติและต้องไม่หลุดหรือปลดล็อกได้เองภายใต้แรงใด ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งานตามปกติหรือการทดสอบ และต้องมีกลไกการล็อกด้วยมืออีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในตำแหน่งปิดล็อกจะต้องมีสปริงเพื่อป้องกันการหลุดหรือปลดล็อก โดยแรงของสปริงที่ใช้เพื่อปิดล็อกอุปกรณ์ ต้องสามารถป้องกันส่วนของอุปกรณ์เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่อาจเปิดหรือปลดล็อกได้เองจากการสั่นสะเทือน และหากสปริงของระบบล็อกอัตโนมัติหรือระบบล็อกด้วยมือตัวใดตัวหนึ่งไม่ทำงานต้องไม่มีผลทำให้อุปกรณ์ต่อพ่วงเปิดหรือปลดล็อกได้
(๖) อุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับรถพ่วงที่มีเพลาตรงกลาง (Center axel trailers) ซึ่งเป็นรถที่มีแขนพ่วง ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ในแนวดิ่งได้อย่างอิสระ และมีเพลาล้อเพลาเดียวหรือหลายเพลาอยู่ในตำแหน่งศูนย์ถ่วงของรถพ่วง เมื่อมีการบรรทุกอย่างสม่ำเสมอเต็มพื้นที่บรรทุก (Uniformly loaded) แรงในแนวดิ่งที่กระทำบนข้อต่อพ่วงต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของน้ำหนักรวมสูงสุด (GVW.) ของรถพ่วงหรือ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วแต่ค่าใดจะน้อยกว่า