我的書籤免費註冊

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2555

公布 2013-02-08・全 36 條

อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราชและนายอำเภอบางบัวทอง จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๕”

ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบัญญัตินี้ “ดิน” หมายรวมถึง ดิน กรวด หรือทราย และอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน “พื้นดิน” หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่อยู่ตามสภาพธรรมชาติ “ขุดดิน” หมายความว่า กระทำแก่พื้นดิน นำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน “บ่อดิน” หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้ดินที่เกิดจากการขุดดิน “ถมดิน” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับสูงขึ้นกว่าเดิม “เนินดิน” หมายความว่า ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดิน โดยการถมดิน “แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่แสดงภาพของดิน ที่ตั้ง และขอบเขตที่ดินที่จะขุดหรือถมดินรวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง “รายการ” หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน หรือความสูงของเนินดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน ระยะห่างจากบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น วิธีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง และวิธีการขุดดิน หรือถมดิน “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลพิมลราช

ข้อ ๔

ข้อ ๔ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนการอื่นที่จำเป็น เพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ องค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช จึงจำเป็นต้องกำหนดวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) ความสัมพันธ์ของความลาดเอียงของบ่อดิน หรือเนินดิน ตามชนิดของดิน ความลึก และขนาดของบ่อดินที่จะขุดดิน ความสูงและพื้นที่ของเนินดินที่จะถมดิน และระยะห่างจากบ่อดินถึงเนินดินถึงเขตที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น (๒) วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง (๓) วิธีการให้ความคุ้มครอง และความปลอดภัยแก่คนงานและบุคคลภายนอก (๔) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นในการขุดดินหรือถมดิน

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การแจ้งหรือการส่งคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ ให้ทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้แจ้ง ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน เจ้าของที่ดิน หรือตัวแทน แล้วแต่กรณี ณ ภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือจะทำเป็นหนังสือและให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับแทนการส่งไปรษณีย์ก็ได้ ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดประกาศนำสำเนาหนังสือแจ้งหรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ บริเวณที่มีการขุดดิน และให้ถือว่าผู้แจ้ง ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน เจ้าของที่ดินหรือตัวแทนได้ทราบคำสั่งนั้น เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวัน นับตั้งแต่วันที่ได้มีการปิดประกาศดังกล่าว

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด โดยยื่นเอกสารข้อมูลดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน (๒) แผนผังแสดงเขตที่ดิน และที่ดินบริเวณข้างเคียง (๓) รายการที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ (๔) วิธีการขุดดินและการขนดิน (๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน (๖) ชื่อผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติให้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา (๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง (๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน (๙) เอกสารและรายละเอียดอื่น ๆ ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งโดยถูกต้องแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการขุดดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้ง ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่มีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้แจ้งไม่แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผล ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง ผู้ได้รับแจ้งต้องเสียค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ท้ายข้อบัญญัตินี้

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เก็บได้ตามข้อ ๖ วรรคห้า เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราชแห่งท้องที่ที่การขุดดินนั้น

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระหว่างการขุดดิน ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องเก็บใบรับแจ้งแผนผังบริเวณและรายการ ไว้ในสถานที่ขุดดินหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้ ถ้าใบรับแจ้งชำรุด สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ขอรับใบแทนใบรับแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุด สูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องทำการขุดดินให้ถูกต้องตามข้อ ๔

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๙ และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การได้รับใบแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๖ ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขุดบ่อน้ำ ใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดิน ไม่เกินสามเมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการขุดดินถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ข้อ ๑๒ หรือข้อ ๑๓ หยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปกรหรือกรมทรัพยากรธรณีทราบโดยด่วน ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายที่ว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง นอกจากจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ได้ระบุในวรรคสามโดยถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดเพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำบทบัญญัติตามข้อ ๖ วรรคสี่และวรรคห้า ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ความในข้อนี้ มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบกิจการถมดิน

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๕ ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตาม ๔

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๕ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๖ และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งได้รับกระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดิน อันไม่ปฏิบัติตามข้อ ๙ ข้อ ๑๓ หรือข้อ ๑๖ มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ เมื่อได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดินหรือถมดิน และรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายเกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น จากการขุดดินหรือถมดิน หรือจัดการป้องกันการเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ตามที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรานี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายด้วย

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบที่ที่มีการขุดดิน ตามข้อ ๖ หรือการถมดิน ตามข้อ ๑๕ ว่าได้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือประกาศที่ออกตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่าการขุดดินหรือการถมดินไม่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันการเสียหายที่เกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดิน หรือการถมดินนั้น แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้ ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดิน หยุดการถมดินหรือขุดดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็น แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่ง ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอันสิ้นผล

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือใช้บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแบบที่กำหนดขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น และเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ข้อ ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์ในกรณีเช่นนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะอนุญาตให้ทุเลาโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ หรือจะสั่งให้วางเงินหรือหลักทรัพย์ประกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นที่สุด

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ใดทำการขุดดินตามข้อ ๖ หรือทำการถมดินตามข้อ ๑๕ วรรคสาม โดยไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามข้อ ๖ วรรคสอง หรือข้อ ๑๕ วรรคสี่ แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง เกิดขึ้นในบริเวณหน้าขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๔ (๑) ผู้นั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๙ หรือข้อ ๑๖ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตาม

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๓ และข้อ ๑๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามข้อ ๑๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ขุดดินไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้หยุดการขุดดินหรือการถมดินตามข้อ ๑๘ วรรคสอง หรือข้อ ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดิน ตามข้อ ๑๘ วรรคสอง ข้อ ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้ ให้พนักงานท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย มีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้ว ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นกระทำผิดตามข้อบัญญัตินี้ กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้น ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์การกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิด หรือติดกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนี้ อยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับในท้องที่ใด ให้ปฏิบัติตามข้อ ๖ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับในท้องที่นั้น และเมื่อได้ดำเนินการแล้วให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบแจ้งตามข้อบัญญัตินี้

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราชเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ลำพอง นามพันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช [เอกสารแนบท้าย] ๑. อัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลพิมลราช เรื่อง การขุดและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๕ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ โชติกานต์/ผู้ตรวจ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๓๗/๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查