法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

ในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบมาตรา

๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔ และมาตรา

๑๕

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาคที่จัดให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาคที่จัดให้มีการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

“ผู้สมัคร” หมายความว่า

ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดากฎกระทรวง

กฎ ระเบียบหรือข้อบังคับอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

การรับสมัคร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อสมควรจะมีการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศประจำปีงบประมาณใด

ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอขอความเห็นชอบจาก ก.ต. และให้เลขานุการ ก.ต.

แจ้งให้อธิบดีจัดให้มีการดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ในการขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง

ให้อธิบดีแจ้งเป็นหนังสือต่อเลขานุการ ก.ต. เพื่อประกอบการพิจารณาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนเริ่มปีงบประมาณที่จะดำเนินการคัดเลือก

โดยให้คำนึงถึงระยะเวลาในการดำเนินการ

และให้อธิบดีเสนอแผนการดำเนินการเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เมื่ออธิบดีได้รับแจ้งให้ดำเนินการตามข้อ ๖ วรรคหนึ่งแล้ว

ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศรับสมัครโดยเปิดเผย ด้วยวิธีการเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกันก่อนวันรับสมัครไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

และให้มีกำหนดเวลารับสมัครไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน

การเผยแพร่ตามวรรคหนึ่ง

ให้รวมถึงการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม

เว็บไซต์ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกับปิดประกาศรับสมัคร ณ

สถานที่ราชการที่เกี่ยวข้อง และทางสื่ออื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศอาจประกาศขยายระยะเวลารับสมัครก็ได้

แต่ทั้งนี้

จะต้องประกาศขยายระยะเวลาดังกล่าวก่อนวันปิดรับสมัครและระยะเวลาที่ขยายต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันสุดท้ายของการรับสมัคร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานประกอบใบสมัครตามแบบที่ ก.ต.

กำหนดท้ายระเบียบนี้

ต่อเจ้าหน้าที่รับสมัครประจำศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศที่ตนจะเข้าสังกัด

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศรับสมัคร

คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ” ประกอบด้วย ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา

เป็นกรรมการที่ปรึกษา

อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

หรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค แล้วแต่กรณี

เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมหรือผู้แทน รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่มีอาวุโสสูงสุด

หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาคที่มีอาวุโสสูงสุด

แล้วแต่กรณี

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศที่อธิบดีมอบหมาย

ผู้พิพากษาในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศที่อธิบดีมอบหมาย

ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ผู้แทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์

ผู้แทนกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรรมการ

โดยมีเลขานุการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

หรือเลขานุการศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค แล้วแต่กรณี

เป็นกรรมการและเลขานุการ

และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

หรือผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค

แล้วแต่กรณี เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร

(๒) จัดให้มีการอบรมภาควิชาการก่อนการสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่า

การประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์การทำงาน

(๓)

เสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบพร้อมด้วยผลการพิจารณาความเหมาะสมต่อ

ก.ต.

(๔) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการใด ๆ

ตามแต่จะมอบหมายภายในอำนาจหน้าที่

(๕)

เชิญบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมเป็นประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ห้ามมิให้งดออกเสียง

การเสนอความเห็นใด ๆ ของคณะกรรมการต่อ ก.ต. นั้น

ให้เสนอความเห็นของเสียงข้างน้อยและข้อสังเกตไปพร้อมกับความเห็นของคณะกรรมการด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร

โดยให้มีอำนาจกำหนดวิธีการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

และมีอำนาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การดำเนินการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน

ให้นำวิธีการของคณะกรรมการในข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อเจ้าหน้าที่รับสมัครในข้อ ๘ ได้รับใบสมัครไว้แล้ว ให้ผู้สมัครไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

ตามที่ ก.ต. กำหนด ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่ระบุโดยคณะกรรมการ

ให้คณะกรรมการแพทย์ตรวจร่างกายและจิตใจของผู้สมัครเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ดังนี้

(๑) ตรวจร่างกายทั่วไป

(๒) ตรวจโรคทั่วไป

และโรคอันมีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นข้าราชการศาลยุติธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

(๓) ตรวจสภาพจิตใจ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีเห็นสมควร

ก.ต. อาจกำหนดให้ผู้สมัครยื่นใบรับรองแพทย์ในวันสมัครแทนการส่งผู้สมัครไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์ก็ได้

ใบรับรองแพทย์ตามวรรคหนึ่ง

จะต้องเป็นใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายและจิตใจผู้สมัครครบถ้วนตามข้อ

๑๖ ทั้งนี้ ตามแบบใบรับรองแพทย์ที่

ก.ต. กำหนด และเป็นการตรวจภายในระยะเวลาไม่เกินสามเดือนก่อนวันยื่นใบสมัคร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครมีหน้าที่ ดังนี้

(ก)

สอบถามคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายของผู้สมัครไปยังผู้รับรอง

ผู้บังคับบัญชา หน่วยงานหรือบุคคลอื่นใดตามที่เห็นสมควร

(ข)

ส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดไปยังสภาทนายความเพื่อตรวจสอบว่าเป็นหรือเคยเป็นทนายความ

หรือเคยถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดมรรยาททนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความหรือไม่

(ค)

ตรวจสอบความประพฤติและลายพิมพ์นิ้วมือไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(ง) ตรวจสอบการเป็นคู่ความและผลคดีไปยังศาลต่าง ๆ

ตามที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเห็นสมควร

(จ)

กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศหรือศาลอื่น

ให้ตรวจสอบผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นั้นว่าที่ผ่านมาเป็นประการใด

(ฉ)

ตรวจสอบประวัติบุคคลไปยังหน่วยงานภายนอกที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เช่น

สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

(ช) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ตามวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

เพื่อให้บุคคลทั่วไปให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ

หรือความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

โดยให้มีหนังสือถึงประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันประกาศเป็นต้นไป ทั้งนี้

ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะให้ข้อคิดเห็นระบุชื่อ นามสกุล

และที่อยู่จริงที่สามารถติดต่อได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร

และรายงานผลการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์หรือใบรับรองแพทย์ตามข้อ ๑๗

แล้วแต่กรณี

ให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครพิจารณาแล้วเสนอความเห็นไปยัง ก.ต.

เพื่อพิจารณา

และให้คณะกรรมการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินด้วยวิธีการอบรมภาควิชาการ

สอบข้อเขียน และสอบปากเปล่า

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้กระทำโดยการอบรมภาควิชาการ

การสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่า การประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์การทำงาน

ผู้สมัครซึ่งเป็นผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศซึ่งจะครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งในปีที่เปิดรับสมัคร

หรือพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระแต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศนั้นต่อไปจนกว่าผู้พิพากษาสมทบคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่

ให้ได้รับการประเมินผลงาน ความรู้และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาแทนการสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้คณะกรรมการจัดให้มีการอบรมภาควิชาการก่อนการสอบข้อเขียน การสอบปากเปล่า

การประเมินความรู้ความสามารถและประสบการณ์การทำงาน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การอบรมภาควิชาการควรประกอบด้วยเนื้อหาวิชาดังต่อไปนี้

(๑)

ความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(๒) วิธีพิจารณาคดีของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

(๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๔) การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

(๕) หน้าที่และการดำรงตนในฐานะผู้พิพากษาสมทบ

(๖) ประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ภายใต้บังคับของข้อ ๒๐ วรรคสอง ผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจร่างกายและจิตใจ

หรือไม่เข้ารับการอบรมภาควิชาการหรือเข้ารับการอบรมไม่ครบตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

หรือไม่เข้าสอบข้อเขียน จะไม่มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การสอบข้อเขียน

ให้ประเมินความรู้จากการอบรมภาควิชาการซึ่งมีเนื้อหาวิชาตามข้อ ๒๒ คะแนนเต็ม ๔๐

การสอบปากเปล่า

ให้คณะกรรมการทำการสอบโดยวิธีถามผู้สมัครเรียงตัวและพิจารณาคุณสมบัติกับลักษณะต้องห้ามทั้งปวงตามมาตรา

๑๕

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙ และความเหมาะสมในด้านพฤติกรรม บุคลิกภาพ สติปัญญา

ความรู้ความเข้าใจในปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ตลอดจนความเหมาะสมอื่น ๆ โดยให้พิจารณาจากการแต่งกาย

กิริยามารยาทและการรู้จักกาลเทศะ

ตั้งแต่วันที่เข้ารับการอบรมภาควิชาการจนถึงวันสอบปากเปล่าประกอบด้วย ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการแต่ละคนที่ทำการสอบปากเปล่าให้คะแนนแบ่งตามหัวข้อที่กำหนดในแบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่าท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สมัครได้คะแนนการสอบปากเปล่าตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่กรรมการแต่ละคนกำหนดให้

เว้นแต่เป็นกรณีขาดคุณสมบัติ คะแนนเต็ม ๖๐

การพิจารณาความเหมาะสมตามวรรคสอง

ให้คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา และความเหมาะสมอื่น ๆ เช่น

จริยธรรมและคุณธรรม อุปนิสัย วุฒิภาวะทางอารมณ์ ความสุขุมรอบคอบ อัธยาศัย

บุคลิกภาพ ท่วงทีวาจา การแสดงออก

ความรู้ความเข้าใจในปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ความรู้ความสามารถทั่วไป ประสบการณ์ ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทัศนคติ การปรับตัวกับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม

เป็นต้น

สำหรับการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาของผู้สมัครตามข้อ ๒๐

วรรคสอง ให้พิจารณาจากรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ตามแบบที่ ก.ต.

กำหนดท้ายระเบียบนี้ คะแนนเต็ม ๔๐

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานสรุปผลการพิจารณาเป็นรายบุคคล

และเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบต่อ ก.ต.

เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ระเบียบนี้ไม่มีผลกระทบถึงการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศที่ได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ไพโรจน์ วายุภาพ

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

๒.

ข้อมูลประกอบใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

๓. คำรับรองของผู้บังคับบัญชา สำหรับผู้สมัครที่เป็นข้าราชการ

๔. หนังสือยินยอม สำหรับลูกจ้าง / พนักงานรัฐวิสาหกิจ / อื่น ๆ

๕. ใบรับรองแพทย์

๖. แบบการให้คะแนนการสอบปากเปล่า

๗. แบบประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ กันยายน

๒๕๕๖

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๕ กันยายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๑/๑๘ กันยายน ๒๕๕๖

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d57e3eb13c2f1213

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com