ข้อ ๒ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 6 ของคําสั่งกรมสรรพากรที่ ป.104/2544 เรื่องการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีการให้บริการที่กระทําใน ราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2544 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 6 กรณีผู้ประกอบการซึ่งได้ให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและ มิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ไม่ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการดังกล่าวไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/13 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินค่าบริการจึงไม่มีหน้าที่ต้องนําส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ตัวอย่าง
(1) บริษัท ก จํากัด ประกอบกิจการขายสินค้า ทําสัญญาว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศให้เป็นนายหน้าติดต่อหาลูกค้าในต่างประเทศ ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท ก จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(2) บริษัท ข จํากัด ประกอบกิจการประเภทธุรกิจหลักทรัพย์ ได้ทําสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคารในต่างประเทศ โดยบริษัท ข จํากัด ได้ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศแห่งหนึ่งเป็นตัวแทนในการจัดหาแหล่งเงินกู้ ซึ่งบริษัท ข จํากัดจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่ตัวแทน ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท ข จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(3) บริษัท ค จํากัด ประกอบกิจการผลิตสินค้า ได้ทําสัญญาแต่งตั้งบริษัทในต่างประเทศเป็นตัวแทนในการชําระราคาค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายในต่างประเทศ โดย ตัวแทนต้องจ่ายเงินทดรองแทนบริษัทฯ ไปก่อนและเรียกเก็บเงินคืนจากบริษัทฯ พร้อมกับ เรียกเก็บค่าบริการ ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท ค จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(4) บริษัท ง จํากัด ประกอบกิจการโรงแรม ได้ทําสัญญาว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศให้ดําเนินการส่งเสริมการขาย การตลาด โฆษณา และรับจองห้องพัก ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท ง จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(5) สถานีโทรทัศน์ในต่างประเทศรับจ้างโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์ในต่างประเทศ โดยมีรายได้จากการรับจ้างโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์จากผู้ผลิตหรือผู้จําหน่าย สินค้าทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งมีผู้ผลิตหรือผู้จําหน่ายสินค้าในประเทศไทยได้ว่าจ้างโฆษณาดังกล่าวด้วย ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ผู้ผลิตหรือผู้จําหน่ายสินค้าในประเทศไทยไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(6) บริษัท จ จํากัด ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศจัดทําโฆษณาลงในนิตยสารสวัสดีที่มีผู้โดยสารอ่านบนเครื่องบินซึ่งมีทั้งสายการบินในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท จ จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
(7) บริษัท ฉ จํากัด ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศลงพิมพ์โฆษณาในนิตยสาร (Magazine) ในต่างประเทศ ซึ่งมีการขายนิตยสารดังกล่าวในประเทศไทยด้วย ถือเป็นการให้บริการที่กระทําในต่างประเทศและมิได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัท ฉ จํากัด ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)”