ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สรข. 6/2563
เรื่อง การจัดส่งข้อมูลเพื่อการจัดทําสถิติดุลการชําระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ภาคเอกชนที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศทําธุรกรรมการลงทุนในต่างประเทศและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการมีสินทรัพย์และหนี้สินกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศได้กว้างขวางมากขึ้น ทําให้ภาคเอกชนมีทางเลือกในการลงทุนในต่างประเทศได้หลากหลายสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น
ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงจําเป็นต้องสํารวจข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ ข้อมูลการทําธุรกรรมลงทุนระหว่างประเทศ การมีสินทรัพย์และหนี้สินกับต่างประเทศ การกู้ยืมจากต่างประเทศ รวมทั้งการมีสินเชื่อการค้ากับต่างประเทศเพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศที่ครบถ้วนสามารถนําไปจัดทําและเผยแพร่ข้อมูลสถิติดุลการชําระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศได้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังสามารถนําข้อมูลมาใช้ประโยชน์แก่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อใช้ในการประเมินฐานะการเงินของประเทศ วิเคราะห์วางแผน ดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศและกําหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเหมาะสม
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงประกาศฉบับนี้ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดําเนินการสํารวจ การเลือกใช้วิธีการสํารวจ และกลุ่มตัวอย่าง รวมทั้งได้ปรับปรุงแก้ไขแบบสํารวจและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้บุคคลซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และการลงทุนระหว่างประเทศถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 9/2559 เรื่อง การจัดส่งข้อมูลเพื่อการจัดทําสถิติดุลการชําระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ ลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ หรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศ
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
“บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ” หมายถึง บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลําเนาในประเทศไทย
“นิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ” หมายถึง
(1) นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และให้หมายรวมถึงสาขา หรือสํานักงานตัวแทนที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยของนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศด้วย
(2) ห้างหุ้นส่วน หรือกิจการร่วมค้า ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
“ผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ” หมายถึง
(1) บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลําเนาในประเทศอื่นนอกประเทศไทย
(2) นิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในประเทศอื่นนอกประเทศไทย และให้หมายรวมถึงสาขา หรือสํานักงานตัวแทนที่ประกอบธุรกิจในต่างประเทศของนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยด้วย
(3) บุคคลอื่นใดที่มิใช่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ หรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ
“การลงทุนในกิจการโดยผู้ลงทุนจากต่างประเทศ” หมายถึง การที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศถือครองหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิที่มีสิทธิออกเสียง หรือร่วมลงทุนในกิจการในประเทศไทย หรือการจัดตั้งสํานักงานสาขา หรือตัวแทนในประเทศไทย
“การลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ” หมายถึง การที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศถือครองหุ้นสามัญ หรือหุ้นบุริมสิทธิที่มีสิทธิออกเสียงหรือร่วมลงทุนในกิจการในต่างประเทศ หรือการจัดตั้งสํานักงานสาขา หรือตัวแทนในต่างประเทศ
“สินทรัพย์ต่างประเทศ” หมายถึง สินทรัพย์ทางการเงิน เช่น เงินสดและเงินฝาก เงินให้กู้ยืม สินเชื่อการค้า ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาตราสารอนุพันธ์ สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ หรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศมีสิทธิเรียกร้องต่อผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
“หนี้สินต่างประเทศ” หมายถึง ภาระหนี้สินทางการเงิน เช่น เงินรับฝาก เงินกู้ยืม สินเชื่อการค้า ตราสารทุน ตราสารหนี้ สัญญาตราสารอนุพันธ์ หนี้สิน หรือภาระผูกพันอื่น ๆ ที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ หรือนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศมีต่อผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
5.2 การจัดทําและส่งข้อมูล
ให้บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนระหว่างประเทศ ได้แก่
(1) การลงทุนในกิจการโดยผู้ลงทุนจากต่างประเทศ
(2) การลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ
(3) สินทรัพย์ต่างประเทศ หรือหนี้สินต่างประเทศ
(4) การส่งออก หรือนําเข้าสินค้า หรือบริการระหว่างประเทศ
จัดทําและส่งข้อมูลให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อบุคคลดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องรายงาน หรือได้รับแจ้งจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้รายงานข้อมูล ให้จัดทําข้อมูลตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และจัดส่งข้อมูลดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
5.3 ในกรณีที่บุคคลธรรมดาผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศและนิติบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ไม่จัดส่งข้อมูลตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดตามข้อ 5.2 โดยบุคคลดังกล่าวมีเหตุจําเป็นอันสมควรและได้ขอผ่อนผันการจัดส่งข้อมูล ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาผ่อนผันได้ตามที่เห็นสมควร
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับบี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2563
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย