法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ

พ.ศ. ๒๕๓๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗ มาตรา ๘ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๘ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ

ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.๒๕๒๘

คณะกรรมการสภาทนายความจึงออกข้อบังคับว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ

ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนาย

ความ พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๙

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในข้อบังคับนี้

“ฝึกหัดงาน” หมายถึง

ฝึกอบรมหลักปฏิบัติเบื้องต้นในการว่าความ ฝึกอบรมมรรยาททนายความ

และการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย

“ผู้เข้ารับการฝึกหัด” หมายถึง

ผู้เข้ารับการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ

“สำนักงาน” หมายถึง สำนักงานทนายความที่รับฝึกหัดงาน

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการทดสอบการฝึกหัดงาน

“ประธานกรรมการ” หมายถึง

ประธานคณะกรรมการทดสอบการฝึกหัดงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้เข้ารับการฝึกหัดในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

ซึ่งจะขอจดทะเบียน

และรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องเป็นผู้ได้เข้ารับการฝึกหัดงานหลักจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี

หรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาซึ่งสถาบันการศึกษาซึ่งสภาทนายความเห็นว่าสถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้

(๒)

ผู้เข้ารับการฝึกหัดต้องฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความซึ่งผู้ควบคุมการฝึกหัดงานต้องมีใบอนุญาตให้เป็นทนายความเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่า

๗ ปี

(๓)

(ก) ให้ผู้เข้ารับการฝึกหัดแจ้งชื่อ ที่อยู่

พร้อมหลักฐานแสดงคุณวุฒิการศึกษาของผู้เข้ารับการฝึกหัด และชื่อ ที่อยู่

โดยละเอียดของสำนักงานทนายความที่รับฝึกหัดงานพร้อมหนังสือรับรองและสำเนาใบอนุญาตให้เป็นทนายความของผู้ควบคุมการฝึกหัดงาน

ต่อสภาทนายความภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงาน

(ข) เมื่อผู้เข้ารับการฝึกหัดได้ฝึกหัดงานมาแล้วไม่น้อยกว่า

๑ ปี จะขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ

ให้นำหนังสือรับรองการเข้าฝึกหัดงานของผู้ควบคุมการฝึกหัดงานและรายละเอียดการฝึกหัดงานตลอดระยะเวลา

๑ ปี มาแสดงพร้อมกับคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ

(ค)

การแจ้งการเข้าฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความและการรับรอง ของผู้ควบคุมการฝึกหัดงาน

ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

(ง) ผู้เข้ารับการฝึกหัดผู้ใด

อ้างว่าได้เข้ารับการฝึกหัดงานมาก่อนแล้วแต่

มิได้แจ้งการเข้ารับการฝึกหัดงานให้สภาทนายความทราบภายในกำหนด ๑๕ วัน

นับแต่วันเริ่มเข้าฝึกหัดงานให้คณะกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฝึกหัดงานของผู้เข้ารับการฝึกหัดงานดังกล่าว

แล้วนำเสนอคณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาผ่อนผันในเรื่อง

การนับระยะเวลาการเข้าฝึกหัดงานให้เป็นการเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้ที่ได้ฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

และได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดในข้อ ๕

มีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นทนายความได้เมื่อได้ผ่านการทดสอบ

และสอบได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด

ผู้สมัครเข้ารับการทดสอบตามวรรคหนึ่ง

ต้องเสียค่าลงทะเบียนสอบครั้งละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท[๒]

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ “ผู้อำนวยการและคณะกรรมการ” ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ

พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นประธานกรรมการและคณะกรรมการตามข้อบังคับนี้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ โดยที่ข้อบังคับสภาทนาย ความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ พ.ศ.๒๕๒๙ ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑ และข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒

แต่ละฉบับคงมีผลใช้บังคับเพียงบางข้อซึ่งบัญญัติไว้ในข้อบังคับดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น

จึงเห็นสมควรรวบรวมข้อบัญญัติของข้อบังคับทั้งสามฉบับเข้าด้วยกัน

เพื่อจะได้ไม่สับสนและสะดวกต่อการใช้อ้างอิงต่อไปพร้อมกับปรับปรุงการแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวข้างต้นให้ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ตลอดจนปรับปรุงการทดสอบให้ได้มาตรฐาน โดยให้มีการออกประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการสอบได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด

จึงจำเป็นจะต้องกำหนดเงินค่าลงทะเบียนทดสอบเพิ่มจากเดิม ๒๐๐ บาท (สองร้อยบาทถ้วน)

เป็น ๕๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน)

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๓]

หมายเหตุ :-

เหตุผลที่มีการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ

ด้วยปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่าง ๆ

เกี่ยวกับการจัดสอบผู้ผ่านการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกว่าเดิมมากและข้อบังคับเดิมได้ใช้มาตั้งแต่

พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลา ๑๕ ปีแล้ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๘ หน้า ๔๕/๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๕

[๒] ข้อ ๖

วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๒๐๕ ง/หน้า ๕๒/๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๐

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความ พ.ศ. 2535 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_da6aaab4710e51e2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com