ข้อ ๗ น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง
ตามข้อ ๓ และข้อ ๖ ได้แก่
(๑)
น้ำมันเชื้อเพลิงในเรือบรรทุกน้ำมันที่รอ
หรืออยู่ระหว่างสูบถ่ายขึ้นเก็บในคลังน้ำมันใดก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา
ของวันที่เข้าตรวจวัดและสูบถ่ายแล้วเสร็จภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่งหรือใบขนสินค้าขาเข้ากรณีนำเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้นับเป็นน้ำมันคงเหลือในคลังน้ำมันนั้น
(๒)
น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันทางท่อ รถขนส่ง รถไฟ หรือ เรือบรรทุกน้ำมันก่อนเวลา
๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่เข้าตรวจวัด
และถึงหรือส่งมอบให้คลังน้ำมันปลายทางภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง
ให้นับเป็นน้ำมันคงเหลือในคลังน้ำมันปลายทาง
(๓)
น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันที่เข้าตรวจวัดโดยยานพาหนะขนส่งเพื่อส่งให้สถานีบริการน้ำมัน
และถึงหรือส่งมอบให้สถานีบริการน้ำมันภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง
ให้นับเป็นน้ำมันคงเหลือของสถานีบริการนั้น
(๔)
ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตาม (๑) (๒) (๓)
ให้ใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ระบุในเอกสารดังกล่าว
ยกเว้นกรณีขนส่งโดยเรือบรรทุกน้ำมัน ให้ใช้ปริมาณที่สูบถ่ายขึ้นถังแล้ว ณ
อุณหภูมิที่ ๓๐ องศาเซลเซียส หรือที่ ๘๖ องศาฟาเรนไฮต์
ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการน้ำมันมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างการขนส่ง
ให้จัดส่งเอกสารใบกำกับการขนส่งไปยังกรมธุรกิจพลังงาน
กระทรวงพลังงานภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เมตตา บันเทิงสุข
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๒[๔]
อุรารักษ์/จัดทำ
๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒
อภิญญา/ปรับปรุง
๕ กันยายน ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๒๐ ง/หน้า ๗๒/๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
[๒] ข้อ ๕ (๒)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
[๓] ข้อ ๕ (๓)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์
วิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒
[๔] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๒๔ ง/หน้า ๒๗/๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒