法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 5/2518 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินในคดีสำหรับราชการส่วนกลาง กรมบังคับคดี

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 5 /2518

เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินในคดีสําหรับราชการส่วนกลาง กรมบังคับคดี

เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ฯ จัดแบ่งส่วนราชการในกระทรวงยุติธรรมตั้งกรมบังคับคดีขึ้น และได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมบังคับคดีเฉพาะในส่วนกลาง ออกเป็น 7 กอง คือ. -

1. สํานักงานเลขานุการกรม

2. กองคลัง

3. กองพิทักษ์ทรัพย์

4. กองพิทักษ์ทรัพย์

5. กองจัดการทรัพย์สิน

6. กองดําเนินคดีแพ่งและคดีอาญา

7. สํานักงานวางทรัพย์กลาง

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติราชการ และเพื่ออํานวยความสะดวกรวดเร็วแก่คู่ความและประชาชนผู้มาติดต่อต่อ กับเพื่อเป็นการประสานงานระหว่างกองคลังกับกองต่าง ๆ จึงเห็นสมควรวางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินในคดีสําหรับราชการส่วนกลางของกรมบังคับคดีไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การรับเงิน

เมื่อมีผู้นําเงินมาชําระหรือนําส่งในคดี ในหน้าที่ของส่วนราชการกองใดกองหนึ่ง จะเป็นเงินสด เช็ค ดร๊าฟหรือตั๋วเงินก็ดี ให้หัวหน้ากองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการในเรื่องนั้นจดรายงานการรับเงินนั้นโดยละเอียดว่า เป็นเงินประเภทใด ในคดีใด ของผู้ใด จํานวนเงินเท่าใดและมีเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ แล้วนําผู้ชําระหรือผู้นําส่งเงินพร้อมกับสํานวนและรายงานดังกล่าวไปส่งที่กองคลัง เพื่อกองคลังจะได้รับเงินและออกใบรับเงินให้โดยให้หัวหน้ากอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณีลงนามในใบรับเงินนั้นร่วมกับหัวหน้ากองคลังด้วย ใบรับเงินนั้นให้มีสําเนา 3 ฉบับ ต้นฉบับมอบให้ผู้ชําระเงิน ส่วนสําเนากองคลังเก็บไว้ฉบับหนึ่ง รวมสํานวนไว้ฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งคงไว้เป็นต้นขั้ว

ในกรณีจะต้องตอบรับเงินจากผู้ส่งเงิน ให้หัวหน้ากองคลังเป็นผู้ตอบรับเงิน พร้อมส่งใบเสร็จรับเงิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การจ่ายเงิน

เมื่อมีผู้มาขอรับเงินในคดี ให้ผู้นั้นยื่นคําขอรับเงินต่อหัวหน้ากองผู้มีหน้าที่ดําเนินการในเรื่องนั้นเมื่อได้รับคําสั่งให้จ่ายเงินได้แล้ว ให้ผู้นั้นทําใบรับเงินที่กองคลัง โดยให้กองคลังจัดทําใบสั่งจ่ายให้แก่ผู้รับเงินนั้น ส่วนผู้มีอํานาจและหน้าที่สั่งจ่ายเงินให้เป็นดังนี้

2.1 งานบังคับคดีแพ่ง ให้หัวหน้ากองยึดอายัดและจําหน่ายทรัพย์สิน เป็นผู้มีอํานาจหน้าที่สั่งจ่ายเงินและลงชื่อในใบสั่งจ่ายเงิน

2.2 งานบังคับคดีล้มละลายที่เกี่ยวข้องกับกองพิทักษ์ทรัพย์ ให้หัวหน้ากองพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอํานาจหน้าที่สั่งจ่ายเงินและลงชื่อในใบสั่งจ่ายเงิน

2.3 ส่วนงานกองอื่น ๆ ให้หัวหน้ากองผู้มีหน้าที่ดําเนินการในเรื่องนั้น เป็นผู้มีอํานาจหน้าที่สั่งจ่ายเงินและลงชื่อในใบสั่งจ่ายเงิน

กรณีการสั่งจ่ายเงินจํานวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ให้กองคลังจ่ายเงินโดยเช็คธนาคารแห่งประเทศไทย ให้แก่ผู้รับเงินนั้นถ้าจํานวนเงินต่ํากว่า 1,000 บาท กองคลังจะจ่ายเงินสดหรือเช็คให้ก็ได้

การลงชื่อในเช็คสั่งจ่ายเงินปกติให้หัวหน้ากองคลังฝ่ายหนึ่งลงชื่อร่วมกับรองอธิบดีอีกฝ่ายหนึ่งถ้าหัวหน้ากองคลังหรือรองอธิบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้หัวหน้างานการเงินลงชื่อแทนหัวหน้ากองคลังหรืออธิบดีลงชื่อแทนรองอธิบดีแล้วแต่กรณี

ในกรณีที่จะต้องส่งเงินไปให้ผู้รับเงินโดยมีหนังสือนําส่ง เมื่อหัวหน้ากองผู้มีหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นลงชื่อในใบสั่งจ่ายเงิน แล้วให้หัวหน้ากองคลังจัดการส่งเงินจํานวนนั้นโดยเงินสด เช็ค ธนาณัติหรือดร๊าฟ ไปชําระโดยให้รองอธิบดีลงชื่อในหนังสือนําส่งเงิน หากจะต้องเบิกเงินจากธนาคารให้ปฏิบัติตามข้อ 2 วรรคสาม โดยระบุชื่อหัวหน้ากองคลังหรือผู้ที่หัวหน้ากองคลังมอบหมายเป็นผู้รับเงินตามเช็คเว้นแต่จํานวนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ให้ระบุชื่อหัวหน้ากองคลัง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การส่งสํานวนให้กองคลังคํานวณเงินต่าง ๆ

3.1 เมื่อหัวหน้ากองผู้มีหน้าที่ดําเนินการในเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือบางส่วน พอที่จะให้กองคลังดําเนินการได้เกี่ยวกับบัญชีส่วนแบ่ง บัญชีส่วนเฉลี่ย บัญชีแสดงการรับ - จ่ายเป็นต้น ให้หัวหน้ากองดังกล่าวแจ้งให้หัวหน้ากองคลังทราบ

3.2 การส่งเรื่องให้กองคลังคํานวณเงินส่วนเฉลี่ยทรัพย์ในคดีแพ่งหรือเงินส่วนแบ่งในคดีล้มละลาย หรือบัญชีแสดงการรับ - จ่ายเงิน เป็นต้น ให้หัวหน้ากองที่ส่งเรื่องมายังกองคลังแจ้งผลของการดําเนินคดีนั้นให้กองคลังทราบด้วยว่า ได้ดําเนินคดีเสร็จแล้ว หรือมีงานค้างปฏิบัติอย่างใดบ้างรวมทั้งให้จดแจ้งการรับ การจ่ายเงินระหว่างดําเนินการตามหน้าที่ลงในบัญชีรับจ่ายหน้าสํานวนให้ครบถ้วนเพื่อให้กองคลังดําเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ลงชื่อในบัญชีส่วนเฉลี่ยนหรือบัญชีส่วนแบ่ง ฯลฯ

4.1 เมื่อกองคลังดําเนินการทําบัญชีส่วนเฉลี่ย บัญชีส่วนแบ่ง หรือบัญชีแสดงรายรับจ่ายเสร็จแล้วให้หัวหน้ากองคลังแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องมารับรองบัญชีต่อหัวหน้ากองคลังตามกฎหมายต่อไป และขณะเดียวกันให้ส่งบัญชีดังกล่าวพร้อมสํานวนไปให้หัวหน้ากองยึดอายัดและจําหน่ายทรัพย์สิน หรือหัวหน้ากองพิทักษ์ทรัพย์ตรวจลงชื่อตามข้อ 4.2 และ 4.3 ต่อไปแล้วแต่กรณีให้แล้วเสร็จก่อนวันนัดรับรองบัญชี หากเห็นว่าบัญชีไม่ถูกต้องหรือมีข้อขัดแย้งประการใดให้เสนอเรื่องขอรับคําวินิจฉัยจากอธิบดีโดยไม่ชักช้า

4.2 กรณีการแบ่งเงินส่วนเฉลี่ยในคดีแพ่ง ให้หัวหน้ากองยึดอายัดและจําหน่ายทรัพย์สินเป็นผู้ลงชื่อในบัญชีส่วนเฉลี่ย หรือบัญชีแสดงการรับจ่ายร่วมกับหัวหน้ากองคลังและพนักงานบัญชี

4.3 กรณีการแบ่งเงินทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ให้หัวหน้ากองพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ลงชื่อในบัญชีส่วนแบ่งทรัพย์สิน และบัญชีจํานวนเงินส่วนแบ่งเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายร่วมกับหัวหน้ากองคลังและพนักงานบัญชี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เบ็ดเตล็ด

5.1 ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับแก่สํานักงานวางทรัพย์กลาง ซึ่งมีระเบียบวางไว้โดยเฉพาะแล้ว

5.2 ระเบียบราชการกองหมายและระเบียบราชการกองบังคับคดีล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินให้ลงใช้อยู่ต่อไป นอกจากที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2518

(ลงชื่อ) ชลูตม์ สวัสดิทัต

(นายชลูตม์ สวัสดิทัต)

ผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมบังคับคดี

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 5/2518 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและจ่ายเงินในคดีสำหรับราชการส่วนกลาง กรมบังคับคดี (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d1687524846b65f9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com