法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับของ ก.บช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอ การออก การต่ออายุและการออกใบแทน ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2527

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับ ก

ข้อบังคับ

ก.บช.

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอ

การออก การต่ออายุ

และการออกใบแทน

ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

(ฉบับที่

5)

พ.ศ.

2527

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (3) แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

คณะกรรม

การควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

จึงออกข้อบังคับวางหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอการออก

การต่ออายุ และการออกใบแทน

ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ให้ยกเลิกข้อบังคับ

ก.บช. ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2514) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับ

การขอ การออก การต่ออายุ และการออกใบแทน

ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ลงวันที่ 26

กรกฎาคม 2514

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ให้นายทะเบียน

สำนักงาน ก.บช. รักษาการตามข้อบังคับฉบับนี้

หมวดที่ 1

การขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะต้อง

(1) เป็นผู้ได้รับปริญญาทางการบัญชีหรือประกาศนียบัตรทางการบัญชี

ซึ่ง ก.บช. เทียบว่า

ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่มีการศึกษา

วิชาการบัญชี ซึ่ง ก.บช.

เห็นสมควรให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้

(2) เคยปฏิบัติงานเกี่ยงกับการสอบบัญชีมาแล้ว

โดย ก.บช. เห็นว่าทำหน้าที่เป็นผู้สอบ

บัญชีรับอนุญาตได้

(3) มีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในมาตรา 15

(3) (4) (5) (6) (7) และ (8) แห่ง

พระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ผู้ซึ่งเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชีมาแล้ว โดย ก.บช. เห็นว่าทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี

รับอนุญาตได้ตามความในมาตรา 15 (2)

แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 ต้อง

(1)

เคยฝึกหัดงานสอบบัญชีธุรกิจที่กฎหมายบัญญัติให้มีการสอบบัญชี

หรือให้มีผู้สอบบัญชี กับผู้

สอบบัญชีรับอนุญาตคนหนึ่ง หรือหลายคนมาแล้ว ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 และ

(2) ผ่านการทดสอบของคณะอนุกรรมการที่ ก.บช.

แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดไว้ใน ข้อ 7

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ผู้ฝึกหัดงานสอบบัญชีตามข้อ 5 (1) ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ต้องฝึกหัดงานในระหว่างการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความใน

มาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

โดยเริ่มฝึกหัดงานหลังจากได้สอบผ่านวิชา

การบัญชีตามที่ ก.บช. กำหนด ไม่น้อยกว่าสี่รายวิชา

และวิชาสอบบัญชีไม่น้อยกว่าหนึ่งรายวิชา ซึ่งรวมทุก

วิชาแล้วไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต

หรือฝึกหัดงานหลังจากได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความใน

มาตรา 15 (1)

แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 มาแล้ว

เป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า

สองปีบริบูรณ์ หรือสองรอบปีบัญชี

และมีเวลาฝึกหัดงานไม่น้อยกว่าสองพันชั่วโมง เว้นแต่

ผู้ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความในมาตรา

15 (1) แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบ

บัญชี พ.ศ. 2505

และเคยฝึกหัดงานสอบบัญชีธุรกิจตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิชาชีพใน

ต่างประเทศ

หรือเคยฝึกหัดงานสอบบัญชีธุรกิจกับสำนักงานสอบบัญชีในต่างประเทศที่ ก.บช. ให้ความเห็น

ชอบ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์

และมีเวลาฝึกหัดงานไม่น้อยกว่าหนึ่งพันชั่วโมง ก.บช. พิจารณา

ลดเวลาฝึกหัดงานตามที่กล่าวในวรรคหนึ่งก็ได้ ถ้า ก.บช.

เห็นว่าผู้นั้นสามารถทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีรับ

อนุญาตได้

(2)

ต้องแจ้งการฝึกหัดงานตามแบบที่สำนักงาน ก.บช. กำหนด ต่อสำนักงาน ก.บช. ก่อน

เริ่มฝึกหัดงาน

พร้อมด้วยหนังสือรับรองของสถาบันการศึกษาว่าได้สอบผ่านวิชาการบัญชี และวิชาการสอบ

บัญชีมาแล้วตาม (1)

หรือสำเนาปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความในมาตรา 15 (1) แห่งพระราช

บัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 แล้วแต่กรณี

(3)

ต้องทำรายงานการฝึกหัดงานตามแบบที่สำนักงานก.บช. กำหนด ยื่นต่อสำนักงาน

ก.บช. อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งนับแต่วันแจ้งการฝึกหัดงาน

และต้องทำรายงานดังกล่าวยื่นต่อสำนักงาน

ก.บช.

พร้อมด้วยคำรับรองการฝึกหัดงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ให้การฝึกหัดงานตามแบบที่สำนักงาน

ก.บช. กำหนด เมื่อสิ้นสุดการฝึกหัดงานด้วย

(4)

ต้องแจ้งการเปลี่ยนผู้ให้การฝึกหัดงานทุกครั้งตามแบบที่สำนักงาน ก.บช.

กำหนด

ต่อสำนักงาน ก.บช.

ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันเปลี่ยนพร้อมด้วยรายงานและคำรับรองฝึกหัดงานของผู้ให้

การฝึกหัดงานคนเดิม

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบตามข้อ 5 (2) มีดังต่อไปนี้

(1)

ผู้ได้รับปริญญาทางการบัญชีหรือประกาศนียบัตรทางการบัญชี ซึ่ง ก.บช. เทียบว่า

ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีตามความในมาตรา 15 (1)

แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

จากสถาบันการศึกษาในประเทศ ต้องเข้ารับการทดสอบวิชาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี

(2)

ผู้ได้รับปริญญาทางการบัญชีหรือประกาศนียบัตรทางการบัญชี ซึ่ง ก.บช. เทียบว่า

ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีตามความในมาตรา 15 (1)

แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

จากสถาบันการศึกษาต่างประเทศ

ต้องเข้ารับการทดสอบวิชาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี และ

วิชาความรู้กฎหมายที่ใช้ในการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

(3)

ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรอย่างอื่น นอกจากที่ระบุไว้ใน (1) และ (2)

และ

ก.บช. เห็นสมควรรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ตามความในมาตรา

15 (1) แห่งพระราช

บัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 ไม่ว่าจะได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรนั้น จากสถาบันการศึกษาใน

ประเทศหรือต่างประเทศ

ต้องเข้ารับการทดสอบวิชาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี วิชาหลักการ

บัญชี

วิชาการสอบบัญชี

และวิชาความรู้กฎหมายที่ใช้ในการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

(4) ผู้เข้ารับการทดสอบเพียงวิชาเดียวตาม

(1) ต้องได้คะแนนในวิชาที่เข้ารับการ

ทดสอบนั้นไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ จึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ

ผู้เข้ารับการทดสอบหลายวิชาตาม (2) และ (3) ต้องได้คะแนนในวิชาที่เข้ารับ

การทดสอบไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ จึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบ

(5)

ผู้เข้ารับการทดสอบต้องผ่านการฝึกหัดงานตามข้อ 6 มาแล้ว

และยื่นคำขอเข้า

ทดสอบทุกครั้งตามแบบที่สำนักงาน ก.บช. กำหนด

ภายในเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนวันเริ่มทดสอบ

และทำคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามข้อ

11 ทั้งนี้

สำหรับค่าธรรมเนียมในการทดสอบ

ให้เป็นไปตามประกาศสำนักงาน ก.บช.

(6) ผู้ซึ่งไม่ผ่านการทดสอบรวมสามครั้ง จะยื่นคำขอเข้าทดสอบอีกได้ต่อเมื่อพ้นกำหนด

เวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอครั้งสุดท้าย

(7) การทดสอบให้มีปีละสองครั้ง ในเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคม เว้นแต่ ก.บช.

จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

(8) ให้นายทะเบียน ประกาศชื่อผู้ผ่านการทดสอบไว้ ณ สำนักงาน ก.บช. เป็นเวลา

ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ผู้ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความในมาตรา 15 (1) แห่งพระราชบัญญัติ

ผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505

และเคยฝึกหัดงานสอบบัญชีธุรกิจตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาในประเทศ

ที่ ก.บช. ให้ความเห็นชอบ ก่อนวันที่ 2 สิงหาคม 2514 ไม่ต้องฝึกหัดงานตามข้อ 5 (1) อีก และ

ไม่ต้องเข้าทดสอบตามข้อ 5 (2) ถ้าผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางการบัญชีตามความใน

มาตรา 15 (1)

จากมหาวิทยาลัยในประเทศ

ก่อนวันที่ 2 พฤศจิกายน 2505 และมีหลักฐานแสดงว่า

ได้เข้ารับการฝึกอบรม หรือสัมมนาเกี่ยวกับวิชาชีพสอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่ ก.บช.

กำหนด

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ในกรณีที่ผู้ฝึกหัดงานมิได้ฝึกหัดงานให้เสร็จสิ้นภายในเวลาห้าปี

นับแต่วันที่แจ้งต่อสำนักงาน

ก.บช.

หรือในกรณีที่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตมิได้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในสองปีนับแต่วัน

ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

เพราะความบกพร่องของผู้ฝึกหัดงานหรือผู้ขอขึ้นทะเบียน

ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฝึกหัดงานหรือผู้ขอขึ้นทะเบียนดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่

กำหนดไว้ในหนังสือนั้น ถ้าไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนเสนอ

ก.บช. พิจารณาจำหน่ายคำขอได้

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี

พ.ศ. 2505 ก.บช.

จะออกใบอนุญาตให้ต่อเมื่อผู้นั้นมีหลักฐานแสดงว่า ได้เข้ารับการฝึกอบรมหรือ

สัมมนาเกี่ยวกับวิชาชีพสอบบัญชีที่สำนักงาน ก.บช.

หรือสถาบันวิชาชีพ

หรือสถาบันการศึกษาที่ ก.บช.

ให้ความเห็นชอบ

จัดขึ้นและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.บช. กำหนด

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน

ก.บช. กำหนด

ต่อสำนักงาน ก.บช.

พร้อมด้วยหลักฐานปริญญาหรือประกาศนียบัตรตามความในมาตรา 15 (1) แห่ง

พระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 เว้นแต่จะได้ยื่นหลักฐานไว้แล้วตามข้อ 6

(2)

หมวดที่ 2

การออกใบอนุญาต

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ให้นายทะเบียน

เสนอคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเพื่อ ก.บช. พิจารณา

รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสำหรับผู้ผ่านการทดสอบภายในหนึ่งเดือนนับแต่

วันที่ ก.บช.

ให้ความเห็นชอบผลการทดสอบหรือภายในสองเดือนนับแต่วันได้รับคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้

สอบบัญชีรับอนุญาต

สำหรับผู้ที่ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบ ทั้งนี้เว้นแต่

มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจ

ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ ให้นายทะเบียนรายงานประธาน ก.บช.

เพื่อทราบ

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 เมื่อ ก.บช.

มีมติให้รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตให้แก่ผู้ใด

และผู้นั้นได้ชำระค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตแล้ว ให้นายทะเบียนบันทึกชื่อ ที่อยู่ คุณวุฒิ อาชีพ

และที่ตั้งสำนักงาน

และปิดรูปถ่ายของผู้นั้นลงในทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แล้วจึงออกใบอนุญาตให้

ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่

ก.บช. กำหนด

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14

ผู้ซึ่งขาดต่ออายุใบอนุญาต

และขอขึ้นทะเบียนใหม่เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ใบ

อนุญาตสิ้นอายุ ก.บช. จะพิจารณาออกใบอนุญาตให้ เมื่อผู้นั้นมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ารับการฝึกอบรม

หรือสัมมนาเกี่ยวกับวิชาชีพสอบบัญชี ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.บช. กำหนด

หมวดที่ 3

การต่ออายุใบอนุญาต

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ โดยยื่นคำขอต่อ

สำนักงาน ก.บช.

ตามแบบที่สำนักงาน ก.บช. กำหนด

และชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต

ภายในกำหนดหนึ่งเดือน ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถขอต่ออายุใบอนุญาต เป็นผู้สอบบัญชีในเวลาที่กำหนดไว้ใน

วรรคแรก

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตก่อนระยะเวลาดังกล่าวได้ เมื่อได้รับความ

เห็นชอบจาก ก.บช. แล้ว แต่ทั้งนี้

ต้องขอต่ออายุใบอนุญาตภายในเวลาไม่เกินหกเดือนก่อนวันที่ใบ

อนุญาตสิ้นอายุ

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16

ผู้ขอต่อใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1)

ผู้ถูกสั่งพักใบอนุญาตและขอต่ออายุในอนุญาตตามข้อ 17

(2)

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี

ธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้มีการสอบบัญชี หรือไม่เคยกระทำการสอบบัญชีในทางราชการ

หรือไม่เคยลงลาย

มือชื่อรับรองงบการเงินของธุรกิจที่กฎหมายกำหนดให้มีการสอบบัญชี

หรือไม่เคยรับรองงบการเงินในทาง

ราชการใด ๆ ตลอดอายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ก.บช.

จะต่ออายุใบอนุญาตให้เมื่อผู้นั้นมีหลักฐานแสดงว่าได้เข้ารับการฝึกอบรมหรือสัมมนา

เกี่ยวกับวิชาชีพสอบบัญชี ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.บช. กำหนด

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

ผู้ถูกสั่งพักใบอนุญาตที่ใบอนุญาตสิ้นอายุลงระหว่างถูกสั่งพัก

จะขอต่ออายุใบอนุญาตได้เมื่อ

พ้นกำหนดเวลาสั่งพักใบอนุญาตโดยทำคำขอตามแบบที่สำนักงาน

ก.บช. กำหนด ยื่นต่อนายทะเบียน

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18

เมื่อปรากฏว่าผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ยังเป็นผู้มีลักษณะครบถ้วน

ซึ่งจะขึ้นทะเบียนเป็นผู้

สอบบัญชีรับอนุญาตได้

และขอต่ออายุใบอนุญาตตามที่กำหนดไว้ในข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 ให้นาย

ทะเบียนรับชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตและออกใบอนุญาตให้มีกำหนดอายุสืบต่อจากใบอนุญาต

เดิม

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19

ในกรณีที่ผู้ขาดต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับ

อนุญาตใหม่ ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ

และผู้นั้นมิได้ลงลายมือชื่อรับรองการสอบบัญชี

ในระหว่างที่ใบอนุญาตขาดอายุ

ให้นายทะเบียนดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตให้ตามความในข้อ 18 โดย

อนุโลม

หมวดที่ 4

การออกใบแทนใบอนุญาตและการขอแก้ไขทะเบียน

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ในกรณีที่ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย

หรือชำรุดเสียหาย ผู้สอบ

บัญชีรับอนุญาตจะขอใบแทนใบอนุญาตได้

โดยยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน ก.บช. กำหนด ต่อนายทะเบียน

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอแก้ไขข้อความที่ปรากฏอยู่แล้วในทะเบียนตามข้อ

13

ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน

ก.บช. กำหนด ต่อนายทะเบียน

ประกาศ ณ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2527

วิจารณ์ นิวาตวงศ์

ประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับของ ก.บช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอ การออก การต่ออายุและการออกใบแทน ใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2527 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d81633e50b2aa530

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com