法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

เรื่อง

หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๗ วรรคสอง มาตรา ๔๙ วรรคสอง มาตรา ๕๑ และมาตรา ๕๒

แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามมาตรา ๑๖ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑

“สื่อโฆษณา” หมายความว่า สื่อโฆษณาวีดิทัศน์

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

การขออนุญาต และการอนุญาตนำวีดิทัศน์ออกฉาย

ให้เช่า แลกเปลี่ยน

หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ใดประสงค์จะนำวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า

แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการ ณ

สำนักงานตามแบบ วท. ๑ ท้ายประกาศนี้ พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ

วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน และผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน

(๒)

หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในวีดิทัศน์ที่ยื่นคำขออนุญาต

หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล

พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล

(๓)

สำเนาเอกสารการอนุญาตจากกรมศุลกากรให้นำวีดิทัศน์เข้ามาในราชอาณาจักร

ในกรณีวีดิทัศน์ต่างประเทศที่นำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร

(๔)

วีดิทัศน์ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน ๒ ชุด ทั้งนี้ จะอยู่ในวัสดุรูปแบบใดก็ได้ ในกรณีที่วีดิทัศน์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉาย

เล่นหรือดูเป็นการเฉพาะ

ต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย

(๕)

บทพากย์หรือคำบรรยายวีดิทัศน์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๑

ชุด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงานตรวจสอบคำขออนุญาต

หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้ตามข้อ ๔

และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานและเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๔ ให้สั่งไม่อนุญาต หากหลักฐานและเอกสารครบถ้วนให้พิจารณาตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

วีดิทัศน์ที่ขออนุญาตไม่มีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรือไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

วีดิทัศน์ที่ขออนุญาตมีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก

หากผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตยินยอมแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าว

ให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบ

และให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาตามข้อ ๖ ข้อ

๗ หรือข้อ ๘

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ไม่มีการอุทธรณ์และสิ้นสุดระยะเวลาการอุทธรณ์

หรือกรณีที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติพิจารณาอุทธรณ์แล้วเสร็จ

ให้สำนักงานส่งวีดิทัศน์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาให้นายทะเบียนกลางเพื่อดำเนินการตามมาตรา

๓๑ ซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๕๑ ต่อไป

ให้นายทะเบียนกลางเก็บสำเนาวีดิทัศน์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาและกำหนดหมายเลขรหัสและประทับตราเครื่องหมายอนุญาตเรียบร้อยแล้วไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบหนึ่งชุด

อีกหนึ่งชุดคืนให้ผู้ยื่นคำขออนุญาต

การขออนุญาต

และการอนุญาตนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการ ณ สำนักงานตามแบบ วท. ๒ ท้ายประกาศนี้

พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

หรือสำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ

วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน และผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน

(๒)

หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในสื่อโฆษณาที่ยื่นคำขออนุญาต

หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล

พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล

(๓)

สำเนาเอกสารการอนุญาตจากกรมศุลกากรให้นำสื่อโฆษณาเข้ามาในราชอาณาจักรในกรณีสื่อโฆษณาต่างประเทศที่นำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร

(๔)

สื่อโฆษณาหรือสำเนาสื่อโฆษณาที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน ๒ ชุด

(๕)

บทพากย์หรือคำบรรยายสื่อโฆษณาเป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๑

ชุด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สำนักงานตรวจสอบคำขออนุญาต

หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้ตามข้อ ๑๑

และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานและเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๑ ให้สั่งไม่อนุญาต หากหลักฐานและเอกสารครบถ้วนให้พิจารณาตามข้อ ๑๔ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

สื่อโฆษณาที่ขออนุญาตไม่มีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรือไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำสื่อโฆษณาดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าสื่อโฆษณาใดมีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอน

ให้คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้นำสื่อโฆษณาดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาในส่วนที่คณะกรรมการมีความเห็นตามวรรคสองให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำสื่อโฆษณาดังกล่าวออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบและแจ้งสิทธิอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาตามข้อ

๑๓ หรือข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ไม่มีการอุทธรณ์และสิ้นสุดระยะเวลาการอุทธรณ์

หรือกรณีที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติพิจารณาอุทธรณ์แล้วเสร็จ

ให้สำนักงานส่งสื่อโฆษณาที่ผ่านการตรวจพิจารณาให้นายทะเบียนกลางเพื่อดำเนินการตามมาตรา

๓๑ ซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๕๑ ต่อไป

ให้นายทะเบียนกลางเก็บสำเนาสื่อโฆษณาที่ผ่านการตรวจพิจารณาและกำหนดหมายเลขรหัสและประทับตราเครื่องหมายอนุญาตไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบหนึ่งชุด

อีกหนึ่งชุดคืนให้ผู้ยื่นคำขออนุญาต

การขออนุญาต

และการอนุญาตส่งวีดิทัศน์

ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ใดประสงค์จะส่งวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร

ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการ ณ สำนักงานตามแบบ วท. ๓ ท้ายประกาศนี้

พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

หรือสำเนาหนังสือรับรองหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคลซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับชื่อ

วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน และผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่เป็นปัจจุบัน

(๒)

หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ในวีดิทัศน์ที่ยื่นคำขออนุญาต

หรือสำเนาเอกสารดังกล่าว

ในกรณีที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและมีผู้รับรองคำแปล พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้แปลและผู้รับรองคำแปล

(๓)

วีดิทัศน์ที่ประสงค์จะขออนุญาต จำนวน ๒ ชุด ทั้งนี้ จะอยู่ในวัสดุรูปแบบใดก็ได้ ในกรณีที่วีดิทัศน์นั้นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกในการฉาย

เล่นหรือดูเป็นการเฉพาะ

ต้องนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวมาด้วย

(๔)

บทพากย์หรือคำบรรยายวีดิทัศน์เป็นภาษาไทยพร้อมไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๑

ชุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สำนักงานตรวจสอบคำขออนุญาต

หลักฐานและเอกสารที่ผู้ขออนุญาตได้ยื่นไว้ตามข้อ ๑๗

และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไปโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานและเอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๗ ให้สั่งไม่อนุญาต หากหลักฐานและเอกสารครบถ้วนให้พิจารณาตามข้อ ๒๐ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

วีดิทัศน์ที่ขออนุญาตไม่มีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรือไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

วีดิทัศน์ใดมีเนื้อหาเป็นการบ่อนทำลาย

ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรืออาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐและเกียรติภูมิของประเทศไทย

ให้คณะกรรมการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาดังกล่าวออก

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ประสงค์จะแก้ไขหรือตัดทอนให้คณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตดำเนินการแก้ไขหรือตัดทอนเนื้อหาในส่วนที่คณะกรรมการมีความเห็นตามวรรคสองให้คณะกรรมการอนุญาตให้นำวีดิทัศน์ดังกล่าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบและให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาตามข้อ

๑๙ หรือข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ไม่มีการอุทธรณ์และสิ้นสุดระยะเวลาการอุทธรณ์

หรือกรณีที่คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติพิจารณาอุทธรณ์แล้วเสร็จ

ให้สำนักงานส่งวีดิทัศน์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาให้นายทะเบียนกลางเพื่อดำเนินการตามมาตรา

๓๑ ซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๕๑ ต่อไป

ให้นายทะเบียนกลางเก็บสำเนาวีดิทัศน์ที่ผ่านการตรวจพิจารณาและกำหนดหมายเลขรหัสและประทับตราเครื่องหมายอนุญาตไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบหนึ่งชุด

อีกหนึ่งชุดคืนให้ผู้ยื่นคำขออนุญาต

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทน

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

คำขออนุญาตนำวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร (แบบ

วท. ๑)

๒.

คำขออนุญาตนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร (แบบ วท. ๒)

๓.

คำขออนุญาตส่งวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร (แบบ วท. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๕ เมษายน ๒๕๕๕

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๓๐ เมษายน ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง/หน้า ๕๐/๓๐ กันยายน ๒๕๕๒

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d184c8995fbf0c5e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com