法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการเบิกจ่าย การเก็บรักษา การจัดการกองทุน และค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ระเบียบคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยการเบิกจ่าย

การเก็บรักษา การจัดการกองทุน และค่าใช้จ่าย

ในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

พ.ศ.

๒๕๕๒[๑]

ด้วยพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เป็นผู้ออกระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่าย การเก็บรักษา

การจัดการกองทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ประกอบกับการดำรงตำแหน่งของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เปลี่ยนแปลงไป

อันมีผลกระทบต่อการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์

ว่าด้วยการเบิกจ่ายการเก็บรักษา

การจัดการกองทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.

๒๕๔๓ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๔๐ ประกอบมาตรา ๓ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ได้วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ว่าด้วยการเบิกจ่าย การเก็บรักษา การจัดการกองทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“บริษัท” หมายความว่า

บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค

สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต หรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด

“เจ้าหน้าที่การเงิน” หมายความว่า

หัวหน้าฝ่ายการเงินหรือตำแหน่งอื่นซึ่งปฏิบัติงานลักษณะเช่นเดียวกันกับหัวหน้าฝ่ายการเงิน

และให้หมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่รับจ่ายเงินของสำนักงานด้วย

“ตู้นิรภัย” หมายความว่า

กำปั่นตู้เหล็ก หรือหีบเหล็กอันมั่นคงซึ่งใช้สำหรับเก็บรักษาเงินของสำนักงาน

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า

หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับเงินตามข้อผูกพันแล้ว

“ใบสำคัญคู่จ่าย” หมายความว่า

หลักฐานการจ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน

หลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้

หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร

“ใบเสร็จรับเงิน” หมายความว่า

หลักฐานการรับเงินที่สำนักงานออกให้แก่ผู้ชำระเงิน

และลักษณะใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“นายทะเบียน” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบหมายโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสำหรับจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถเมื่อมีกรณีตามมาตรา

๒๓

และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นของสำนักงานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กองทุนประกอบด้วยเงินหรือทรัพย์สินตามมาตรา

๓๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๔๐

(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

(๒)

เงินที่บริษัทจ่ายสมทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา ๓๖

และเงินเพิ่มที่ได้รับตามมาตรา ๓๖ ทวิ

(๓)

เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาตามมาตรา ๒๘ มาตรา

๓๐ มาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๓๒

(๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

(๖) ดอกผลของเงินกองทุน

(๗) เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินที่ได้มาตาม (๔)

และ (๕)

(๘) เงินรายได้อื่น ๆ

หมวด

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การรับเงินเข้ากองทุนให้รับได้โดยวิธีอย่างใดอย่างหนึ่ง

ต่อไปนี้

(๑) รับเป็นเงินสด หรือเช็ค หรือดร๊าฟ

(๒)

โดยทางธนาคารตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เช็คที่จะรับทุกกรณีต้องมีลักษณะและเงื่อนไข

ดังนี้

(๑)

สั่งจ่ายแก่สำนักงานและต้องมิใช่เช็คโอนด้วยสลักหลัง

(๒) มีรายการครบถ้วนตามมาตรา ๙๘๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

และห้ามมิให้รับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า

(๓)

เป็นเช็คของบุคคลหรือนิติบุคคลที่เข้ามาผูกพันกับการจ่ายเงินแก่สำนักงานโดยตรงเท่านั้น

(๔) เป็นเช็คที่เรียกเก็บได้ ณ

ธนาคารในท้องที่ที่สำนักงานซึ่งระบุเป็นผู้รับเงินตามเช็คตั้งอยู่เท่านั้น

(๕) เป็นเช็คขีดคร่อม และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเรียกเก็บเงินสมทบจากบริษัท ตามมาตรา ๓๓

(๒) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๔๐ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

สำหรับการรับเงินหรือทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓ (๔)

(๕) (๖) (๗) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่เลขาธิการกำหนด

การรับเงินทุกประเภท ยกเว้นเงินงบประมาณแผ่นดิน

จะต้องออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อเลขาธิการพิจารณาอนุมัติแผนงาน

งานโครงการ กิจกรรม งบประมาณรายจ่ายของกองทุนตามที่ได้จัดสรรแล้ว

ให้สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยดำเนินการเบิกเงินหรือโอนเงินให้แก่หน่วยงานนั้น

หมวด

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายได้ในกรณีต่อไปนี้

(๑)

จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยตามมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๕๐ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๒) จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและค่าใช้จ่ายอื่นของสำนักงานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามที่เลขาธิการเห็นชอบ

(๓) จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีติดตามคดี การดำเนินการยึดอายัด

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายในการฟ้องไล่เบี้ยหรือเรียกเงินคืนกองทุน

และค่าใช้จ่ายสนับสนุนการกำกับดูแลนโยบาย การปฏิบัติ

และการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

(๔)

ค่าเบี้ยประชุมของคณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถแต่งตั้งให้ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายเดือนเฉพาะในเดือนที่ได้ร่วมประชุมในอัตรา

ดังนี้

(ก) ประธานกรรมการ ๕,๐๐๐

บาท

(ข) รองประธานกรรมการและประธานอนุกรรมการ

๔,๕๐๐

บาท

(ค)

กรรมการและอนุกรรมการ ๔,๐๐๐

บาท

ค่าใช้จ่ายตามข้อ ๑๑ (๒) (๓)

ให้จ่ายตามระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

ให้สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจัดทำประมาณการรายรับ

- รายจ่ายประจำปีของกองทุนเสนอคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในเดือนมิถุนายนทุกปี

สำหรับการทำงบประมาณปีถัดไป

หมวด

การอนุมัติเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้บุคคลต่อไปนี้

เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินตามข้อ ๑๑

(๑) สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการหรือพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย

(๒) สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค หรือเขต

หรือจังหวัด

ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค

หรือเขต หรือจังหวัด หรือพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การอนุมัติการจ่ายเงินตามข้อ ๑๒

ให้ผู้มีอำนาจในการอนุมัติจ่ายเงินลงลายมือชื่อในหลักฐานการจ่ายหรือใบสำคัญคู่จ่าย

หรือหลักฐานการขอรับชำระหนี้ทุกฉบับ

หรือลงลายมือชื่อในงบหน้าหลักฐานการจ่ายหรือใบสำคัญคู่จ่ายก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจ่ายเงินจะต้องมีหลักฐานการจ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินได้

ให้ผู้รับเงินลงชื่อรับเงินในใบสำคัญรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานการจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกราย

จะต้องมีการบันทึกรายการจ่ายเงินนั้นไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคารแล้วแต่กรณี

ในวันที่จ่ายเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่การเงินเรียกใบสำคัญคู่จ่าย

หรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินในหลักฐานการจ่ายเงินโดยที่ยังมิได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยหรือผู้มีสิทธิรับเงิน

หมวด

การเก็บรักษาเงิน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

หรือธนาคารพาณิชย์ ดังนี้

๑๗.๑ สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

ให้เปิดบัญชี ๓ บัญชี คือ

(๑) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” เพื่อการรับเงินตามข้อ ๖

เข้ากองทุนและเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่

๒” และหรือเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” และหรือเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๑” และหรือเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๑” และหรือเพื่อโอนเข้าบัญชีสถาบันการเงินที่คณะกรรมการเห็นชอบ

(๒) บัญชีกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๒” เพื่อการจ่ายเงินของกองทุนตามข้อ ๑๑

(๓) บัญชีเงินฝากประจำ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยฝากประจำ”

ภายหลังจากการจัดสรรเงินบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” เพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๒” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๑” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๑”

๑๗.๒ สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต

ให้เปิดบัญชี ๓ บัญชี คือ

(๑) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต...บัญชีที่

๑” เพื่อการรับเงินของสำนักงานและเพื่อการรับโอนเงินจากบัญชี

“เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

เพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๒” และเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” ในกรณีเป็นการโอนเงินดอกผลของเงินกองทุนตามข้อ ๖ (๖)

(๒) บัญชีกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๒” เพื่อการจ่ายเงินตามข้อ ๑๑

(๓) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” เพื่อการรับเงินตามข้อ ๖ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)

และเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

โดยจะหักไว้เพื่อการใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

๑๗.๓ สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด

ให้เปิดบัญชี ๓ บัญชี คือ

(๑) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๑” เพื่อการรับเงินของสำนักงานและเพื่อการรับโอนเงินจากบัญชี

“เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

เพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๒” และเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” ในกรณีเป็นการโอนเงินดอกผลของเงินกองทุนตามข้อ ๖ (๖)

(๒) บัญชีกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๒” เพื่อการจ่ายเงินตามข้อ ๑๑

(๓) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” เพื่อการรับเงินตามข้อ ๖ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)

และเพื่อโอนเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

โดยจะหักไว้เพื่อการใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

๑๗.๔ สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค

ให้เปิดบัญชี ๓ บัญชี คือ

(๑) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” เพื่อการรับเงินของสำนักงานและเพื่อการรับโอนเงินจากบัญชี

“เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

เพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๒” และเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” ในกรณีเป็นการโอนเงินดอกผลของเงินกองทุนตาม ข้อ ๖ (๖)

(๒) บัญชีกระแสรายวัน ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๒” เพื่อการจ่ายเงินตามข้อ ๑๑

(๓) บัญชีออมทรัพย์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” เพื่อการรับเงินตามข้อ ๖ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) และเพื่อโอนเข้าบัญชี

“เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๑”

โดยจะหักไว้เพื่อการใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บรรดาเงินรายรับทั้งปวงของกองทุนที่สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค

สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต หรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัดได้รับตามมาตรา

๓๓ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.

๒๕๔๐ ให้นำส่งเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” หรือ “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” ทั้งสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะหักไว้เพื่อการใด ๆ

ไม่ได้

เมื่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค

สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต หรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด

นำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” แล้ว ให้โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” ภายในวันสิ้นเดือนของเดือนที่รับเงิน

แต่หากวันใดมียอดเงินในบัญชีเกินกว่าจำนวน ๑๐,๐๐๐

บาท ให้นำเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยบัญชีที่ ๑”

ภายในวันที่รับเงินนั้น หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้สำนักงานมีเงินสดเพื่อทดรองจ่ายภายในวงเงินตามที่เลขาธิการกำหนดโดยเบิกเงินจากบัญชี

“เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย บัญชีที่ ๒”

หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๒ ”หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๒” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๒”

หมวด

การสั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การจ่ายเงินค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยตามระเบียบนี้

ให้จ่ายเป็นเงินสดหรือเช็ค หรือโอนทางธนาคาร หรืออื่น ๆ ตามที่เลขาธิการเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน

ให้เขียนสั่งจ่ายในนามผู้มีสิทธิรับเงิน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑ และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การสั่งจ่ายเงินกองทุนให้กระทำ ดังนี้

(๑) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๒” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค...บัญชีที่

๑” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต...บัญชีที่

๑” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด...บัญชีที่

๑” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยฝากประจำ”

หรือบัญชีสถาบันการเงินที่เลขาธิการเห็นชอบ

(๒) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยฝากประจำ”

ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” หรือบัญชีสถาบันการเงินที่เลขาธิการเห็นชอบ

(๓) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต….บัญชีที่

๑” จะทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๒” เว้นแต่ การโอนเงินดอกผลเงินกองทุนตามข้อ ๖ (๖)

ที่เกิดจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” เท่านั้น

(๔) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด….บัญชีที่

๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๒” เว้นแต่ การโอนเงินดอกผลเงินกองทุนตามข้อ ๖ (๖)

ที่เกิดจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” เท่านั้น

(๕) การจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” หรือบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” เท่านั้น

(๖) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๒” เว้นแต่ การโอนเงินดอกผลเงินกองทุนตามข้อ ๖ (๖)

ที่เกิดจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” ให้ทำได้แต่เฉพาะเพื่อนำเงินเข้าบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การสั่งจ่ายเงินกองทุน ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๑” และ “บัญชีเงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยฝากประจำ”

ต้องมีผู้ลงลายมือชื่อร่วมกันสองฝ่าย ฝ่ายละ ๑ คน คือ เลขาธิการ รองเลขาธิการ

หรือผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายหนึ่ง กับ

พนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ดำรงตำแหน่งในระดับพนักงานปฏิบัติงานอาวุโสหรือเจ้าหน้าที่ขึ้นไป

(๒) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย

บัญชีที่ ๒” ต้องมีผู้ลงลายมือชื่อในเช็ค ๒ คน

ซึ่งต้องเป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ดำรงตำแหน่งในระดับพนักงานปฏิบัติงานอาวุโสหรือเจ้าหน้าที่ขึ้นไป

(๓) การสั่งจ่ายเงินจากบัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๑” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๒” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค…บัญชีที่

๓” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๑” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๒” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต…บัญชีที่

๓” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๑” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๒” บัญชี “เงินกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด…บัญชีที่

๓” ต้องมีพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมายเป็นนายทะเบียนลงลายมือชื่อร่วมกับพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ดำรงตำแหน่งในระดับพนักงานปฏิบัติงานอาวุโสหรือเจ้าหน้าที่ขึ้นไปอีก

๑ คน

หมวด

การบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การจัดทำบัญชีของกองทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดทำบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การปิดบัญชีให้กระทำปีละครั้งตามปีปฏิทิน

และให้จัดทำงบการเงินพร้อมทั้งรายละเอียดประกอบภายในระยะเวลา ๙๐ วัน

นับแต่วันสิ้นปีบัญชี ส่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีอิสระที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบตรวจสอบ

และเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีอิสระที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบรับรองแล้วให้ส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางเพื่อทราบต่อไป

เพื่อประโยชน์ในการจัดทำงบการเงินในภาพรวมของสำนักงานกองทุนผู้ประสบภัย

และงบการเงินในภาพรวมของแผ่นดิน

ให้สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจัดส่งข้อมูลทางบัญชีของกองทุนเข้าสู่ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์

(GFMIS) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ทุกสิ้นเดือน

ให้สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภาค สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเขต

และสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัด จัดทำรายงานการรับจ่ายเงินและหรืออื่น ๆ

ส่งให้สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

และจัดทำงบการเงินของปีที่ล่วงมาแล้ว ส่งสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยภายใน ๓๐

วัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการดำเนินงานการเงินและบัญชีของกองทุน

และรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ลูกหนี้ที่ต้องรับผิดชอบคืนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นแก่กองทุนผู้ประสบภัย

เมื่อได้ดำเนินการไล่เบี้ยเรียกคืนจนถึงที่สุดแล้ว

ก็ให้จำหน่ายออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ

โดยเลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติ หากปรากฏตามกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

๑. ลูกหนี้ไม่อยู่ในฐานะที่ชำระหนี้ได้

๒. ไม่สามารถติดตามตัวบุคคลที่ต้องรับผิดได้

๓. หนี้นั้นหมดอายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง

๔. หนี้นั้นพ้นระยะเวลาสิบปี

นับแต่วันที่ออกคำสั่งให้ชดใช้เงิน

๕. การดำเนินการไล่เบี้ยเรียกคืนไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป

หมวด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติแต่ละกรณีไป

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

ศุภรัตน์

ควัฒน์กุล

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

พฤษภาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๑ ง/หน้า ๖/๒๔ เมษายน ๒๕๕๒

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการเบิกจ่าย การเก็บรักษา การจัดการกองทุน และค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงานของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d8e7419840771ff8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com