法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 120 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลเกาะแก้ว ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต

และตำบลกระทู้ อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ

ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ

โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑)

ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

(๒)

ส่งเสริมเกษตรกรรมและการเพาะเลี้ยงตามแนวชายฝั่ง

(๓)

ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สัมพันธ์กับการขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต

(๔)

พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(๕)

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งและรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(๒)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม

ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

(๓)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง

ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(๔)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

(๕)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว

ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๖)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๗)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๘)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(๙)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า

๕๐๐ เมตร

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ และร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิด

(๕)

เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่

เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ และร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิด

(๕)

เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่

เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖)

ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร

(๗)

สุสานหรือฌาปนสถาน

(๘)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิด

(๕)

เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่

เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖)

ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร

(๗)

สุสานหรือฌาปนสถาน

(๘)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการคลังสินค้าและอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมบริการ คลังสินค้า

อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ

โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับคลังสินค้า

และโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๓)

สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๔)

สุสานหรือฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการโรงงานทุกประเภทเว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

และอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่

๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

พลตำรวจเอก

เภา สารสิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๒.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๐

(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๓.

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๔.

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๕.

รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๐ (พ.ศ.

๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลเกาะแก้ว ตำบลรัษฎา

อำเภอเมืองภูเก็ต และตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค

บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่าการใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศิริยา/พิมพ์

๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐

วิภา/ปรับปรุง

๗ มีนาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๘๗/หน้า ๑/๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๕

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 120 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d6a952aa9e7e6c69

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com