法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี (เล่มที่ 15)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้

อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน

ในท้องที่ตำบลช่องเม็ก

อำเภอสิรินธร

จังหวัดอุบลราชธานี

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ เริ่มจากจุดบรรจบระหว่างเส้นขนานระยะ

๕๐๐ เมตร กับชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย กับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องเม็ก

จากนั้นเลียบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องเม็กไปทางทิศตะวันออก

จนถึงจุดซึ่งแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องเม็กบรรจบกับอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงฝั่งเหนือ

จากนั้นเลียบตามแนวเขตอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงฝั่งเหนือไปทางทิศตะวันออก

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ฟากตะวันตก เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗

ฟากตะวันตกไปทางทิศเหนือ ถึงจุดซึ่งห่างจากจุดบรรจบระหว่างถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๑๗ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ เป็นระยะ ๑๕๐ เมตร

เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออก

จดอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ เลียบอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบรรจบแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๗๕๐ เมตร

กับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าช่องเม็ก

ซึ่งเป็นแนวเขตอำเภอสิรินธรตรงจุดที่แนวเขตอำเภอสิรินธรตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๑๗ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเขตอำเภอสิรินธร เป็นระยะ ๑,๑๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก เลียบแนวเขตอำเภอสิรินธรไปทางทิศใต้

จนถึงจุดที่แนวเขตอำเภอสิรินธรบรรจบกับเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีป่าห้วยยอดมน

ทิศใต้

เลียบแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีป่าห้วยยอดมนไปทางทิศตะวันตก

จนถึงจุดที่แนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีป่าห้วยยอดมนบรรจบกับชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย

ทิศตะวันตก เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร

กับชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย จนจดแนวเขตทางด้านทิศเหนือ

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่ลากทำมุม ๑๐๐ องศา

กับถนนสมบูรณ์ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสมบูรณ์บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗

(เดิม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนสมบูรณ์ เป็นระยะ ๓๒๐ เมตร

อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ

๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตก

และเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ทิศตะวันออก จดด่านกักพืช ด่านกักสัตว์

และพื้นที่สงวนไว้ใช้ในราชการของกระทรวงมหาดไทย

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑๙๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

และเป็นเส้นตรงที่ต่อจากแนวเส้นขนานไปทางทิศตะวันตกบรรจบกับเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนสาธารณะเลียบวัดหนองเม็กด้านเหนือ เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ

๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะเลียบวัดหนองเม็กด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดสระหนองเม็ก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗

(เดิม) ฟากเหนือ สถานีอนามัยบ้านหนองเม็ก และถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันออก

ฟากเหนือ และฟากตะวันตก

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก

๒.๓ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ฟากใต้ โรงเรียนบ้านหนองเม็ก ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (เก่า)

เส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗

(เดิม) เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร ไปทางทิศใต้ จนบรรจบกับเส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ

๑๓๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) และถนนวันเฉลิม ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖

ฟากตะวันตก บริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย

เส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร

ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทยด้านเหนือไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

และเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศา ตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกา

กับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร

ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร

ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศา กับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร

ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทยด้านเหนือ

ทิศตะวันตก

จดเส้นตรงที่ลากจากห้วยเหล่าอินทร์แปลง ฝั่งตะวันตก

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตเทศบาลตำบลช่องเม็ก หลักเขตที่ ๕

ไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวห้วยเหล่าอินทร์แปลง เป็นระยะ ๕๕๐

เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับถนนนามพันธ์

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนนามพันธ์

บรรจบกับถนนโพธิ์มาตย์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวถนนนามพันธ์เป็นระยะ ๕๐ เมตร

เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธิ์มาตย์ เส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนบุญวัง เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนบุญวัง ไปทางทิศตะวันตก เป็นระยะ ๔๐๐ เมตร เส้นตรงระยะ ๔๕๐ เมตร

ที่ลากทำมุม ๑๐๙ องศา ตามทิศทางตามเข็มนาฬิกากับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ไปทางทิศตะวันตกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๑๐๐ เมตร

๒.๔ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดที่ดินบริเวณภูมดง่าม เส้นตรงระยะ

๕๐ เมตร ที่ต่อตรงจากถนนสาธารณะเลียบโรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัวด้านตะวันตก

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัว ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากใต้ เส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือและฟากใต้ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

(ทางไปบ้านหินสูง) บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๒๕๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

(ทางไปบ้านหินสูง) ฟากตะวันออกและฟากตะวันตก

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง)

บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

(ทางไปบ้านหินสูง) เป็นระยะ ๓๒๕ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับอ่างเก็บน้ำห้วยเว่อ

ฝั่งตะวันออก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖

ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

ศาสนสถาน และหนองน้ำสาธารณประโยชน์

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร

จังหวัดอุบลราชธานี ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้าง

อาคารชนิดและบางประเภท ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า

๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน

ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน

สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม้น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑]

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สุพัฒตา/พิมพ์

๒๓

พฤษภาคม ๒๕๕๐

ฐิติพงษ์/ตรวจ

๒๗

พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑]ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่

๑๕)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๘๓/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี (เล่มที่ 15) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d74e68445bdacf6b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com