ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การออกตราสารหนี้ในรูปอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Notes)
ในตลาดทุนต่างประเทศ[๑]
เพื่ออนุวัติตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
๑. กระทรวงการคลังในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยได้ดำเนินการกู้เงินโดยวิธีการออกตราสารหนี้ในรูปอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
วงเงิน ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๗,๘๕๔,๗๖๐,๐๐๐
บาท (เจ็ดพันแปดร้อยห้าสิบสี่ล้านเจ็ดแสนหกหมื่นบาทถ้วน) และได้ลงนามในความตกลงที่เกี่ยวกับการออกตราสารดังกล่าว
เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ซึ่งประกอบด้วย
๑.๑ ความตกลงว่าด้วยการจัดจำหน่ายตราสาร (Subscription
Agreement) กับ Standard Chartered Bank ในฐานะหัวหน้าคณะผู้จัดการจัดจำหน่ายตราสาร
(Lead Manager)
๑.๒ ความตกลงว่าด้วยการเป็นตัวแทนรับจ่ายเงิน (Fiscal
Agency Agreement) กับ Deutsche Bank AG โดยมี
Deutsche Bank AG สาขาฮ่องกง เป็นหัวหน้าตัวแทนรับจ่ายเงิน (Fiscal
Agent) และนายทะเบียน (Registrar)
๑.๓ ตราสารหนี้ในรูป Global Certificate
โดยมีเงื่อนไขสำคัญสรุปได้
ดังนี้
(๑) ตราสารนี้เป็นตราสารเงินเหรียญสหรัฐชนิดจดทะเบียนผู้ถือ
(Registered Form) มีมูลค่าฉบับละ ๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ
หรือจำนวนทวีคูณของ ๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ และจำหน่ายในราคาเสมอภาค
(๒) กำหนดอัตราดอกเบี้ยเป็นอัตราลอยตัวตามอัตราเงินให้กู้ระหว่างธนาคารในกรุงลอนดอน (London Interbank Offered Rate หรือ
LIBOR) ระยะ ๖ เดือน ลบด้วยส่วนต่างร้อยละ ๐.๐๗ ต่อปี
โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นต้นไป ชำระดอกเบี้ยปีละ ๒ ครั้ง ในวันที่
๒๗ กุมภาพันธ์ และ ๒๗ สิงหาคม ของทุกปี
โดยจะเริ่มชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ (เนื่องจากวันที่ ๒๗ สิงหาคม
๒๕๔๙ ตรงกับวันอาทิตย์ และวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ ตลาดลอนดอนปิดทำการ)
(๓) ตราสารนี้มีระยะไถ่ถอน ๓ ปี โดยจะไถ่ถอนเงินต้นครั้งเดียวทั้งจำนวนในวันที่
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
(๔) เงินต้นและดอกเบี้ยที่ชำระตามตราสารนี้ให้ชำระเป็นเงินเหรียญสหรัฐ
(๕) เงินต้นและดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารปลอดภาระภาษีอากรใดๆ
ทั้งสิ้น ไม่ว่าในปัจจุบันหรืออนาคต และหากมีการเรียกเก็บภาษีที่กล่าว ราชอาณาจักรไทยจะเป็นผู้รับภาระแทน
(๖) กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการออกและจัดจำหน่ายตราสาร
ดังนี้
๑) ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายตราสารในอัตราร้อยละ
๐.๐๕ ของวงเงินตราสารคิดเป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ
๒) ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษากฎหมาย ค่าธรรมเนียมตัวแทนรับจ่ายเงิน
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนตราสารหนี้ที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่พึงเกิดขึ้นเนื่องจากการจำหน่ายตราสาร
FRN ผู้ออกตราสารจะรับภาระไม่เกินวงเงิน ๘๐,๐๐๐
เหรียญสหรัฐ
อนึ่ง สำหรับค่าธรรมเนียมการจัดระดับเครดิตของการกู้เงินรายนี้
บริษัท Standard & Poors และ Fitch Ratings คิดรวมในค่าธรรมเนียมรายปี
บริษัท Moodys Investors Service คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๓๕,๐๐๐
เหรียญสหรัฐ
(๗) ให้ใช้กฎหมายอังกฤษเป็นกฎหมายบังคับในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น
เนื่องจากการกู้เงินรายนี้
(๘) สิทธิและข้อผูกพันต่างๆ ภายใต้การกู้เงินรายนี้จะเท่าเทียมกับสิทธิและข้อผูกพันภายใต้เงื่อนไขเงินกู้ต่างประเทศอื่นใดที่ผู้กู้ได้กระทำไว้แล้ว
และที่จะกระทำต่อไปในอนาคต
๒. กระทรวงการคลังได้รับเงินจากการออกตราสารหนี้ในรูปอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นเงินรวม ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้
Euro Commercial
Paper ซึ่งใช้เป็น
Bridge Financing ในการ
Refinance เงินกู้ธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๔๙
๓. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการแปลงหนี้โดยการทำ
Coupon Swap เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๙ จากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินเหรียญสหรัฐที่ระดับอัตรา
LIBOR ระยะ ๖ เดือน ลบด้วยส่วนต่างร้อยละ ๐.๐๗ ต่อปี แปลงหนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยสกุลเงินบาทได้ที่ระดับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
๖ เดือน บวกด้วยส่วนต่างร้อยละ ๐.๙๕ ต่อปี (ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๙ อยู่ที่ระดับร้อยละ
๔.๑๑ ต่อปี) ทั้งนี้ คาดว่าการจัดทำ Coupon Swap ดังกล่าวจะสามารถประหยัดภาระดอกเบี้ยได้เป็นเงินประมาณ
๑๐๒ - ๒๑๑ ล้านบาท สำหรับระยะเงินกู้คงเหลือเฉลี่ย ๓ ปี
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ประกอบ
ตันติยาพงศ์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
นันทนา/ผู้จัดทำ
๒๗ เมษายน ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๔๒ ง/หน้า ๖/๒๐ เมษายน ๒๕๔๙