法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

ฉบับที่ ๓๘

เรื่อง

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ

โดยที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้พิจารณาเห็นว่ากฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจมีบทบัญญัติบางเรื่องไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบัญญัติ

ในส่วนที่เกี่ยวกับ ก.ตร.

ซึ่งฝ่ายการเมืองอาจเข้าแทรกแซงได้ง่าย ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการตำรวจได้เป็นไปโดยมีอิสระและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ.๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า

ก.ตร. ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีเป็นประธาน อธิบดีเป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการ

ข้าราชการพลเรือน และรองอธิบดี เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง

(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเก้าคน ดังนี้

(ก)

ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่

รองผู้บัญชาการหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไปมาแล้ว

และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิก

รัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

จำนวนหกคน ซึ่งมาจากการเลือกของข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการขึ้นไป

(ข)

ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน

ซึ่งได้รับเลือกโดยกรรมการข้าราชการ

ตำรวจตาม (๑) และ (๒) (ก)

ให้ ก. ตร. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ก. ตร. หนึ่งคน และ

ผู้ช่วยเลขานุการ ก. ตร. สองคน”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑

“มาตรา ๑๓ ทวิ การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตาม

มาตรา ๑๓ (๒) (ก) ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา๑๓(๑)คัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ

ตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) จำนวนสิบแปดคน แล้วส่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมีสิทธิเลือกภายในสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ

การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

สิบสี่วันและไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน โดยให้กระทำเป็นการลับ

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด

ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุ

เบกษา”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๔ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ

สามปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้อีก

แต่จะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

ถ้าตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเมื่อครบวาระหรือ

ก่อนถึงกำหนดวาระ

ให้ดำเนินการเลือกใหม่หรือเลือกซ่อมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีตำแหน่ง

ว่าง

แต่ถ้าวาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึง

เก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้

กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่ง

ได้เพียงวาระของผู้ซึ่งตนแทน”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การเพิ่มจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบ

ผู้กำกับการขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน

เว้นแต่เป็นการตัดโอน

ตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๒ การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจและชั้นประทวน ให้อธิบดี

หรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี

บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบ

แข่งขันได้ เว้นแต่การบรรจุพลตำรวจกองประจำการ

ซึ่งต้องรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการ

รับราชการทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับ

มอบหมายจากอธิบดี

บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้โดยได้รับ

อนุมัติจาก ก.ตร.

การบรรจุข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้บรรจุให้ได้รับ

เงินเดือนขั้นต่ำของชั้นนั้นๆ

ในกรณีที่จะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นนั้น ๆ ให้เป็น

ไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด

การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้ได้รับปริญญา

และประกาศนียบัตรวิชาชีพ ให้กำหนดโดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการ

พลเรือนกำหนดสำหรับผู้ได้รับปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกัน”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๐ การแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจดำรง

ตำแหน่ง ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ตำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถว ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้

รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ

(๒) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา

ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี

แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน แต่เฉพาะตำแหน่ง

ผู้บังคับหมู่นั้นจะแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจก็ได้

(๓) ตำแหน่งรองสารวัตรหรือเทียบรองสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา

ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี

แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่า

ร้อยตำรวจเอก

(๔) ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา

ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี

แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจโทขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่า

พันตำรวจโท

(๕) ตำแหน่งสารวัตรใหญ่หรือเทียบสารวัตรใหญ่ ตำแหน่งรองผู้กำกับการ

หรือเทียบรองผู้กำกับการ

ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจาก

ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไป

แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท

(๖) ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการ

ตำรวจยศพันตำรวจขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก

(๗) ตำแหน่งรองผู้รองผู้บังคับการหรือเทียบรองผู้บังคับการ ให้อธิบดีแต่งตั้ง

จากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทขึ้นไป

แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือน

พันตำรวจเอก (พิเศษ)

(๘) ตำแหน่งผู้บังคับการหรือเทียบผู้บังคับการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือก

จากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไป

แต่ไม่สูงกว่าพลตำรวจตรีและให้เสนอไปยัง

คณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว

ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรง

พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

(๙) ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการ ให้อธิบดีพิจารณา

คัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก

ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ)

ขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี

เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความ

กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

(๑๐) ตำแหน่งรองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการ ตำแหน่งผู้บัญชาการ

หรือเทียบผู้บัญชาการ

ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรี

ขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี

เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้นำความ

กราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

(๑๑) ตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีหรือเทียบผู้ช่วยอธิบดีหรือตำแหน่งที่สูงกว่าขึ้นไป

ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไป และให้เสนอไปยัง

คณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรง

พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

(๑๒) ตำแหน่งอธิบดี

ให้รัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจ

ยศพลตำรวจโทขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี

เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

แล้วให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

เมื่ออธิบดีหรือรัฐมนตรีคัดเลือกข้าราชการตำรวจตาม (๘) ถึง (๑๒) แล้ว ก่อน

ดำเนินการต่อไปให้เสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อน

การแต่งตั้งตาม (๔) ถึง (๗) และการคัดเลือกตาม (๘) ถึง (๑๑) ให้อธิบดี

พิจารณาจากข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอแนะ

ให้ ก. ตร. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ

และความเหมาะสมของข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิดำรงตำแหน่งตามมาตรานี้

และเสนอแนะต่อ

อธิบดีเพื่อแต่งตั้งหรือคัดเลือกต่อไป

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกของคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่

ก. ตร. กำหนด”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๗ การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่

พันตำรวจเอกซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพันตำรวจเอก(พิเศษ)

ลงมา ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา

ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีเป็นผู้พิจารณาและสั่งเลื่อน

การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจขึ้นรับอัตราเงินเดือน

พลตำรวจตรี

หรือเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจพลตำรวจตรี เมื่อได้รับความ

เห็นชอบจาก ก. ตร. แล้ว ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน

การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจขึ้นรับอัตราเงินเดือน

พลตำรวจโท

หรือเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่พลตำรวจโทขึ้นไป

เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

แล้วให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ และเมื่อ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน

การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ

วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองขั้นต้องได้รับอนุมัติ

จาก ก.ตร. เป็น พิเศษเฉพาะราย”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๙ ภายใต้บังคับบทบัญญัติอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้ ในราชการ

บริหารส่วนภูมิภาคของกรมตำรวจ

การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

เป็นผู้แต่งตั้ง

สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่สูงกว่าเดิม การเลื่อนขั้น

และอัตราเงินเดือน

และการลงโทษข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรหรือเทียบสารวัตรลงมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเรื่องให้อนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดพิจารณาและเมื่อ

อนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดมีมติเป็นประการใดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้เป็น

ไปตามนั้น”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๓๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑

“มาตรา ๓๙ ทวิ

ให้มีอนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัด

เรียกโดยย่อว่า อ.ก.ตร.จังหวัด โดยออกนามตามจังหวัดนั้นๆ

อ.ก.ตร.จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่า

ราชการจังหวัดเป็นประธานอัยการจังหวัดหรือผู้แทน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรหรือผู้แทน

รองผู้บังคับการซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้แทน

ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด

หรือผู้แทน ผู้กำกับการตำรวจภูธรเขตหรือผู้แทน

เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง และอนุกรรมการ

ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน

ซึ่งอนุกรรมการโดยตำแหน่งได้เลือกจากข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่ง

ตั้งแต่ระดับ ๗ หรือ เทียบเท่าขึ้นไป

และรับราชการอยู่ในจังหวัดนั้น

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร.

กำหนด

ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด แต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับการ

ตำรวจภูธรจังหวัดคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ

และจะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้น

สัญญาบัตรคนหนึ่งในจังหวัดนั้นเป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้

ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๙ และให้

นำมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗

มาใช้บังคับโดยอนุโลมโดยให้อำนาจ

หน้าที่ของ ก.ตร. ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ

อ.ก.ตร. จังหวัด”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๔ การออกจากราชการของข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ผู้บังคับการ

หรือเทียบผู้บังคับการขึ้นไป หากเป็นกรณีตามมาตรา ๔๖ (๑)

(๒) และ (๓) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

แต่ถ้าเป็นการออกจากราชการตาม (๔) และ (๕) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการ

การพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตำรวจตำแหน่งอธิบดี ให้นำความ

กราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการ”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ตำรวจ พ.ศ.๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖๑ ในระหว่างที่ยังมิได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๔ หมวด ๕ และหมวด ๗

แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๑๘

มาใช้บังคับแก่เรื่องวินัยและการรักษาวินัย การออกจาก

ราชการ

และการอุทธรณ์ของข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้โดยอนุโลม โดยให้ถือว่าเป็น

ส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยวินัยตำรวจ

ทั้งนี้โดยให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการ

พลเรือน และคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง

เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. และให้อำนาจ

หน้าที่ของอนุกรรมการสามัญประจำจังหวัด เป็นอำนาจหน้าที่ของ

อ.ก.ตร. จังหวัด และให้อำนาจ

หน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีกระทำผิดวินัยก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้

ใช้บังคับ

ให้ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ สั่งลงโทษผู้นั้น

ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

ส่วนการดำเนินการสอบสวนพิจารณา

ให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้ เว้นแต่

(๑) ในกรณีที่ได้มีการสั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่

ในขณะนั้นไปแล้ว

ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับและยังสอบสวนไม่เสร็จก็ให้สอบสวน

ตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่า จะเสร็จ

(๒)ในกรณีที่ได้มีการสอบสวนพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่

ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อนที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับให้การสอบสวนพิจารณานั้นเป็นอันใช้ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในระหว่างที่ยังไม่มี ก.ตร. ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบ

เรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ ก.ตร.

ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑

ปฏิบัติหน้าที่ ก.ตร.

ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๑๓

(๒) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้

ให้ดำเนินการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิภายในหนึ่งร้อย

แปดสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามประกาศ

คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕* ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่

วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก. ๒๕๓๔/๓๗/๒๐พ/๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔

พลเอก สุนทร คงสมพงษ์

หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

สุรินทร์ / แก้ไข

๓๐/๐๑/๒๕๔๕

A+B(C)

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 38 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d25391b4082f3078

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com