ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 5/2559
เรื่อง อํานาจหน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสําคัญสูงสุด
อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ
กรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในฐานะที่มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีธรรมาภิบาลที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือแนวนโยบายของหน่วยงานที่หน้าที่เจ้าของ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต (Duty of loyalty) และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Duty of care) เป็นที่ตั้ง ภายใต้กรอบหน้าที่และความรับผิดชอบทั่วไป 3 ประการ คือ การกําหนดนโยบาย การดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีกระบวนการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามนโยบาย และการดูแลให้มีระบบการติดตามตรวจสอบให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามนโยบายที่กําหนด
หน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในทางปฏิบัติจะมีหลายด้านตามที่ระบุในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ แต่เพื่อเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินในระยะยาว และเพื่อให้แนวทางในการดูแลกิจการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจสอดคล้องกับกฎหมายและประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรกําหนดอํานาจหน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ควรให้ความสําคัญสูงสุดในการดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (1) มีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ (2) มีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งสามารถรองรับความเสี่ยงของกิจการทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ (3) มีการดําเนินงานที่เป็นไปตามพันธกิจและกฎเกณฑ์ของทางการ และ (4) มีธรรมาภิบาลที่ดี (Good corporate governance)
อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 84 ประกอบมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจ สถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสําคัญสูงสุด ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อื่นๆ - 4.เนื้อหา
4.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
“สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลอดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
4.2 อํานาจหน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการกํากับดูแลกิจการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสําคัญสูงสุด ประกอบด้วย 4 ด้าน ดังนี้
4.2.1 ด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk management)
การบริหารความเสี่ยงเป็นปัจจัยสําคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจในระยะยาว กรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงต้องดูแลให้แน่ใจว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะปกป้องดูแลผลประโยชน์ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและจํากัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ดังนั้นกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงมีหน้าที่อย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) มีความรู้ความเข้าใจในความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจตลอดจนเครื่องที่จะใช้ในการบริหารความเสี่ยงต่างๆ อย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับธุรกิจต่างๆ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้เป็นอย่างดี
(2) ดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีกระบวนการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมธุรกรรมต่างๆ ของสถาบันการเงินพาะกิจ และสามารถสะท้อนข้อผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้แน่ใจว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ดําเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายกฎและระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติต่างๆ ของทางการ รวมทั้งคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทย
(3) ดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีกระบวนการรายงานการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กฎและระเบียบ ข้อบังคับ มาตรฐาน และแนวปฏิบัติต่างๆ ของทางการ หรือข้อบังคับภายในของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเอง เพื่อให้กรรมการและฝ่ายจัดการสามารถติดตามหรือแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดผลกระทบต่อธุรกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างมีนัยสําคัญ
4.2.4 ด้านปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการที่มีธรรมาภิบาลที่ดี (Good corporate governance)
คณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีอํานาจและหน้าที่ในการดํากับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจในอันที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยมีกรรมการเป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างผู้ถือหุ้นหรือหน่วยงานที่ทําหน้าที่เจ้าของและฝ่ายจัดการ ดังนั้น กรรมการจึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในการสร้างธรรมาภิบาลที่ดี อันที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นหรือหน่วยงานที่ทําหน้าที่เจ้าของ ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Stakeholders) ดังนั้น กรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงต้องมีบทบาทหน้าที่ตามหลักของธรรมาภิบาลที่ดีอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรงไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ไม่เลือกปฏิบัติไม่เล่นพวกเล่นพ้อง และไม่เข้าไปมีส่วนร่วมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจในธุรกรรมหรือกิจการใดๆที่ตนเองมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of interest) รวมถึงต้องสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดการแทรกแซงการตัดสินใจใดๆ อันจะทําให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
(2) อนุมัติหรือกําหนดนโยบายสําคัญและกลยุทธ์ในการดําเนินธุรกิจ ตลอดจนติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการให้เป็นไปตามนโยบายและกลยุทธ์ที่กําหนดไว้
(3) ดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกําหนดนโยบายเรื่องธรรมภิบาลที่ดีให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Stakeholders) อย่างเหมาะสม มีความเป็นธรรมในทางธุรกิจโดยไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า และประชาชนไม่ว่าด้านสินเชื่อเงินฝาก รายการนอกงบดุล หรือในเรื่องอื่นๆ
(4) เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง เว้นแต่กรณีมีเหตุจําเป็น รวมทั้งมีส่วนร่วมในการซักถามและแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการประชุมอย่างเต็มความสามารถ
(5) ดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีนโยบายการจ่ายผลตอบแทนที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อจูงใจและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ และดํารงไว้ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ทั้งนี้ไม่ควรกําหนดอัตราผลตอบแทนโดยผูกโยงกับกําไรระยะสั้นมากเกินไป เพื่อไม่ให้มีแรงจูงใจในการเพิ่มระดับความเสี่ยงที่สูงเกินกว่าระดับที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจยอมรับได้ หรือทําธุรกิจแบบสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยละเลยผลกระทบในระยะยาวเพียงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงในระยะสั้น
(6) ดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of duties) ให้ชัดเจน และมีการตรวจสอบถ่วงดุล (Check and balance) ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทําเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือเกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of interest)
4.3 การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ในการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ทั้ง 4 ประการข้างต้น กรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จะต้องมีความสุจริตและการกระทําการด้วยความระมัดระวัง ภายใต้กรอบและแนวทางของหลักการตัดสินใจทางธุรกิจ (Business judgment rule) ดังนี้
4.3.1 ต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว (No Conflict of interest and no self-dealing ) หรือไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องที่ต้องตัดสินใจหรือลงมติ หากมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องจะมีเหตุให้ถือเป็นเบื้องต้นว่าเป็นการกระทําที่ขาดความสุจริต เว้นแต่มีข้ออธิบายที่สมเหตุสมผลได้
4.3.2 ต้องเป็นการตัดสินใจหรือลงมติบนพื้นฐานข้อมูลที่เพียงพอ (Informed decision) โดยพึงมีข้อมูลที่เพียงพอ เพื่อประกอบการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลทางธุรกิจในระดับที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านเงินและธนาคารพึงมี ก่อนการตัดสินใจหรือลงมตินั้น
4.3.3 ต้องการตัดสินใจหรือลงมติที่มีความสมเหตุสมผล (Rational decision) โดยมีเหตุผลสนับสนุนในระดับที่ผู้มีอาชีพด้านการเงินและการธนาคารพึงมี ซึ่งในการตัดสินใจหรือลงมติแต่ละเรื่องอาจมีทางเลือกหลายทาง (Range of decision) ที่ถือว่าสมเหตุสมผลได้ อย่างไรก็ดี การตัดสินใจหรือการลงมติที่ออกนอกขอบเขตของผู้ประกอบอาชีพด้านการเงินและการธนาคารโดยสิ้นเชิง ย่อมถือไม่ได้ว่าการตัดสินใจหรือลงมติที่สมเหตุสมผลตามข้อนี้
อื่นๆ - 5.วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2559
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย