ข้อ ๕[๓]
ให้กรรมการสภาทนายความมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. อุปนายก ประกอบด้วย อุปนายกฝ่ายบริหาร
อุปนายกฝ่ายวิชาการ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ และอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ
มีอำนาจหน้าที่ช่วยนายกสภาทนายความในการบริหารงานของสภาทนายความดังนี้
(ก) อุปนายกฝ่ายบริหาร มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการ
ฝ่ายทะเบียนทนายความ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายธุรการและบุคคล
ฝ่ายการประชุม ฝ่ายปฏิคม สำนักเลขานุการนายกสภาทนายความ
(ข) อุปนายกฝ่ายวิชาการ มีอำนาจและหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ
ฝ่ายวิชาการและวางแผน ศูนย์คอมพิวเตอร์
(ค) อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ
สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ฝ่ายสวัสดิการ
งานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาคทั้ง ๙ ภาคและงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
หรือนายกสภาทนายความ
(ง) อุปนายกฝ่ายต่างประเทศมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลและรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับฝ่ายต่างประเทศ
๒. เลขาธิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานของสภาทนายความ
๓. นายทะเบียน มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายทะเบียนทนายความ
๔. เหรัญญิก มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบัญชีและการเงิน
๕. สวัสดิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายสวัสดิการ
๖. ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายประชาสัมพันธ์
๗. ปฏิคม มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปฏิคม
๘. กรรมการฝ่ายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายต่างประเทศ
๙. กรรมการฝ่ายวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายวิชาการและวางแผน
๑๐. กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
๑๑. กรรมการภาค มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาค
ดังนี้
(ก) กรรมการภาค ๑
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ชัยนาท
สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี ปทุมธานี ธัญบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ
(ข) กรรมการภาค ๒
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก
ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ระยอง ตราด จันทบุรี สระแก้ว
(ค) กรรมการภาค ๓
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ ภูเขียว
บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร สีคิ้ว
(ง) กรรมการภาค ๔ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ
ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เลย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์
หนองบัวลำพู
(จ) กรรมการภาค ๕
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ เชียงใหม่ ฝาง ลำปาง แม่ฮ่องสอน
แม่สะเรียง เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน แพร่
(ฉ) กรรมการภาค ๖
รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก
อุตรดิตถ์ ตาก แม่สอด กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ หล่มสัก นครสวรรค์ อุทัยธานี
(ช) กรรมการภาค ๗ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ
นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
(ซ) กรรมการภาค ๘ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ
นครศรีธรรมราช ทุ่งสง ปากพนัง ชุมพร หลังสวน สุราษฎร์ธานี ไชยา ระนอง กระบี่ พังงา
ตะกั่วป่า ภูเก็ต
(ฌ) กรรมการภาค ๙ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ
สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา เบตง นราธิวาส
๑๒. กรรมการผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา
มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ
และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการ
หรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร
๑๓. กรรมการผู้แทนกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ
และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการ
หรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร