法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมบังคับคดี

ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

พ.ศ.2558

โดยที่กรมบังคับคดีได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั่วประเทศเพื่อเป็นทางเลือกในการ ระงับข้อพิพาท ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การดําเนินคดีหรือการบังคับคดีแพ่งเสร็จสิ้นไปโดยรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นผลให้ข้อพิพาทยุติลงด้วยความพึงพอใจของคู่ความช่วยรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ในสังคม รวมทั้งช่วยลดปริมาณการบังคับคดี และเพื่อให้กระบวนการไกล่เกลี่ยของกรมบังคับคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จําเป็นต้องมีหลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่ชัดเจน เหมาะสม เป็นมาตรฐาน จึงจําเป็นต้องออกระเบียบนี้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2558”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

"ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท” หมายความว่า ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี และศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจําหน่วยงานในสังกัดกรมบังคับคดี

"ผู้ไกล่เกลี่ย” หมายความว่า บุคคลซึ่งกรมบังคับคดีมีคําสั่งแต่งตั้งให้ทําหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยไม่ตัดสินชี้ขาดข้อพิพาท

“เจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

“คู่ความ" หมายความว่า ผู้ร้องขอไกล่เกลี่ย คู่กรณีในข้อพิพาท รวมถึงผู้แทนหรือผู้รับมอบอํานาจของบุคคลหรือหน่วยงานนั้น

"คณะกรรมการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ย หมายความว่า คณะบุคคลที่ทําหน้าที่ดําเนินกระบวนการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมบังคับคดีรักษาการตามระเบียบนี้และมีอํานาจออกคําสั่งหรือจัดการให้มีทะเบียนบัญชีสารบบและแบบพิมพ์ขึ้นตามความจําเป็นเพื่อใช้ในงานไกล่เกลี่ย เพื่อให้การปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ส่วน ๑ คุณสมบัติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บุคคลซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ในวันสมัคร

(3) เป็นผู้สําเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางด้านนิติศาสตร์

(4) เป็นบุคคลผู้มีความรู้และมีประสบการณ์ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างน้อย 1 ปี หรือเคยผ่าน การอบรมหลักสูตรการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสถาบันภาครัฐหรือเอกชน อาทิ กรมบังคับคดี สํานักงานศาลยุติธรรม หรือหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานภาคการศึกษา

ข. ลักษณะต้องห้าม

(1) เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว คนไร้ความสามารถ คนเสมือน ไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(2) เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะกระทําผิดอาญา เว้นแต่เป็นโทษ สําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(3) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรค การเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(4) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(5) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ หรือเว้นจากการประกอบวิชาชีพทนายความมาแล้วต่ํากว่า 5 ปี

ส่วน ๒ การแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ประสงค์สมัครเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ให้ยื่นใบสมัครพร้อมแนบเอกสารหลักฐานตามระเบียบกรมบังคับคดีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อดําเนินการคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบังคับคดีกําหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ไกล่เกลี่ยที่ได้รับการแต่งตั้ง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ทําการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ดําเนินการให้คู่กรณีตกลงยินยอมผ่อนผันให้แก่กัน โดยอาจให้คู่กรณีเสนอทางเลือก หรือเป็นผู้เสนอทางเลือกให้แก่คู่กรณีพิจารณาเพื่อยุติข้อพิพาท แต่ห้ามมิให้ ผู้ไกล่เกลี่ยชี้ขาดข้อพิพาท

(2) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามที่ส่วนราชการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้หัวหน้าหน่วยงานที่ผู้ไกล่เกลี่ยไปปฏิบัติหน้าที่ จัดให้มีการประเมินผู้ไกล่เกลี่ยประจําปีงบประมาณตามแบบที่กรมบังคับคดีกําหนด

ส่วน ๓ การพ้นจากหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ไกล่เกลี่ยพ้นจากหน้าที่

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) มิได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อเมื่อครบกําหนดระยะเวลาตามคําสั่งแต่งตั้ง

(4) บกพร่องต่อหน้าที่หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่

(5) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5

(5) กระทําผิดหรือฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้ไกล่เกลี่ยตามข้อ 24 อย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงตาม ข้อ 10 (1) และ (2) ให้หัวหน้าศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทํารายงานเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อมีคําสั่งให้พ้นจากหน้าที่ต่อไป

ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงตาม ข้อ 10 (4) (5) และ (6) ให้หัวหน้าศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังคําชี้แจงของผู้ไกล่เกลี่ยที่เกี่ยวข้อง เสร็จแล้วให้ทํารายงานเสนอพร้อมความเห็น ต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อมีคําสั่ง หรืออธิบดีกรมบังคับคดีเห็นสมควรนําเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บริหาร งานศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี เพื่อพิจารณาให้ความเห็น ก่อนอธิบดีกรมบังคับคดีมีคําสั่ง

ในกรณีที่อธิบดีกรมบังคับคดีเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการกระทําผิดหรือฝ่าฝืนจริยธรรมของ ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างไม่ร้ายแรงหรือมีเหตุอื่นใดอันสมควร อาจให้ตักเตือนผู้ไกล่เกลี่ยนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททุกแห่ง โดยมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) รับแจ้งข้อมูล คัดกรอง บันทึกรายละเอียด พิจารณาแนวทางการให้คําแนะนําความช่วยเหลือส่งต่อ รวมถึงประสานการดําเนินงานกับส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม

(2) ประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กร อื่นของรัฐ องค์การเอกชน สมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มหรือหมู่คณะภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาข้อร้องทุกข์ เพื่อให้สําเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

(3) ให้ข้อมูลค่าแนะนําเรื่องการไกล่เกลี่ยแก่ประชาชน

(4) รวบรวมสถิติคดีไกล่เกลี่ย จัดหมวดหมู่ ประมวลผลเป็นฐานข้อมูลในการดําเนินการหรือเพื่อเป็น แนวทางในการดําเนินการต่อไป

(5) จัดทํารายงานการไกล่เกลี่ย และรายงานเจ้าหน้าที่

(6) จัดทําสํานวนไกล่เกลี่ย

(7) จัดทําสารบบงานไกล่เกลี่ย

(8) ติดต่อประสานกับคู่ความ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ทําหน้าที่ไกล่เกลี่ย แจ้งวัน เวลา และสถานที่ไกล่เกลี่ย ให้ทราบ

(9) จัดทําหนังสือเชิญคู่ความมาทําการไกล่เกลี่ยตามวันเวลาที่กําหนด

(10) จัดทําสถิติการไกล่เกลี่ยรายเดือน

(11) ดําเนินการเบิกจ่ายค่าตอบแทนของผู้ไกล่เกลี่ยที่กรมบังคับคดีมีคําสั่งแต่งตั้ง

(12) ปฏิบัติงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลงรับคําร้อง คําขอ จัดทําบัญชีนัดไกล่เกลี่ย อํานวย ความสะดวกระหว่างการไกล่เกลี่ย ลงนัดไกล่เกลี่ย ฯลฯ

(13) ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ หากไม่มีเจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ให้เป็น ดุลพินิจของผู้อํานวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกรมบังคับคดีในการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อื่นปฏิบัติหน้าที่

ส่วน ๑ กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ประสงค์ให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท สามารถยื่นคําร้องต่อศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของ กรมบังคับคดีและสํานักงานบังคับคดีทุกจังหวัดทั่วประเทศโดยตรง หรือทางโทรสาร หรือทางไปรษณีย์

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจัดทําสํานวนไกล่เกลี่ยแยกต่างหากจากสํานวนบังคับคดี และทําการติดต่อประสานความ แจ้งกําหนดนัดไกล่เกลี่ยให้คู่ความและผู้เกี่ยวข้องทราบ ล่วงหน้าเป็นเวลาพอสมควร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้นไม่มีผู้ไกล่เกลี่ยที่กรมบังคับคดีแต่งตั้งประจําอยู่ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดี หรือนิติกรที่ผ่านการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของกรมบังคับคดีแล้ว เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ คู่ความอาจคัดค้านผู้ไกล่เกลี่ยได้ หากมีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางของ ผู้ไกล่เกลี่ย โดยผู้ประสงค์คัดค้านต้องแสดงเหตุแห่งการคัดค้านให้ผู้อํานวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกรมบังคับคดีทราบก่อนเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ย หรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุ แห่งการคัดค้านแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องกระทําก่อนกระบวนการไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลงตามข้อ 23

การที่ผู้ไกล่เกลี่ยถอนตัว ไม่ถือว่าเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงตามที่คู่ความยกขึ้นคัดค้าน

กรณีที่มีการคัดค้าน ให้ผู้อํานวยการหรือหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกรมบังคับคดีเป็นผู้พิจารณา สั่งตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ก่อนเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ย ให้ผู้ไกล่เกลี่ยชี้แจงขั้นตอนวิธีการไกล่เกลี่ยให้คู่ความทราบ ไกล่เกลี่ยได้ และอาจหารือร่วมกันกับคู่ความเพื่อพิจารณากําหนดขั้นตอนหรือแนวทางในการดําเนินการไกล่เกลี่ยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการไกล่เกลี่ย ผู้ไกล่เกลี่ยอาจให้คู่ความเสนอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเบื้องต้นแห่งข้อพิพาท ตลอดจนข้อเสนอในการระงับข้อพิพาทต่อผู้ไกล่เกลี่ย หรืออาจเสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวระหว่างความก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการไกล่เกลี่ยหรือผู้ไกล่เกลี่ยเห็นว่ามีความจําเป็น อาจให้ประชุมร่วมกันหรือแยกการประชุมแต่ละฝ่ายก็ได้ กรณีที่คู่ความทุกฝ่ายมาร่วมประชุม การตกลงต้องกระทําต่อหน้าคู่ความทุกฝ่าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การไกล่เกลี่ยทุกครั้ง ให้ผู้ไกล่เกลี่ยดําเนินการให้คู่ความเจรจาตกลงกัน โดยช่วยเหลือ เสนอแนะแนวทาง เพื่อให้หาทางออกของข้อพิพาทร่วมกันได้ แต่ห้ามมิให้ชี้ขาดข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อดําเนินการไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จ ให้เจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจัดทํารายงานการไกล่เกลี่ย ให้ผู้ไกล่เกลี่ยและความลงนาม และจัดทํารายงานเจ้าหน้าที่เสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อมีคําสั่งต่อไป

ส่วน ๒ การสิ้นสุดกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่ากระบวนการไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง

(1) คู่ความสามารถตกลงยุติข้อพิพาทกันได้เป็นผลสําเร็จ ไม่ว่าบางประเด็นหรือทุกประเด็น

(2) คู่ความไม่สามารถตกลงยุติข้อพิพาทได้

(3) คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์ทําการไกล่เกลี่ย

(4) มีเหตุอื่นใดที่ทําให้กระบวนการไกล่เกลี่ยไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ เช่น ไม่สามารถติดต่อ คู่ความได้ ขาดข้อมูลที่จําเป็นในการไกล่เกลี่ย เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ไกล่เกลี่ยต้องถือปฏิบัติตามจริยธรรม ดังต่อไปนี้

(1) ผู้ไกล่เกลี่ยต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง อิสระ ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกใช้อิทธิพลใดๆ อันอาจทําให้เสียความเป็นกลาง

(2) ผู้ไกล่เกลี่ยพึ่งช่วยเหลือ สนับสนุนให้คู่ความตัดสินใจด้วยตนเองบนพื้นฐานข้อมูลที่เพียงพอ ในการตกลงระงับข้อพิพาทด้วยความสมัครใจ โดยผู้ไกล่เกลี่ยต้องละเว้นไม่ออกคําสั่ง ตัดสินใจ หรือขาด ข้อพิพาทใดๆ และไม่พยายามเกลี้ยกล่อมหรือบังคับคู่ความเพื่อให้ยอมรับตามความเห็นของตน

(3) ผู้ไกล่เกลี่ยต้องเปิดเผยความขัดแย้งในผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นของผู้ไกล่เกลี่ย ไม่ว่ากระบวนการไกล่เกลี่ยจะดําเนินไปแล้วเพียงใด เช่น ความสัมพันธ์กับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ว่าทางครอบครัว สังคม ธุรกิจ การงาน การเงิน อันอาจทําให้เกิดอคติ หรือผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดําเนินการ ไกล่เกลี่ย ฯลฯ

หากผู้ไกล่เกลี่ยมีความขัดแย้งในผลประโยชน์กับข้อพิพาทที่ทําการไกล่เกลี่ย ให้ถอนตัวจากการ ไกล่เกลี่ย ยกเว้นคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทําหน้าที่ต่อไป

(4) ผู้ไกล่เกลี่ยต้องรักษาความลับที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ย เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายกําหนด หรือคู่ความจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น

(5) ผู้ไกล่เกลี่ยต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดในการปฏิบัติหน้าที่จากคู่ความหรือบุคคลอื่น เว้นเสียแต่ค่าตอบแทนนั้นเป็นกรณีที่มี กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อกําหนดให้กระทําได้

(6) ผู้ไกล่เกลี่ยจักต้องไม่ให้ หรือตกลงว่าจะให้ค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้แนะนําหรือผู้ส่ง ข้อพิพาทให้คนดําเนินการไกล่เกลี่ย

(7) ผู้ไกล่เกลี่ยต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับแจ้งทุกครั้ง ยกเว้นมีเหตุผลความจําเป็นโดยแจ้งให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า และต้องปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาอันสมควร ไม่ล่าช้า โดยใช้ทักษะ ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของคู่ความ

(8) ผู้ไกล่เกลี่ยจึงมีความสุภาพเรียบร้อยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ไกล่เกลี่ย ทั้งการใช้วาจากิริยา มารยาท และแต่งกายอย่างเหมาะสมถูกกาลเทศะ

(9) ผู้ไกล่เกลี่ยพึงพัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติมและพึ่งเสริมสร้างทักษะในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสมประโยชน์แก่ราชการและประชาชน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ไกล่เกลี่ยที่กรมบังคับคดีมีคําสั่งแต่งตั้ง มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายตาม หลักเกณฑ์และวิธีการตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกําหนด หรือมีปัญหาอื่นใดที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้รายงานอธิบดีกรมบังคับคดี เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นกรณีๆไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

(นางสาว นวดี สุวรรณมงคล)

อธิบดีกรมบังคับคดี

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมบังคับคดี ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d17b467e094e4a7e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com