ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สรข. 2 /2562
ว่าด้วยบริการธุรกรรมตราสารหนี้
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกระเบียบ
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียนตราสารหนี้ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุง ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้บริการธุรกรรมตราสารหนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น รวมทั้งลดความซ้ําซ้อนของแนวปฏิบัติที่กําหนดไว้ในระเบียบและประกาศหลายฉบับ จึงสมควรกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติให้มีความชัดเจนและง่ายต่อการปฏิบัติไว้ในระเบียบฉบับเดียว
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามมาตรา 8 (4) มาตรา 39 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อื่นๆ - 3. ยกเลิก
(1) ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 1/2559 ว่าด้วยการให้บริการธุรกรรมตราสารหนี้
(2) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 3/2559 เรื่อง คําขอและเอกสารประกอบคําขอรับบริการธุรกรรมตราสารหนี้ และช่องทางการขอรับบริการ
(3) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 4/2559 เรื่อง วันปิดสมุดทะเบียนและวิธีการจ่ายดอกเบี้ยและ เงินต้น
(4) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 5/2559 เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการธุรกรรมตราสารหนี้
(5) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สรข. 5/2562 เรื่อง การใช้ตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสารเป็นหลักประกัน (Scripless Pledging)
(6) คําสั่งที่ 138/2522 เรื่อง ระเบียบและพิธีปฏิบัติการขอรับมรดกพันธบัตรและดอกเบี้ยพันธบัตร
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีอํานาจจัดการตราสารหนี้ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีอํานาจตามกฎหมาย ในการใช้บริการธุรกรรมตราสารหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดจําหน่าย หรือเป็นนายทะเบียน หรือเป็นตัวแทนการจ่ายเงิน
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
ส่วนที่ 1
บททั่วไป
5.1 คํานิยาม ในระเบียบนี้
"ธปท." หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งกระทําโดยผู้ว่าการ หรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมาย
"ศูนย์รับฝาก" หมายความว่า บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือหน่วยงานอื่นใดที่ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งขึ้น หรือได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เพื่อประกอบการศูนย์กลางการให้บริการรับฝากและถอนหลักทรัพย์
"ตราสารหนี้" หมายความว่า ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน พันธบัตร หุ้นกู้ และตราสารอื่นใดที่ ธปท. เป็นผู้จัดจําหน่าย หรือนายทะเบียน หรือตัวแทนการจ่ายเงินซึ่ง ธปท. ในฐานะตัวแทนมีหน้าที่ในการจ่ายดอกเบี้ย เงินต้น หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด
"ตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสาร" หมายความว่า ตราสารหนี้ที่ ธปท. ในฐานะนายทะเบียนเป็นผู้ออกใบตราสารหนี้
"ตราสารนี้ประเภทไร้ใบตราสาร" หมายความว่า ตราสารหนี้ที่ ธปท.เป็นนายทะเบียนและอยู่ในระบบไร้ใบตราสารของศูนย์รับฝาก
"บัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อการทําธุรกรรมกับ ธปท." หมายความว่า บัญชีตราสารหนี้ของนิติบุคคลแต่ละรายที่เป็นสมาชิกภายใต้ระบบงานของ ธปท. เพื่อการทําธุรกรรม
"วันทําการ" หมายความว่า วันทําการของ ธปท.
"ผู้ถือกรรมสิทธิ์" หมายความว่า ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
"ผู้มีอํานาจจัดการตราสารหนี้" หมายความว่า บุคคลดังต่อไปนี้
(1) กรณีผู้เยาว์ คือ บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองที่ศาลแต่งตั้ง หรือบุคคลอื่นที่มีชื่อเป็นผู้จัดการในใบตราสารหนี้
(2) กรณีคนไร้ความสามารถ คือ ผู้อนุบาลที่ศาลแต่งตั้ง
(3) กรณีคนเสมือนไร้ความสามารถ คือ ผู้พิทักษ์ที่ศาลแต่งตั้งกระทําการร่วมกับผู้ถือกรรมสิทธิ์
(4) กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นผู้ถึงแก่กรรม คือ ผู้จัดการมรดก หรือผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย
"ผู้เยาว์" หมายความว่า บุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์และยังไม่บรรลุนิติภาวะ
"ผู้ขอรับบริการ" หมายความว่า ผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีอํานาจจัดการตราสารหนี้หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีอํานาจตามกฎหมาย
ส่วนที่ 2
ประเภทบริการธุรกรรมตราสารหนี้
5.2 บริการธุรกรรมตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสารผู้ขอรับบริการ สามารถขอรับบริการเกี่ยวกับตราสารหนี้ประเภทมีใบตราสาร ดังนี้
5.2.1 เปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนประวัติ
5.2.2 ออกใบตราสารหนี้ฉบับใหม่เพื่อทดแทนฉบับเดิม
5.2.3 โอนกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ สามารถดําเนินการได้ 2 กรณี ดังนี้
กรณีทั่วไป หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นโดยเจตนาของผู้ถือกรรมสิทธิ์
กรณีขายทอดตลาด หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์จากการขายทอดตลาดอันเกิดจากการบังคับหลักประกัน หรือบังคับคดี หรือกรณีอื่นใดให้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่น
5.2.4 จดแจ้งและถอนการจดแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน
5.2.5 เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือรายละเอียดของการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน
5.2.6 จดแจ้งและถอนการจดแจ้งการอายัดสิทธิในตราสารหนี้
5.2.7 จดแจ้งและถอนการจดแจ้งการวางสํารองประกันภัย
5.2.8 จดแจ้งและถอนการจดแจ้งการดํารงสินทรัพย์ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
5.2.9 การไถ่ถอนตราสารหนี้เมื่อครบกําหนดจ่ายคืนเงินต้น
5.2.10 การออกหนังสือรับรองการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้หนังสือรับรองสถานะตราสารหนี้ หนังสือยืนยันยอดตราสารหนี้ ใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือหนังสืออื่นใดตามที่ ธปท. เห็นสมควร
5.2.11 การจัดการมรดกตราสารหนี้
5.2.12 การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้
5.2.13 การฝากใบตราสารหนี้เข้าระบบไร้ใบตราสาร
5.2.14 การฝากใบตราสารหนี้เข้าบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อการทําธุรกรรมกับ ธปท.
5.2.15 ดําเนินการอื่นใดตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด
5.3 บริการธุรกรรมตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสาร
ผู้ขอรับบริการสามารถขอรับบริการเกี่ยวกับตราสารหนี้ประเภทไร้ใบตราสาร ดังนี้
5.3.1 การถอนตราสารหนี้ออกจากระบบไร้ใบตราสารเพื่อออกใบตราสาร
5.3.2 การถอนตราสารหนี้ออกจากบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อการทําธุรกรรมกับ ธปท.
5.3.3 ออกหนังสือรับรองการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตราสารหนี้ในบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อการทําธุรกรรมกับ ธปท.
5.3.4 ออกใบแทนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
5.3.5 การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันและการถอนหลักประกันตราสารหนี้
5.3.6 ดําเนินการอื่นใดตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด
สวนที่ 3
การขอรับบริการธุรกรรมตราสารหนี้
5.4 การขอรับบริการธุรกรรมตราสารหนี้
5.4.1 ผู้ขอรับบริการต้องยื่นคําขอ หรือหนังสือแจ้งความประสงค์ และเอกสารประกอบคําขอของแต่ละประเภทบริการตามวิธีการที่ ธปท. ประกาศกําหนด
ทั้งนี้ ธปท. อาจเรียกให้ผู้ขอรับบริการยื่นเอกสารอื่นใดเพิ่มเติมได้
5.4.2 กรณีผู้ขอรับบริการไม่สามารถมาดําเนินการด้วยตนเองได้ผู้ขอรับบริการสามารถจัดทําหนังสือมอบอํานาจให้บุคคลอื่นมาดําเนินการแทนได้พร้อมแนบต้นฉบับและสําเนาของเอกสารแสดงตนของผู้มอบอํานาจและต้นฉบับเอกสารแสดงตนของผู้รับมอบอํานาจ
กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ต้องนําส่งหนังสือมอบอํานาจที่ระบุนิติบุคคลผู้ดูแลหลักทรัพย์ (Custodian) ซึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย และระบุอายุของหนังสือมอบอํานาจ โดยต้องมีพยานและผู้รับรองเอกสารในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- กรณีกงสุลไทยเป็นพยาน ต้องมีการรับรองต่อเนื่องเป็นลําดับจาก
(1) เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ (ถ้ามี) และ
(2) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยในประเทศไทย
- กรณีเจ้าหน้าที่ Notary Public หรือแมยิสเตร็ด (Magistrate) หรือบุคคลอื่น ซึ่งมีใบสําคัญของรัฐบาลต่างประเทศว่าเป็นผู้มีอํานาจกระทําการได้เป็นพยาน ต้องมีการรับรองต่อเนื่องเป็นลําดับจาก
(1) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศหรือหอการค้าระหว่างประเทศของประเทศนั้น
(2) เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ (ถ้ามี) และ
(3) เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยในประเทศไทย
5.4.3 การขอรับบริการธุรกรรมตราสารหนี้ ดังต่อไปนี้ไม่สามารถกระทําได้ตั้งแต่วันปิดสมุด
ทะเบียนเพื่อจ่ายคืนเงินต้นงวดสุดท้ายตามที่ ธปท. ประกาศกําหนด
(1) การโอนกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้
(2) การจดแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน
(3) การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือรายละเอียดของการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน
(4) การจดแจ้งการวางสํารองประกันภัย
(5) การจดแจ้งการดํารงสินทรัพย์ของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
(6) การฝากใบตราสารหนี้เข้าระบบไร้ใบตราสารและถอนตราสารหนี้ออกจากระบบไร้ใบตราสารเพื่อออกใบตราสาร
(7) การฝากใบตราสารหนี้เข้าและถอนตราสารหนี้ออกจากบัญชีย่อยตราสารหนี้เพื่อการทําธุรกรรมกับ ธปท.
5.4.4 ในกรณีที่ผู้ออกตราสารหนี้กําหนดเงื่อนไขของการโอนกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ไว้ ผู้ขอรับบริการสามารถดําเนินการได้ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศของผู้ออกตราสารหนี้เท่านั้น เช่น ตราสารหนี้ระบุผู้รับโอนไว้เฉพาะเจาะจง หรือ โอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงเวลาที่กําหนด
5.5 ผู้ขอรับบริการต้องให้ความยินยอมเพื่อให้ ธปท. ดําเนินการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการทําธุรกรรมตราสารหนี้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
5.6 ธปท. จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการธุรกรรมตราสารหนี้ตามอัตราที่ ธปท. ประกาศกําหนด
ส่วนที่ 4
การจ่ายดอกเบี้ยและจ่ายคืนเงินต้นของตราสารหนี้ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
5.7 ธปท. จะจ่ายดอกเบี้ยของตราสารหนี้แต่ละงวด ในวันกําหนดจ่ายดอกเบี้ยและตามเงื่อนไขที่ผู้ออกตราสารหนี้ประกาศกําหนด โดยถือตามรายชื่อทางทะเบียนของ ธปท. หรือตามที่ศูนย์รับฝากแจ้งแก่ ธปท. ซึ่งเป็นรายชื่อ ณ สิ้นวันทําการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายดอกเบี้ยตามที่ ธปท.ประกาศกําหนด
กรณีที่มีการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน ธปท. จะจ่ายดอกเบี้ยของตราสารหนี้แต่ละงวดให้แก่ผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกันเท่านั้น
ทั้งนี้ ธบท. จะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกําหนดและแจ้งข้อมูลการจ่ายดอกเบี้ยและการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางไปรษณีย์หรือช่องทางอื่นใดตามที่ ธปท. เห็นสมควร
5.8 ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นของตราสารหนี้แต่ละรุ่น ในวันครบกําหนดจ่ายคืนเงินต้นและตามเงื่อนไขที่ผู้ออกตราสารหนี้ประกาศกําหนด โดยถือตามรายชื่อทางทะเบียนของ ธปท. หรือตามที่ศูนย์รับฝากแจ้งแก่ ธปท. ซึ่งเป็นรายชื่อ ณ สิ้นวันทําการสุดท้ายก่อนวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อจ่ายคืนเงินต้นตามที่ ธปท.ประกาศกําหนด
กรณีที่มีการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน ธปท. จะจ่ายคืนเงินต้นของตราสารหนี้ให้แก่ผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกันเท่านั้น
5.9 ธปท. จะดําเนินการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามที่ ธปท.ประกาศกําหนด
ส่วนที่ 5
สิทธิและหน้าที่ของ ธปท.
5.10 ธปท. สงวนสิทธิที่จะปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงระเบียบ ประกาศ หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้ตามที่เห็นสมควรโดย ธปท. จะประกาศให้ทราบล่วงหน้า
5.11 ธปท. สงวนสิทธิที่จะระงับการให้บริการกับบุคคลที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม หรือมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงระเบียบ ธปท. หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องและในกรณีที่ ธปท. พบใบตราสารหนี้ที่ถูกยกเลิกหรือใบตราสารหนี้ปลอมหรือแปลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ธปท. จะทําการยึดใบตราสารหนี้นั้น
ส่วนที่ 6
บทเฉพาะกาล
5.12 การถอนหรือบังคับหลักประกัน ตามข้อ 5 แห่งระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝฝต. 1/2551 ว่าด้วยการโอน การวางหลักประกัน การจํานําตราสารหนี้ และการเปลี่ยนแปลงทะเบียนตราสารหนี้ พ.ศ. 2551 ให้มีผลบังคับใช้กับตราสารหนี้ที่มีการวางหลักประกันอยู่ก่อนตามข้อ 3 แห่งระเบียบฉบับดังกล่าวจนกว่าจะได้ดําเนินการถอนหรือบังคับหลักประกันเรียบร้อยแล้ว
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2563
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2562
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย