法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ และ อำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. 2531 (Update ณ วันที่ 08/04/2537)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ

และ

อำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ

พ.ศ. ๒๕๓๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) (จ) และมาตรา ๑๕ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ

ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับ

ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความและอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ.

๒๕๓๑ ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ “ข้อบังคับนี้เรียกว่า

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความและอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ

พ.ศ. ๒๕๓๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] ให้แบ่งส่วนงานของสภาทนายความ ดังนี้

๓.๑ สำนักงานเลขาธิการ

๓.๒ สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

๓.๓ สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ

๓.๔ สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ

๓.๕ สำนักเลขานุการนายกสภาทนายความ

๓.๖ ฝ่ายสวัสดิการ

๓.๗ ฝ่ายประชาสัมพันธ์

๓.๘ ฝ่ายวิชาการและวางแผน

๓.๙ ฝ่ายต่างประเทศ

๓.๑๐ ฝ่ายบัญชีและการเงิน

๓.๑๑ ฝ่ายธุรการและบุคคล

๓.๑๒ ฝ่ายการประชุม

๓.๑๓ ฝ่ายปฏิคม

๓.๑๔ ฝ่ายทะเบียนทนายความ

๓.๑๕ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นายกสภาทนายความ

มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความทั้งปวง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๓]

ให้กรรมการสภาทนายความมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

๑. อุปนายก ประกอบด้วย อุปนายกฝ่ายบริหาร

อุปนายกฝ่ายวิชาการ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ และอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ

มีอำนาจหน้าที่ช่วยนายกสภาทนายความในการบริหารงานของสภาทนายความดังนี้

(ก) อุปนายกฝ่ายบริหาร มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการ

ฝ่ายทะเบียนทนายความ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายธุรการและบุคคล

ฝ่ายการประชุม ฝ่ายปฏิคม สำนักเลขานุการนายกสภาทนายความ

(ข) อุปนายกฝ่ายวิชาการ มีอำนาจและหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ

ฝ่ายวิชาการและวางแผน ศูนย์คอมพิวเตอร์

(ค) อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ มีอำนาจและหน้าที่ช่วยควบคุม

ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ

สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ฝ่ายสวัสดิการ

งานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาคทั้ง ๙ ภาคและงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

หรือนายกสภาทนายความ

(ง) อุปนายกฝ่ายต่างประเทศมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลและรับผิดชอบงานของสภาทนายความเกี่ยวกับฝ่ายต่างประเทศ

๒. เลขาธิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานของสภาทนายความ

๓. นายทะเบียน มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายทะเบียนทนายความ

๔. เหรัญญิก มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบัญชีและการเงิน

๕. สวัสดิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายสวัสดิการ

๖. ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายประชาสัมพันธ์

๗. ปฏิคม มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปฏิคม

๘. กรรมการฝ่ายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล

และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายต่างประเทศ

๙. กรรมการฝ่ายวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายวิชาการและวางแผน

๑๐. กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย

๑๑. กรรมการภาค มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบงานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาค

ดังนี้

(ก) กรรมการภาค ๑

รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ชัยนาท

สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี ปทุมธานี ธัญบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ

(ข) กรรมการภาค ๒

รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก

ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ระยอง ตราด จันทบุรี สระแก้ว

(ค) กรรมการภาค ๓

รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ ภูเขียว

บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร สีคิ้ว

(ง) กรรมการภาค ๔ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ

ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เลย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์

หนองบัวลำพู

(จ) กรรมการภาค ๕

รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ เชียงใหม่ ฝาง ลำปาง แม่ฮ่องสอน

แม่สะเรียง เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน แพร่

(ฉ) กรรมการภาค ๖

รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก

อุตรดิตถ์ ตาก แม่สอด กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ หล่มสัก นครสวรรค์ อุทัยธานี

(ช) กรรมการภาค ๗ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ

นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม

(ซ) กรรมการภาค ๘ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ

นครศรีธรรมราช ทุ่งสง ปากพนัง ชุมพร หลังสวน สุราษฎร์ธานี ไชยา ระนอง กระบี่ พังงา

ตะกั่วป่า ภูเก็ต

(ฌ) กรรมการภาค ๙ รับผิดชอบในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้คือ

สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา เบตง นราธิวาส

๑๒. กรรมการผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา

มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ

และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการ

หรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร

๑๓. กรรมการผู้แทนกระทรวงยุติธรรม มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำงานของสภาทนายความต่อคณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ

และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการ

หรือนายกสภาทนายความมอบหมายตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบนอกจากที่กล่าวไว้แล้วในข้อ ๕

คณะกรรมการหรือนายกสภาทนายความ

อาจมอบหมายให้กรรมการสภาทนายความคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่เห็นสมควรได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้นายกสภาทนายความมีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งใด ๆ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ

เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑

คำนวณ ชโลปถัมภ์

นายกสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๓๖[๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ

เนื่องจากข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๑ ข้อ

๓ ได้แบ่งส่วนงานของสภาทนายความไว้ ๑๑ ส่วนงาน

และนายกสภาทนายความได้มีคำสั่งสภาทนายความที่ ๓๒/๒๕๓๔

ให้เพิ่มส่วนงานในสำนักงานเลขาธิการอีก ๒ ส่วนงาน คือ ฝ่ายธุรการและบุคคล กับฝ่ายการประชุม

ต่อมาคณะกรรมการสภาทนายความ ได้มีมติครั้งที่ ๑๑/๒๕๓๖ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน

๒๕๓๖ ให้เพิ่มส่วนงานอีก ๒ ส่วน คือ สำนักเลขานุการนายกสภาทนายความ กับฝ่ายปฏิคมขึ้นใหม่อีกสองส่วนงาน

ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ เพื่อบรรจุทั้ง ๔ ส่วนงานนี้ไว้ในข้อบังคับ

เพื่อความสมบูรณ์ต่อไป

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๒๖/หน้า ๓๗/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑

[๒] ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖

[๓] ข้อ ๕

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๑/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๒๔/๘ เมษายน ๒๕๓๗

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ และ อำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. 2531 (Update ณ วันที่ 08/04/2537) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d8f2633743ebb8d4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com