ข้อ ๔
ผู้เข้ารับการฝึกหัดในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี
ซึ่งจะขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องได้เริ่มฝึกหัดงานหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์
ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
หรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาซึ่งสภาทนายความเห็นว่าสถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้
(๒)[๒] (ก)
ให้ผู้เข้ารับการฝึกหัดแจ้งชื่อ ที่อยู่ พร้อมหลักฐาน
แสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้เข้ารับการฝึกหัด และชื่อ ที่อยู่ โดยละเอียด
ของสำนักงานทนายความที่รับฝึกหัดงาน พร้อมหนังสือรับรองของหัวหน้าสำนักงานที่รับฝึกหัดงาน
ภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงาน
(ข) เมื่อผู้เข้ารับการฝึกหัดงานมาไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้ว
จะขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
ให้นำหนังสือรับรองการเข้าฝึกหัดงานของหัวหน้าสำนักงานมาแสดงพร้อมกับคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
(ค)
การแจ้งการเข้าฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความและการรับรองของหัวหน้าสำนักงานทนายความ
ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
(ง) ผู้เข้ารับการฝึกหัดผู้ใด
อ้างว่าได้เข้ารับการฝึกหัดงานมาก่อนแล้ว
แต่มิได้แจ้งการเข้ารับการฝึกหัดงานให้สภาทนายความทราบภายในกำหนด ๑๕ วัน
นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงานให้คณะกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฝึกหัดงานของผู้เข้ารับการฝึกหัดดังกล่าว
แล้วนำเสนอคณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาผ่อนผันในเรื่องการนับระยะเวลาการเข้าฝึกหัดงานให้เป็นการเฉพาะราย
(จ) ผู้ที่ได้ฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑ ปี ก่อนข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้
ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดใน (ก)
(๓)
ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความที่ได้ตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
๗ ปี หรือมีหัวหน้าสำนักงานที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่า
๗ ปี