法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบและหรือเงินเพิ่ม พ.ศ.2537

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
62
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

ว่าด้วย การยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สิน

ของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบและหรือเงินเพิ่ม

พ.ศ. 2537

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการยึด อายัดและขายทอดตลาด

ทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบและหรือเงินเพิ่ม หรือนำส่งไม่ครบจำนวน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 47 วรรคสาม แห่ง

พระราชบัญญัติมาตรเงินทดแทน พ.ศ. 2537 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า 'ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ

สังคมว่าด้วย การยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงิน

สมทบและหรือเงินเพิ่ม พ.ศ. 2537'

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้รับเหมาตามมาตรา 10 และมาตรา 11

แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้

เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ในระเบียบนี้

'เลขาธิการ' หมายถึง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

'พนักงานเจ้าหน้าที่' หมายถึง ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติตาม

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

'สำนักงาน' หมายถึง สำนักงานประกันสังคม

'คำร้อง' หมายถึง คำร้องคัดค้านการยึดอายัดทรัพย์สิน

การตรวจสอบทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 เมื่อนายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบและหรือเงินเพิ่ม หรือส่งไม่ครบ

จำนวน พนักงานเจ้าหน้าที่อาจดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สิน รวมทั้งสิทธิเรียกร้อง

ของนายจ้างและทรัพย์สินซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของนายจ้าง เช่น ทรัพย์สิน

ซึ่งอยู่ในความครอบครองอำนาจสั่งการหรือสั่งจำหน่ายในทางการค้าหรือธุรกิจของ

นายจ้าง

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ในกรณีที่ทำการตรวจสอบทรัพย์สินแล้ว ถ้าเห็นสมควรยึด อายัด

ทรัพย์สิน ให้นำเสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณาออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัดทรัพย์สิน

ตามแบบท้ายระเบียบนี้

ถ้าไม่สามารถทำการตรวจสอบทรัพย์สินได้ทัน แต่เป็นกรณีที่เห็นสมควร

ยึด อายัดทรัพย์สิน ให้บันทึกเหตุแห่งการนั้นและปฏิบัติตามวรรคหนึ่งโดยด่วน และระบุ

ให้ยึดอายัดทรัพย์สินบรรดามี

ในกรณีที่มีเหตุต้องยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม โดยอาศัยคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินเดิม

แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ในกรณีที่เห็นว่าไม่ควรให้เลขาธิการมีคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สิน

ของนายจ้างรายใด ให้บันทึกข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ทั้งปวง พร้อมทั้งความเห็น

เสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณา

การยึด อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สินของนายจ้างหรือผู้ใด

แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินโดยไม่ชักช้า แล้วดำเนินการ

ออกประกาศยึด อายึดทรัพย์สินนั้น ตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ให้ส่งคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สินให้นายจ้าง และหรือผู้ซึ่งถูกยึด

อายัดทรัพย์สินทราบ ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานของนายจ้างหรือผู้ซึ่งถูกยึด

อายัดทรัพย์สิน การส่งคำสั่ง ณ สถานที่อื่นให้ใช้ได้ต่อเมื่อ

(1) นายจ้างหรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน ยอมรับคำสั่งยึด อายัด

ทรัพย์สิน

(2) การส่งคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สิน ได้กระทำ ณ สำนักงาน

ประกันสังคม

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 การส่งคำสั่งตามข้อ 10 พนักงานเจ้าหน้าที่อาจส่งให้นายจ้าง

หรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สินโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือนำไปส่ง ณ

ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานของนายจ้าง หรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน

ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของนายจ้าง

หรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน ถ้าไม่พบตัวบุคคลดังกล่าว จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่ง

บรรลุนิติภาวะ ซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่าเป็นของนายจ้าง

หรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สินก็ได้

ถ้าไม่อาจส่งตามวิธีในวรรคหนึ่งได้ ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย

ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของนายจ้างหรือผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สิน

เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าว และเวลาได้ล่วงพ้นไปสิบห้าวัน ให้ถือว่านายจ้างหรือ

ผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สินได้รับคำสั่งแล้ว

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สิน

ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการของ

นายจ้าง เว้นแต่กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินโดยได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ในการยึด อายัดทรัพย์สิน ถ้ามีผู้ขัดขวางหรือมีพฤติการณ์ว่า

จะมีผู้ขัดขวาง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อ

ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 เมื่อได้ทำการยึด อายัดทรัพย์สินแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ปิดประกาศการยึด อายัดทรัพย์สินไว้ ณ สถานที่และสำนักงานแห่งท้องที่ที่ทรัพย์สิน

ตั้งอยู่ แห่งละหนึ่งฉบับ

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 การยึดทรัพย์สินของนายจ้าง กรณียึดสังหาริมทรัพย์ให้นำเอา

สังหาริมทรัพย์นั้นมาเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ใดหรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควร

หรือมอบไว้ในความอารักขาของนายจ้างหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ และแจ้งให้

นายจ้างทราบ การยึดทรัพย์สินประเภทนี้ให้ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

การเก็บรักษาทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การยึดอสังหาริมทรัพย์ของนายจ้าง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

จัดทำโดยนำเอาหนังสือสำคัญสำหรับทรัพย์สินนั้นมาเก็บรักษาหรือฝากไว้ ณ สถานที่ใด

หรือแก่บุคคลใดตามที่เห็นสมควรและแจ้งการยึดนั้นให้นายจ้างและเจ้าพนักงานที่ดิน

ผู้มีหน้าที่ทราบ ถ้าหนังสือสำคัญยังไม่ได้ออกหรือนำมาแสดงไม่ได้หรือหาไม่พบ

ให้ถือว่าการที่ได้แจ้งการยึดต่อนายจ้างและเจ้าพนักงานที่ดินนั้นเป็นการยึดตาม

กฎหมายแล้ว

การยึดอสังหาริมทรัพย์นั้น ครอบไปถึงเครื่องอุปกรณ์และดอกผล

นิตินัยของอสังหาริมทรัพย์นั้นด้วย เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ดอกผลธรรมดาที่นายจ้างจะต้องเป็นผู้ที่เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเก็บเกี่ยวในนาม

ของนายจ้างนั้น เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเป็นหนังสือให้ทราบขณะทำการยึด

ว่าจะทำการเก็บเกี่ยวเองแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจะให้เก็บเกี่ยวดอกผลนั้น

ได้เมื่อถึงกำหนดและทำการขายทอดตลาดต่อไป

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 ในการยึดที่ดิน พนักงานเจ้าหน้าที่อาจนำเจ้าพนักงาน

ที่ดินชี้ตำแหน่งที่ดินหรือรังวัดเขตกว้างยาวของที่ดินที่ยึด แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่

จัดทำแผนที่จำลองไว้

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ในการยึดที่ดิน ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ล้มลุก

หรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปี ซึ่งเป็นของ

ผู้อื่นปลูกอยู่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่า

ปลูกอย่างไร เป็นต้นว่าอาศัยหรือมีสัญญาเช่าต่อกัน ฯลฯ

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดชนิดและ

ประมาณจำนวนต้นไม้มาด้วย ส่วนกรณีการยึดโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดขนาดกว้างยาวและบรรยายสภาพแห่งสิ่งนั้น ๆ ตามที่เห็น

สมควร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่าค่าเช่าเท่าใด

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 การยึด อายัดทรัพย์สินนั้น ให้ยึด อายัดทรัพย์สินเฉพาะส่วน

ของนายจ้าง แต่ถ้ามีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และไม่ปรากฏว่าส่วนใด

เป็นส่วนของนายจ้าง ให้ยึด อายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมด

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 เมื่อได้ยึดทรัพย์สินแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงการ

ยึดทรัพย์ให้เห็นประจักษ์แจ้ง ดังนี้

(1) สิ่งของให้ปิดหรือผูกแผ่นหมายเลขสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชี

ทรัพย์สิน ถ้าเก็บสิ่งของเข้าหีบหรือตู้ได้ ให้เก็บรวบรวมไว้แล้วปิดหีบหรือ

ตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

(2) ห้องแถวสิ่งปลูกสร้างให้ปิดเครื่องหมายไว้ทุกห้อง

(3) สัตว์พาหนะ ปศุสัตว์ หรือสัตว์อื่น ให้ใช้สีทาที่ตัวหรือจะใช้

แผ่นเลขหมายผูกคอหรือต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกไว้

ก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควรแต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ในกรณีที่นายจ้างมีสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอก

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร อาจเสนอเลขาธิการเพื่อสั่งอายัดสิทธิ

เรียกร้องนั้น โดยห้ามลูกหนี้ของนายจ้างมิให้ชำระเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน

แก่นายจ้าง แต่ให้นำมาชำระหรือส่งมอบแก่สำนักงานภายในเวลาที่กำหนดไว้

คำสั่งอายัดนั้นอาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมี

ข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัด หรือเงื่อนไขหรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 การอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราว ๆ นั้น

รวมตลอดถึงจำนวนเงินซึ่งถึงกำหนดชำระภายหลังการอายัดนั้นด้วย

ถ้าสิทธิเรียกร้องของนายจ้าง ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกในอันที่จะ

เรียกให้ชำระเงินจำนวนหนึ่งนั้นมีการจำนองเป็นประกัน การอายัดสิทธิเรียกร้อง

ให้รวมตลอดถึงการจำนองด้วย แต่ทั้งนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งคำสั่งอายัด

นั้นไปยังเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 การอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์สินเหล่านั้น ซึ่งบุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบ

หรือโอนมายังนายจ้างในภายหลัง และเมื่อได้ส่งมอบหรือโอนมาแล้วก่อนเอา

ทรัพย์สินหรือสิทธิเหล่านั้นออกขายหรือจำหน่าย ในกรณีเช่นว่านี้พนักงานเจ้าหน้าที่

มีอำนาจจะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่นายจ้างในอันที่จะได้รับส่งมอบ

หรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิเช่นว่ามานั้น

ในกรณีอายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่นายจ้างในภายหลัง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่นายจ้าง

ในอันที่จะได้รับชำระเงินเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 เมื่อได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว สิทธิเรียกร้องของนายจ้าง

อันมีต่อบุคคลภายนอกนั้นให้จัดการดังต่อไปนี้

(1) ถ้าเป็นพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่เป็นประกันซึ่งเป็นของนายจ้าง

(ออกให้แก่ผู้ถือหรือออกในนามของนายจ้าง) พนักงานเจ้าหน้าที่จะขอให้เลขาธิการ

มีคำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายสิ่งเหล่านั้นตามรายการขานราคาในวันที่ขายก็ได้ หาก

สิ่งเหล่านั้นได้มีรายการขานราคากำหนดไว้ ณ สถานแลกเปลี่ยนหรือจะขานโดย

วิธีขายทอดตลาดดังกำหนดไว้ในหมวด 5 ก็ได้ ถ้ามิได้ขอเช่นว่านั้นหรือคำขอ

ถูกยกเสียให้ขายสิ่งเหล่านั้นโดยวิธีขายทอดตลาด

(2) ถ้าเป็นตราสารเปลี่ยนมือ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้เลขาธิการ

มีคำสั่งอนุญาตให้จำหน่ายตามราคาที่ปรากฏในตราสาร หรือราคาต่ำกว่านั้นตามที่

เลขาธิการเห็นสมควรกำหนด

(3) ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องขอให้ชำระเงินจำนวนหนึ่งหรือเรียกให้

ส่งมอบสิ่งของนอกจากที่กล่าวไว้ใน (1) และ (2) นี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

อายัดตามข้อ 22 ข้อ 23 ข้อ 36 หรือข้อ 37 และ จำหน่ายทรัพย์สินต่อไป

(4) ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องอื่น ๆ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่ง

ให้บุคคลซึ่งต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นมาพบ ถ้าบุคคลนั้นไม่มา

หรือไม่ยินยอมชำระหนี้ดังกล่าวแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้เลขาธิการมีหนังสือ

แจ้งให้นายจ้างฟ้องตามเอกสารที่ได้ยึดนั้น ถ้าศาลพิพากษาถึงที่สุดให้นายจ้างชนะคดี

นายจ้างต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบจำนวนเงินที่รับชำระหนี้จากการนั้นด้วย

ถ้านายจ้างขัดขืนหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องดังกล่าว สำนักงานอาจใช้สิทธิ

เรียกร้องนั้นในนามของตนเองแทนนายจ้าง

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 ถ้าคำสั่งอายัดนั้นไม่มีการคัดค้านและบุคคลภายนอกมิได้

ปฏิบัติตามพนักงานเจ้าหน้าที่อาจขอให้เลขาธิการออกคำสั่งบังคับแก่บุคคลภายนอก

นั้นและดำเนินการไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นนายจ้าง

ถ้าค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพราะ

ความผิดของบุคคลภายนอก เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเลขาธิการไม่ว่า

ด้วยประการใด ๆ บุคคลภายนอกเช่นว่านั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่

สำนักงานเพื่อความเสียหายใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นแก่สำนักงาน

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 การประมาณราคาที่ดินให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้

ประกอบกันคือ

(1) ราคาที่ดินตามราคาประเมินของคณะกรรมการกำหนดราคา

ประเมินทุนทรัพย์

(2) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาด

(3) ราคาที่ดินตำบลนั้นหรือตำบลใกล้เคียงถ้าสามารถตรวจสอบได้

(4) ราคาซื้อขายหรือจำนองครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึดหรือที่ดิน

ข้างเคียง

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 การประมาณราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดิน ให้ประมาณตาม

ราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 การประมาณราคาทรัพย์สินที่มีการจำนำหรือจำนอง ให้ปฏิบัติ

เช่นเดียวกับข้อ 27 หรือข้อ 28 แต่ให้หมายเหตุว่า จำนำ จำนอง เมื่อใดต้นเงิน

เท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจของผู้ชาย

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 ให้ผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องลงนามรับทราบ

การยึด อายัดทรัพย์สินนั้น ในกรณีที่ผู้ซึ่งถูกยึด อายัดทรัพย์สินลงลายมือชื่อไม่ได้

หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุแห่งการนั้นไว้

การร้องคัดค้านการยึด อายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 ถ้าบุคคลใดอ้างว่าทรัพย์สินที่ยึดไว้มิใช่ทรัพย์สินของนายจ้าง

ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อเลขาธิการ หรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย ตามแบบคำร้อง

ท้ายระเบียบนี้ก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 กรณีมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องอื่นอันมิใช่ตัวเงิน

ถ้าผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินจะปฏิเสธไม่ส่งมอบทรัพย์สินที่อายัดหรือ

ต้องการโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน ให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อเลขาธิการ หรือผู้ซึ่ง

เลขาธิการมอบหมาย ตามแบบคำร้องท้ายระเบียบนี้ ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับ

คำสั่งการอายัดทรัพย์สินหรือก่อนกำหนดการส่งมอบทรัพย์สินแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 กรณีมีคำสั่งอายัดเงิน ผู้ที่จะต้องส่งเงินตามคำสั่งอายัด

จะปฏิเสธไม่ส่งมอบเงินหรือต้องการโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน ให้ยื่นคำร้อง

คัดค้านต่อเลขาธิการหรือผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย ตามแบบคำร้องท้ายระเบียบนี้

ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 เมื่อมีการยื่นคำร้องตามข้อ 31 ข้อ 32 หรือข้อ 33

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

โดยเร็วและเสนอความเห็นต่อเลขาธิการ เพื่อมีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามข้อ 34 ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่

อาจเสนอให้เลขาธิการมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อทำให้เรื่องเสร็จเด็ดขาดตามที่

เห็นสมควร

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 ในระหว่างรอคำสั่งตามข้อ 34 หรือข้อ 35 ให้พนักงาน

เจ้าหน้าที่งดขายทอดตลาดทรัพย์สินไว้ เว้นแต่

(1) สภาพของทรัพย์เป็นของสดของเสียได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

จำหน่ายโดยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร

(2) สังหาริมทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นเก็บไว้นานไม่ได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

เสนอให้เลขาธิการออกคำสั่งขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์เช่นว่านี้โดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 เมื่อเลขาธิการได้รับความเห็นที่เสนอตามข้อ 34 แล้ว

ให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าเห็นว่าคำร้องที่ยื่นมานั้นรับฟังไม่ได้หรือประวิงให้ชักช้า

ให้ยกคำร้องของผู้นั้นเสีย

(2) ถ้าเห็นว่าคำร้องที่ยื่นมานั้นรับฟังได้ ให้มีคำสั่งถอนการยึด

อายัดทรัพย์สิน หรือในกรณีที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามข้อ 36 ให้คืนเงิน

ที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินให้แก่นายจ้างหรือเจ้าของทรัพย์สินนั้น

(3) ถ้าเห็นว่าคำร้องที่ยื่นมานั้นรับฟังได้เฉพาะบางส่วน ให้มีคำสั่ง

ถอนการยึด อายัดทรัพย์สินเฉพาะในส่วนที่รับฟังได้ และให้นายจ้างหรือผู้นั้นปฏิบัติ

ตามคำสั่งยึด อายัดทรัพย์สินในส่วนที่มีคำสั่งเพิกถอนต่อไป

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้

ผู้ยื่นคำร้องทราบโดยให้นำความในข้อ 11 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 38

ข้อ 38 ถ้าบุคคลภายนอกที่ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินปฏิเสธหรือ

โต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องเอาแก่ตน เลขาธิการอาจทำการสอบสวนและ

(1) ถ้าเลขาธิการเห็นว่าหนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง ให้มีคำสั่งให้

บุคคลภายนอกปฏิบัติตามคำสั่งอายัด หรือ

(2) ถ้าเลขาธิการเห็นว่าเรื่องจะทำให้เสร็จเด็ดขาดไม่ได้โดยวิธี

สอบสวน ให้มีคำสั่งอย่างอื่นใดในอันที่จะให้เรื่องเสร็จเด็ดขาดไปตามที่เห็นสมควร

ถ้าคำสั่งอายัดทรัพย์สินนั้นไม่มีการคัดค้านหรือในกรณีที่เลขาธิการ

มีคำสั่งตามข้อ 34 หรือข้อ 35 แล้ว และบุคคลภายนอกมิได้ปฏิบัติตาม พนักงาน

เจ้าหน้าที่อาจขอให้เลขาธิการออกคำสั่งบังคับแก่บุคคลภายนอกผู้นั้น และดำเนินการ

ไปเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นนายจ้าง

ถ้าทรัพย์สินหรือค่าแห่งสิทธิเรียกร้อง ซึ่งอายัดไว้ต้องเสื่อมเสียไป

เพราะความผิดของบุคคลภายนอกเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเลขาธิการไม่ว่า

ด้วยประการใด ๆ บุคคลภายนอกเช่นว่านั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่

สำนักงานเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นแก่สำนักงาน

การถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 39

ข้อ 39 เลขาธิการอาจมีคำสั่งให้ถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

ในกรณีต่อไปนี้

(1) เมื่อนายจ้างได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว หรือไม่มีหน้าที่ต้อง

ชำระหนี้ต่อไป

(2) เมื่อมีกรณีตามข้อ 37 (2) หรือ (3)

(3) เมื่อภาระแห่งหนี้ลดลง เป็นผลให้นายจ้างต้องรับผิดชำระหนี้

เพียงบางส่วน และถ้าได้ถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไปบางรายการแล้ว

ทรัพย์สินที่เหลือยังคงพอคุ้มหนี้ที่ยังค้างชำระ

(4) เมื่อมีเหตุอื่น ๆ ซึ่งเลขาธิการพิจารณาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์

แห่งความยุติธรรม

มาตรา ข้อ 40

ข้อ 40 เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งตามข้อ 39 แล้ว ให้พนักงาน

เจ้าหน้าที่ออกประกาศถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และจัดส่งสำเนาคำสั่งและ

ประกาศถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องโดยไม่ชักช้า

ให้นำความในข้อ 11 มาใช้บังคับแก่การส่งเอกสารต่าง ๆ ตาม

วรรคหนึ่งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 41

ข้อ 41 เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้นายจ้างหรือบุคคลที่มีสิทธิรับทรัพย์สิน หนังสือสำคัญ

สำหรับทรัพย์สิน พันธบัตร ตราสาร และหรือเอกสารทั้งปวงคืนไป หรือพนักงาน

เจ้าหน้าที่จัดส่งให้ก็ได้ แล้วแต่จะพิจารณาเห็นสมควร

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำหลักฐานการคืนทรัพย์สินไว้เป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ 42

ข้อ 42 การถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินในจังหวัดอื่นนอกจาก

กรุงเทพมหานคร เลขาธิการจะมอบหมายให้ประกันสังคมจังหวัดนั้น ๆ ดำเนินการ

ตามข้อ 40 หรือข้อ 41 ก็ได้

การขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 43

ข้อ 43 เมื่อได้ทำการยึดทรัพย์สินหรือได้รับมอบทรัพย์สินตามคำสั่ง

อายัดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่นำเสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้

ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น เว้นแต่กรณีตามข้อ 36

เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ดำเนินการขายทอดตลาดได้จนกว่าจะเสร็จสิ้น โดยมิต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งอีก

มาตรา ข้อ 44

ข้อ 44 เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดแล้ว ให้พนักงาน

เจ้าหน้าที่จัดทำประกาศขายทอดตลาดแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(1) จัดส่งประกาศแก่นายจ้าง ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องในกรณี

ที่มีการอายัดสิทธิเรียกร้องนั้น และผู้ซื้อตามข้อ 66 ตลอดจนบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย

ในการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด ซึ่งทราบได้ตามทะเบียนหรือโดย

ประการอื่นตามที่เห็นสมควร โดยให้นำวิธีการส่งคำสั่งในข้อ 11 มาใช้บังคับ

โดยอนุโลม

(2) ปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่จะขาย สถานที่ที่ทรัพย์

ตั้งอยู่ ที่ชุมนุมชนหรือสำนักงานแล้วแต่กรณี และสถานที่ราชการอื่นอันสมควรจะปิดไว้

ก่อนวันขายไม่น้อยกว่าห้าวันและอาจโฆษณาในหนังสือพิมพ์และหรือทางวิทยุกระจายเสียง

ก่อนวันขายด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ 45

ข้อ 45 ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินให้แสดงรายละเอียดดังนี้

(1) วันเวลา สถานที่ที่จะขาย และรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน

(2) ข้อสัญญา คำเตือน เงื่อนไขและเงื่อนเวลาการชำระเงิน

(3) ข้อสัญญาผูกพันอันเป็นคุณแก่ทรัพย์สินนั้น หรือค่าภาระติดพัน

อันเกี่ยวค้างอยู่หรือเป็นทรัพย์สินที่มีดอกผลเกิดในระหว่างการยึดหรืออายัด

(4) ชื่อผู้รับจำนอง ต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ และข้อความ

ให้ผู้ซื้อต้องรับจำนองติดไปด้วยในกรณีที่ขายทรัพย์สินอย่างการจำนองติดไป

มาตรา ข้อ 46

ข้อ 46 การกำหนดวันขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้นับตั้งแต่วันที่ลง

ในประกาศขายทอดตลาดโดยถือเกณฑ์ ดังนี้

(1) ที่ดินไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน และไม่เกินสองเดือน

(2) เรือน โรง สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ และทรัพย์สินรายใหญ่ไม่น้อย

กว่ายี่สิบวัน และไม่เกินหนึ่งเดือน

(3) ทรัพย์สินอื่น ๆ ไม่น้อยกว่าห้าวัน และไม่เกินยี่สิบวัน

มาตรา ข้อ 47

ข้อ 47 ให้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ณ ที่ตั้งหน่วยงานของ

สำนักงานหรือสถานที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่

ในกรณีที่จะทำการขาย ณ สถานที่อื่นนอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

ต้องได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ 48

ข้อ 48 การขายทอดตลาดสุรามีจำนวนน้ำสุราตั้งแต่สิบลิตรขึ้นไป

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งขอความร่วมมือไปยังกรมสรรพสามิต สรรพสามิตจังหวัด

หรือสรรพสามิตอำเภอ แล้วแต่กรณี ล่วงหน้าก่อนวันขายพอสมควร เพื่อขอให้จัด

เจ้าพนักงานสรรพสามิตมากำกับออกใบขนสุราให้แก่ผู้ซื้อด้วย

มาตรา ข้อ 49

ข้อ 49 การขยายทอดตลาดโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูป หนังสือ

ฉบับเขียนโบราณ เป็นต้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาประกาศขายทอดตลาด

ทรัพย์สินนั้นไปยังเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติด้วย

62 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบและหรือเงินเพิ่ม พ.ศ.2537 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_da2242c9da39a9a2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com