法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

ในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒) มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ประธานกรรมการกองทุนยุติธรรมเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

“ประธาน” หมายความว่า ประธานอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ หรือประธานอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ หรือคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ หรือเลขานุการคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“ผู้ขอรับความช่วยเหลือ” หมายความว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นผู้ถูกคุมขังหรือจะถูกคุมขังในคดีอาญา หรือกรณีอื่นใด

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนยุติธรรม และหน่วยงานในจังหวัดที่สังกัดกระทรวงยุติธรรมที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมอบหมาย

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานของกองทุนหรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่ได้รับมอบหมาย

การยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ขอรับความช่วยเหลืออาจยื่นคำขอด้วยตนเอง หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์ สามีหรือภริยาที่จดทะเบียนสมรส เป็นผู้ยื่นคำขอแทน หรือผู้ขอรับความช่วยเหลืออาจมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้ยื่นคำขอแทนก็ได้ โดยวิธีการส่งคำขอทางไปรษณีย์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางอื่นตามแบบท้ายระเบียบนี้

กรณีผู้ยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี

หากผู้ยื่นคำขอเป็นสามีหรือภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน ญาติใกล้ชิด ผู้บังคับบัญชา หรือนายจ้างของบุคคลดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือต่อไป

กรณีที่ผู้ขอรับความช่วยเหลือยื่นคำขอผ่านส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือส่วนราชการอื่นเมื่อส่วนราชการนั้นได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแล้ว ให้นำส่งสำนักงานเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานที่เป็นภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้ยื่นคำขอเป็นสำนักงานที่รับผิดชอบ หรือเจ้าหน้าที่อาจส่งคำขอไปยังสำนักงานอื่นเพื่อประโยชน์ในการปล่อยชั่วคราวก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้ว เห็นว่าเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องประกอบการพิจารณายังไม่ครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบเพื่อดำเนินการส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ก่อนพิจารณาคำขอ ให้เจ้าหน้าที่ประเมินเบื้องต้น หากพบปัญหาความเดือดร้อนที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วน ให้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือประสานส่งต่อตามความจำเป็นแก่กรณี อาทิ การรักษาพยาบาล การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การหาที่พักพิงชั่วคราว เป็นต้น

ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ให้บริการแก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วเป็นกรณีพิเศษ

การให้ความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอรับความช่วยเหลือในการขอปล่อยชั่วคราว อาจขอรับความช่วยเหลือในการขอปล่อยชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ศาล หรือหน่วยงานใดที่มีอำนาจควบคุมหรือคุมขังบุคคลตามกฎหมาย

หลักเกณฑ์การพิจารณา การทบทวน และการแจ้งผล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี

(๒) ไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไม่ไปก่อเหตุภยันตรายประการใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การพิจารณาตามข้อ ๑๐ ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ลักษณะการกระทำความผิดที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศ หรือการกระทำที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายหรือความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรม

(๒) สาเหตุหรือพฤติการณ์น่าเชื่อว่ามิได้กระทำความผิด

(๓) ฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ

(๔) ประวัติการกระทำความผิด นิสัย ความประพฤติ และข้อเท็จจริงอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๕) ความคิดเห็นของผู้เสียหาย หรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง หากมีการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การพิจารณาฐานะของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือตามข้อ ๑๑ (๓) คณะอนุกรรมการอาจคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ประกอบด้วย

(๑) รายได้ หรือความสามารถทางเศรษฐกิจของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน

(๒) ภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพตามปกติอันควรแก่ฐานานุรูป

(๓) ภาระหนี้สินของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนที่ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมเป็นสำคัญ

เจ้าหน้าที่อาจสอบถามหรือให้แสดงหลักฐานต่าง ๆ หรือจะแสดงภาระหนี้สิน หรือมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือหากมีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวกับฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ขอรับความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการต้องพิจารณาฐานะทางการเงินของกองทุนประกอบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำ ลงพื้นที่ ตรวจสอบความประพฤติ ตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งนี้ อาจมีหนังสือสอบถาม หรือเชิญบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ขอหนังสือรับรองความประพฤติ ส่งเอกสารหลักฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งอื่นใด ที่จำเป็นต่อการพิจารณาคำขอก็ได้

ให้เจ้าหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงและทำรายงานความเห็นของเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการหรือประธานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการพิจารณาคำขอ ให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาคำขอ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนไม่สามารถเสนอคำขอตามวรรคหนึ่งได้ ให้ประธานเป็นผู้พิจารณาคำขอและรายงานให้คณะอนุกรรมการทราบโดยเร็ว

หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่สามารถเสนอคำขอรับความช่วยเหลือการขอปล่อยชั่วคราว ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาได้ คณะอนุกรรมการอาจมอบหมายให้อนุกรรมการและเลขานุการหรืออนุกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้พิจารณาคำขอก็ได้ และรายงานให้คณะอนุกรรมการทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ คณะอนุกรรมการ หรือประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ ไม่อนุมัติ หรือยุติคำขอ

เหตุแห่งการยุติคำขอ มีดังนี้

(๑) ผู้ขอรับความช่วยเหลือมีหนังสือขอยุติคำขอรับความช่วยเหลือ

(๒) ผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่ส่งเอกสารหลักฐาน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ต่อสำนักงานภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

(๓) ไม่สามารถติดต่อผู้ขอรับความช่วยเหลือตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๔) ไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้หลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือ คณะอนุกรรมการ หรือประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมายอาจให้ความช่วยเหลือเต็มจำนวน หรือบางส่วนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้เลขานุการ แล้วแต่กรณี แจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือทราบภายในระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการหรือประธานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาแล้วเสร็จ

หากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ให้เลขานุการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หากกรณีผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย ให้ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนผลการพิจารณาต่อคณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งแสดงเหตุผลและข้อเท็จจริงภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เลขานุการ แล้วแต่กรณี แจ้งผลการพิจารณาทบทวนเป็นหนังสือให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือภายในระยะเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันที่คณะอนุกรรมการหรือประธานหรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมายพิจารณาแล้วเสร็จ

การดำเนินการช่วยเหลือของกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยแก่ผู้ขอรับความช่วยเหลือแล้ว ให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือทำสัญญาการได้รับความช่วยเหลือ ณ สำนักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการประกาศ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมหรือบุคคลที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมอบหมายมีอำนาจลงนามในสัญญาการได้รับความช่วยเหลือ

ถ้าผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่มาทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือ ให้คณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมายยุติการให้ความช่วยเหลือ เว้นแต่เป็นกรณีมีเหตุอันสมควร

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุนยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ขอรับความช่วยเหลือจะต้องนำสามี ภริยา บุพการี ผู้สืบสันดาน ญาติใกล้ชิด ผู้บังคับบัญชา หรือนายจ้าง ไปทำสัญญาค้ำประกันกับกองทุน ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการประกาศ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองการชำระเงินของกองทุน ทั้งนี้ ตามแบบที่คณะกรรมการประกาศ

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง อาจเป็นผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและเป็นผู้ลงนามในสัญญาประกันของศาลก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การวางหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้ประกอบด้วยเอกสาร ดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองการชำระเงินของกองทุน

(๒) สำเนาหนังสือสัญญาการได้รับความช่วยเหลือของผู้ต้องหาหรือจำเลย

(๓) สำเนาหนังสือสัญญาค้ำประกัน

(๔) เอกสารอื่นตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียกประกันหรือหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้ขอรับความช่วยเหลือได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจกำหนดให้มีข้อสัญญาที่เป็นเงื่อนไขหรือมาตรการให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือผู้ค้ำประกันต้องปฏิบัติ ข้อเดียวหรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยแจ้งเจ้าหน้าที่ หากมีการย้ายที่อยู่

(๒) ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง จนกว่าสัญญาประกันจะสิ้นสุด

(๓) ให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะอนุกรรมการสอดส่องดูแลพฤติกรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลย

(๔) มาตรการอื่นตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร

ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและกำหนดเงื่อนไขอื่นใดบังคับนายประกันหรือผู้ได้รับความช่วยเหลือปฏิบัติด้วยนั้น ให้ถือว่าการกำหนดเงื่อนไขตามสัญญารับความช่วยเหลือจากกองทุนดังกล่าวของศาลนั้น เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามสัญญารับความช่วยเหลือจากกองทุนด้วย

ภายหลังจากที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย และผู้ค้ำประกันไปพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานโดยเร็ว เพื่อรับทราบเงื่อนไขที่ศาลและกองทุนกำหนด พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ออกใบนัดรายงานตัว ให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเก็บไว้ และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่ไปรายงานตัว

อนึ่ง ในการรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้งให้นำหลักฐานการรายงานตัวต่อศาลไปแสดงด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ สัญญาการได้รับความช่วยเหลือซึ่งยื่นในชั้นพนักงานสอบสวน หรือชั้นพนักงานอัยการหรือชั้นศาลให้มีผลเฉพาะในชั้นนั้น หากผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ให้ถือว่าสัญญานั้นเป็นอันสิ้นสุด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ผู้ขอรับความช่วยเหลือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อ ๒๖ ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งไปยัง ผู้ขอรับความช่วยเหลือ และผู้ค้ำประกัน โดยให้ผู้ค้ำประกัน นำผู้ขอรับความช่วยเหลือไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลาสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าผู้ขอรับความช่วยเหลือผิดสัญญา ให้กองทุนมีสิทธิบอกเลิกสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หากศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน และออกหมายจับผู้ขอรับความช่วยเหลือที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย ให้เลขานุการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายขอคัดสำเนาหมายจับ และมีหนังสือแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสถานีตำรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบที่ใกล้ที่สุด เพื่อติดตามตัวผู้ขอรับความช่วยเหลือที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยเร็ว หรือมีหนังสือแจ้งผู้ขอรับความช่วยเหลือให้มารายงานตัวที่สำนักงานโดยเร็ว และมีหนังสือแจ้งผู้ค้ำประกันให้ติดตามตัวผู้ขอรับความช่วยเหลือ เพื่อนำตัวมาส่งกองทุนภายในสามสิบวัน นับแต่ได้รับหนังสือ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีผู้ขอรับความช่วยเหลือผิดสัญญาการได้รับความช่วยเหลือของผู้ต้องหาหรือจำเลยจนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ให้กองทุนชำระเงินค่าปรับตามคำสั่งศาลภายในเวลาที่กำหนด ในวงเงินจำนวนไม่เกินที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองการชำระเงินของกองทุนนั้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ หากกองทุนต้องชำระเงินค่าปรับเป็นจำนวนเท่าใด ผู้ขอรับความช่วยเหลือและผู้ค้ำประกันต้องชดใช้เงินแก่กองทุนจนครบถ้วน

ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แจ้งผู้ขอรับความช่วยเหลือ และผู้ค้ำประกันเป็นหนังสือลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ขอรับความช่วยเหลือ และผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้แก่กองทุนจนครบถ้วน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หรือภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

หากผู้ขอรับความช่วยเหลือและผู้ค้ำประกันมิได้ชำระเงินคืนกองทุน ให้กองทุนดำเนินคดีกับผู้ขอรับความช่วยเหลือ และผู้ค้ำประกันต่อไป

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เลขานุการคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดรายงานผลการพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการภายในวันที่ห้าของทุกเดือน

ให้เลขานุการคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือรายงานผลการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง และผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือ และผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ที่คณะกรรมการมอบหมาย เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทุกรอบสามเดือน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่คณะกรรมการมีข้อคิดเห็น หรือมติเกี่ยวข้องกับผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ให้สำนักงานแจ้งให้ประธานอนุกรรมการคณะนั้นทราบโดยเร็ว

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กรณีผู้ขอรับความช่วยเหลือให้ข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จถึงขนาดว่า หากไม่แสดงข้อความอันเป็นเท็จจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนในการขอรับความช่วยเหลือเงินกองทุน เจ้าหน้าที่อาจเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการ ประธานหรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย เพื่อยุติคำขอดังกล่าวก็ได้

กรณีผู้ขอรับความช่วยเหลือให้ข้อเท็จจริง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนถึงขนาดว่า หากไม่แสดงข้อความอันเป็นเท็จจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน ต่อคณะอนุกรรมการประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย จนเป็นผลให้คณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย อนุมัติ หรือได้จ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว คณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย อาจยกเลิกการอนุมัติ หรือการจ่ายเงินดังกล่าวก็ได้

หากผู้ขอรับความช่วยเหลือมิได้ชำระเงินคืน ให้กองทุนดำเนินคดีกับผู้ขอรับความช่วยเหลือต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือของคณะอนุกรรมการ ประธาน หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมายในเรื่องใด หากไม่มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ให้ใช้ระเบียบของทางราชการที่กำหนดไว้ในเรื่องนั้นได้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ สำหรับเงินกองทุนที่วางเป็นหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวก่อนพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ มีผลบังคับใช้ หากศาลสั่งริบให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ ๒๙ และข้อ ๓๑ ของระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ประธานกรรมการกองทุนยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขอรับความช่วยเหลือเงินกองทุนยุติธรรม กรณีการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย (แบบ กทย. ๒)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง/หน้า ๑๘/๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dbae51b05c90e864

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com