法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการผู้แทนผู้จ้างงาน และกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการผู้แทนผู้จ้างงาน

และกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการผู้แทนผู้จ้างงานและกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๕ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการผู้แทนผู้จ้างงานและกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ผู้รับงานไปทำที่บ้าน” หมายความว่า

บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งตกลงกับผู้จ้างงานเพื่อรับทำงานอันเป็นงานที่รับไปทำที่บ้าน

“ผู้จ้างงาน” หมายความว่า

ผู้ประกอบกิจการซึ่งตกลงจ้างผู้รับงานไปทำที่บ้านให้ทำงานที่รับไปทำที่บ้าน

ไม่ว่าตกลงมอบงานด้วยตนเองหรือโดยผ่านตัวแทน หรือกระทำในลักษณะผู้รับเหมาช่วงก็ตาม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

การเสนอชื่อผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีประกาศกำหนดการขึ้นทะเบียนผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะเลือกกันเองเป็นผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการเลือกกันเอง

การขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ

๓ แจ้งชื่อผู้แทนของตนจำนวนหนึ่งคน

การแจ้งชื่อผู้แทน ให้แจ้งตามแบบ ระยะเวลา และสถานที่ที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้แทนซึ่งได้รับการแจ้งชื่อตามข้อ ๔

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้จ้างงานหรือเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน

ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๓ กรณีผู้จ้างงานเป็นนิติบุคคล

ผู้แทนผู้จ้างงานต้องเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

(๔)

ไม่เป็นบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ออกจากการเป็นกรรมการในคณะกรรมการเพราะเหตุขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร

หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่

เว้นแต่พ้นระยะเวลาการให้ออกมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนตามข้อ

๔ และแจ้งผลให้ผู้จ้างงาน ผู้รับงานไปทำที่บ้านและผู้แทนทราบ

ในกรณีที่ผู้จ้างงาน ผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรือผู้แทนได้รับแจ้งว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามให้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

และให้ปลัดกระทรวงแรงงานพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อครบระยะเวลาในการแจ้งชื่อผู้แทนตามที่อธิบดีกำหนด

หากปรากฏว่าไม่มีการแจ้งชื่อผู้แทนของแต่ละฝ่าย

หรือมีการแจ้งชื่อผู้แทนเพียงหญิงหรือชาย หรือแจ้งชื่อผู้แทนไม่ครบฝ่ายละหกคน ให้อธิบดีเสนอชื่อผู้แทนของแต่ละฝ่ายจากผู้ขึ้นทะเบียนตามข้อ

๓ ให้ครบฝ่ายละหกคน ทั้งนี้ ให้มีทั้งหญิงและชาย

โดยให้นำความใน ข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การเตรียมการประชุม

และการประชุมเลือกกันเอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้อธิบดีประกาศรายชื่อและหมายเลขประจำตัวของผู้แทนที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมเลือกกันเองของแต่ละฝ่าย

วัน เวลา และสถานที่ประชุม ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด

และกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ทุกพื้นที่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันประชุมเลือกกันเอง

ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งกำหนดวัน เวลา

และสถานที่ประชุมให้ผู้แทนที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้อธิบดีเตรียมการประชุมเพื่อเลือกกันเองของผู้แทน

ดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำตัวของผู้แทนแต่ละฝ่าย

(๒) จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนน ดังนี้

(ก) บัตรลงคะแนน

(ข) หีบบัตรลงคะแนน

(ค) คูหาสำหรับลงคะแนน

(ง) เครื่องเขียน

(จ) กระดานดำ กระดาษ หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน

เพื่อใช้ในการนับคะแนน บัตรลงคะแนนเป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นประธานการประชุมเลือกกันเองของผู้แทนที่ได้รับการประกาศรายชื่อ

ทั้งนี้

การเลือกกันเองให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ

การประชุมเลือกกันเองต้องมีผู้แทนที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

กรณีที่ผู้แทนมาไม่ครบองค์ประชุมตามวรรคสองให้อธิบดีเรียกประชุมใหม่ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก

การประชุมครั้งหลังนี้จะมีผู้แทนเข้าร่วมประชุมจำนวนเท่าใดให้ถือว่าครบองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้แทนคนหนึ่งจะลงคะแนนเลือกกันเองได้ไม่เกินสามคน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้อธิบดีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน

โดยประธานกรรมการและกรรมการหนึ่งคน

แต่งตั้งจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ส่วนกรรมการที่เหลือแต่งตั้งจากผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมเลือกกันเอง

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ควบคุมดูแลการประชุมเลือกกันเองให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๒) อำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนที่เข้าร่วมประชุม

และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่จัดประชุม

(๓) ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผู้แทน

บันทึกชื่อและหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้แทน

(๔) วินิจฉัยชี้ขาดการใช้สิทธิลงคะแนนของผู้แทน

(๕) วินิจฉัยบัตรดี บัตรเสีย ตรวจนับและรวมคะแนน รวมทั้งรายงานผลการนับคะแนนและประกาศผลการนับคะแนน

ให้อธิบดีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คะแนนจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการตรวจนับคะแนนในการปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจนับคะแนนให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการตรวจนับคะแนนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงมติ

ถ้ามีคะแนนเท่ากันให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกกันเองให้ผู้แทนไปแสดงตนต่อกรรมการตรวจนับคะแนน

โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ

หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้

และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตรให้กรรมการตรวจนับคะแนนตรวจสอบรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้แทนและบันทึกหมายเลขของบัตรและชื่อหน่วยงานของรัฐที่ออกบัตรแล้วให้ผู้แทนลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้แทนแล้วให้กรรมการตรวจนับคะแนนมอบบัตรลงคะแนนให้แก่ผู้นั้นเพื่อไปลงคะแนน

ผู้แทนต้องมาใช้สิทธิลงคะแนนด้วยตนเอง

จะมอบให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิแทนไม่ได้

ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ที่มาแสดงตนนั้นไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้แทน

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

และต้องบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อไว้ด้วย

เมื่อถึงเวลาเปิดการลงคะแนนให้ประธานกรรมการตรวจนับคะแนนประกาศเปิดการลงคะแนนและเปิดหีบบัตรลงคะแนนต่อหน้าผู้แทนซึ่งอยู่ในที่ประชุม

เพื่อแสดงว่าไม่มีบัตรลงคะแนนหรือสิ่งใดอยู่ในหีบบัตรลงคะแนน

และให้บันทึกการดำเนินการดังกล่าวไว้ โดยให้ผู้แทนไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ ณ

สถานที่ประชุมในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การลงคะแนนในการประชุมเลือกกันเอง

ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรลงคะแนนให้ตรงกับหมายเลขประจำตัวของผู้แทนที่เข้าประชุม

และในกรณีที่ผู้แทนไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้แทนทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมาย

“ไม่ลงคะแนน” ในบัตรลงคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อผู้แทนได้รับบัตรแล้วให้ไปยังคูหาลงคะแนนที่ว่างคราวละหนึ่งคน

เพื่อลงคะแนนโดยให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรลงคะแนน

และพับบัตรที่ลงคะแนนเพื่อมิให้ผู้อื่นทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ผู้ใดหรือไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้แทนรายใด

แล้วให้นำบัตรนั้นใส่ลงในหีบบัตรด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการตรวจนับคะแนน

ก่อนออกไปจากสถานที่ลงคะแนนในการประชุมเลือกกันเอง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้แทนจะนำเอกสาร

หรือกระทำด้วยประการใด ๆ

ซึ่งเป็นการระบุรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัวของผู้แทนเข้าไป ณ สถานที่ลงคะแนนไม่ได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

การตรวจนับและรวมคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อไม่มีผู้แทนคนใดซึ่งอยู่ในที่ประชุมประสงค์จะลงคะแนนแล้ว

ให้การประชุมเพื่อลงคะแนนเลือกกันเองยุติลง

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนประกาศปิดการลงคะแนนเลือกกันเองและให้เจ้าหน้าที่คะแนนดำเนินการตรวจนับและรวมคะแนน

ณ สถานที่ลงคะแนน โดยเปิดเผยจนแล้วเสร็จ ห้ามมิให้เลื่อนหรือประวิงการนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ บัตรลงคะแนนต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

(๑)

บัตรที่มิใช่บัตรที่คณะกรรมการตรวจนับคะแนนจัดเตรียมไว้ให้เพื่อลงคะแนน

(๒) บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนน

(๓) บัตรที่มีเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดนอกจากเครื่องหมายกากบาท

(๔) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้แทนคนใด

(๕) บัตรที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนให้กับผู้แทนเกินกว่าสามคน

(๖) บัตรที่ทำเครื่องหมายนอกช่อง

(๗) บัตรที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนทั้งในช่องทำเครื่องหมาย

และในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน

บัตรดังกล่าวให้กรรมการสลักหลังว่า “เสีย” พร้อมทั้งระบุเหตุผลของการเป็นบัตรเสียและต้องมีกรรมการตรวจนับคะแนนไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อกำกับไว้

ในการนับคะแนน หากปรากฏว่ามีบัตรเสีย

ให้แยกบัตรเสียออกไว้เป็นส่วนหนึ่ง และห้ามมิให้นับบัตรเสียเป็นคะแนนไม่ว่ากรณีใด

กรณีบัตรเสียที่ลักษณะตาม (๖) ให้ถือเป็นบัตรเสียเฉพาะที่ทำเครื่องหมายนอกช่อง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนประกาศผลการนับคะแนน

ณ สถานที่ประชุมนั้นทันทีที่มีการนับคะแนนแล้วเสร็จ

และให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดตามลำดับจนถึงผู้ได้รับคะแนนน้อยที่สุดเรียงตามลำดับจนครบจำนวนแล้วมอบให้อธิบดีโดยเร็ว

ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับใด

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการจับสลากโดยเปิดเผยเพื่อเรียงลำดับระหว่างผู้ได้คะแนนเสียงเท่ากันในลำดับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเก็บบัตรที่ไม่ใช้นับคะแนนใส่ซองปิดผนึกแล้วลงลายมือชื่อกรรมการตรวจนับคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการตรวจนับคะแนนกำกับไว้บนซอง

โดยแยกบัตรที่ไม่ใช้ในการลงคะแนน บัตรที่ใช้นับคะแนนซึ่งต้องแยกบัตรดี บัตรที่ผู้ลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง

“ไม่ลงคะแนน” และบัตรเสียไว้ให้ชัดเจน และส่งมอบให้อธิบดีพร้อมกับหลักฐานการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจนับคะแนนตามข้อ

๑๒ และบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นผู้แทน

เมื่อประกาศผลการนับคะแนนแล้ว

อธิบดีจะทำลายบัตรลงคะแนนและเอกสารอื่นได้เมื่อพ้นระยะเวลาคัดค้านการเลือกกันเองไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อคณะกรรมการตรวจนับคะแนนประกาศผลการนับคะแนนแล้ว

ถ้าผู้แทนที่เข้าประชุมเห็นว่าการที่บุคคลใดได้รับการเลือกกันเองเป็นไปโดยมิชอบ

ให้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านต่ออธิบดีภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันประกาศผลการตรวจนับคะแนน

เมื่ออธิบดีได้รับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้วินิจฉัยสั่งการโดยไม่ชักช้า

คำวินิจฉัยสั่งการของอธิบดีให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อพ้นระยะเวลาตามข้อ

๒๒

ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อเป็นกรรมการผู้แทนผู้จ้างงานและกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการเรียงตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้อธิบดีเสนอรายชื่อผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านฝ่ายละสามคนที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดตามลำดับต่อปลัดกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทนผู้จ้างงาน

หรือกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการ

กรณีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนสามคนแรกเป็นเพศเดียวกันทั้งหมดให้อธิบดีเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเพศตรงข้ามกับลำดับที่

๑ และลำดับที่ ๒ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในเพศนั้น

เป็นผู้ได้รับเลือกแทนลำดับที่ ๓

หากในการลงคะแนนเสียงครั้งใดมีผู้ได้รับคะแนนเสียงเป็นเพศเดียวกันทั้งหมด

ให้คณะกรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการจับสลากโดยเปิดเผยในรายชื่อของกลุ่มผู้แทนเพศที่ไม่ได้รับคะแนน

เพื่อเป็นผู้แทนลำดับที่ ๓

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่กรรมการผู้แทนผู้จ้างงานหรือกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้แต่งตั้งผู้แทนที่ได้รับคะแนนเสียงในลำดับถัดไปตามข้อ ๒๓

หากรายชื่อผู้แทนดังกล่าวจะเป็นผลให้กรรมการผู้แทนไม่มีทั้งหญิงและชาย

ให้ดำเนินการตามข้อ ๒๔ วรรคสอง โดยอนุโลม

กรณีไม่สามารถดำเนินการได้ตามวรรคหนึ่ง

ให้อธิบดีดำเนินการประชุมเลือกกันเองตามประกาศนี้ เว้นแต่วาระของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการประชุมเพื่อเลือกกันเองแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ร้อยตำรวจเอก

เฉลิม อยู่บำรุง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๕ สิงหาคม ๒๕๕๖

อุษมล/ผู้ตรวจ

๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๙๑ ง/หน้า ๒๕/๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการผู้แทนผู้จ้างงาน และกรรมการผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d3445a82597e3548

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com