ประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ
เรื่อง
มติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ[๑]
ด้วยคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๐
เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ และที่ประชุมได้มีมติตามมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๒)
ประกอบมาตรา ๑๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้การกระทำความผิดทางอาญาเป็นคดีพิเศษที่ต้องสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๗ จำนวน ๔ เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ ๑ กรณี
กล่าวหาว่ามีขบวนการฟอกเงินเกี่ยวกับการทุจริตในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
(สำนักงาน สกสค.) กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กับพวก
เรื่องที่ ๒ กรณี กล่าวหาว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เชนลิสซิ่ง
จำกัด มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและหลีกเลี่ยงภาษีอากร
เรื่องที่ ๓ กรณี
บริษัท เอ็ม-แลนดาร์ช จำกัด กับพวก
ได้ร่วมกันฉ้อโกงหรือลวงขายเครื่องตรวจหาสารเสพติดยี่ห้ออัลฟ่า ๖ (ALPHA6) ที่ไม่มีประสิทธิภาพให้กับกรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
เรื่องที่ ๔ กรณี
ขบวนการฟอกเงินอันเนื่องมาจากการทุจริตสัญญาระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
ตามโครงการรับจำนำข้าว ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕
ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
พิมพ์มาดา/อัญชลี/จัดทำ
๔
ธันวาคม ๒๕๖๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๙๒ ง/หน้า ๑๙/๒๗
พฤศจิกายน ๒๕๖๐