法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

ประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิดลาธิเบศรรามาธิบดี

จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถพิตร

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ว่างลง

เป็นการสมควรที่จะสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

เพื่อจักได้บริหารการพระศาสนาให้สมบูรณ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔

และตามระเบียบราชประเพณีสืบไป

จึงทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระวันรัต

ได้เป็นพระราชอนุศาสนาจารย์ มีคุณูปการแด่พระองค์ในคราวทรงผนวชนับว่าเป็นครุฐานียบุคคลแห่งองค์พระมหากษัตริย์

ส่วนในการพระศาสนา สมเด็จพระวันรัตก็เจริญด้วยวรรษายุกาลรัตตัญญูมหาเถรธรรม

มีปรีชาญาณรอบรู้แตกฉานในพระไตรปิฎกอันนับว่าเป็นพหุลศรุตบัณฑิต

มีฉันทจริตเพียบพร้อมด้วยสมณคุณเป็นอย่างดี มีคุณูปการในพระศาสนกิจ

รับภาระธุระปฎิบัติให้เจริญก้าวหน้ามาด้วยดี ดั่งมีอรรถจริยาปรากฏเกียรติสมภาร

ตามความพิสดารในประกาศสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ

มหาสังฆนายก เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๐ นั้นแล้ว

ครั้นต่อมา

สมเด็จพระวัตรัตยิ่งเจริญด้วยอุตสาหวิริยาธิคุณไม่ท้อถอย

สามารถประกอบพระพุทธศาสนกิจให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นเป็นลำดับต่อมา

กล่าวโดยเฉพาะในประการที่สำคัญ คือ ในการปริยัติศึกษา

ได้เป็นแม่กองสอบบาลีสนามหลวงติดต่อกันมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๐

จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา ๒๓ ปี เป็นประธานกรรมาธิการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาไทยมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช

๒๔๘๓ จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา ๒๐ ปี ในการบริหาร

ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ฯ มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๗๑

จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา ๓๒ ปีเศษ

ได้ดำรงตำแหน่งสังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษามาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา

๑๗ ปี ดำรงตำแหน่งสังฆนายกติดต่อกันมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๙๔

จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา ๘ ปี

และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการคณะสงฆ์แทนองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้าตั้งแต่ปีพุทธศักราช

๒๕๐๑ จนถึงในปัจจุบันเป็นเวลา ๑ ปี ๖ เดือนเศษ และกรณียกิจซึ่งสมเด็จพระวันรัตได้ปฏิบัติเป็นการพิเศษ

คือ ได้เป็นประธานสงฆ์ในงานรัฐพิธีฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อเดือนพฤษภาคม

พุทธศักราช ๒๕๐๐ ในการพระอารามนั้น โดยที่วัดเบญจมบพิตร ฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก

ชนิดราชวรวิหาร ซึ่งสมเด็จพระบรมอัยกาธิราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

โปรดให้สถาปนาขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๒ ด้วยมีพระราชศรัทธาอันยิ่งใหญ่

โปรดให้สร้างด้วยศิลปกรรมอันประณีตวิจิตรงดงามยิ่งนัก

โดยเฉพาะพระอุโบสถมีความงดงามเป็นพิเศษซึ่งจะหาที่อื่นเสมอเหมือนมิได้

ด้วยมีพระราชประสงค์ให้เป็นราชานุสสรณ์ในพระองค์ นับว่าเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญเป็นพิเศษยิ่ง

ทั้งนี้ย่อมตกเป็นภาระหนักแก่เจ้าอาวาสในการที่จะต้องระวังรักษาถาวรวัตถุเหล่านั้นมิให้ชำรุดทรุดโทรมเสียหาย

สมเด็จพระวันรัตได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสพระอารามนี้ในลำดับองค์ที่ ๒

และนับตั้งแต่ได้รับหน้าที่นี้มาเป็นเวลา ๓๒ ปี ก็ปรากฏว่าได้เอาใจใส่ดูแลระวังรักษาถาวรวัตถุต่างๆ

ในพระอารามให้มีสภาพสะอาดเรียบร้อยงดงามดำรงอยู่ในสภาพที่มั่นคงถาวร

ทั้งได้เอาใจใส่ให้จัดการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างเสริมสิ่งที่ชำรุดบกพร่องด้วยเหตุต่าง

ๆ เช่น ที่เกิดจากภัยสงคราม เป็นต้น ให้กลับมีสภาพดีตามเดิมปรากฏเป็นที่เจริญศรัทธาปสาทะของประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศบรรดาที่ได้มาพบเห็นตลอดกาลเนืองนิจ

จึงนับว่า

สมเด็จพระวันรัตเป็นผู้ทรงคุณปรีชาสามารถในการปกครองพระอารามหลวงซึ่งมีความสำคัญยิ่งดังกล่าว

สมพระราชประสงค์ ส่วนการพระศาสนาในต่างประเทศ สมเด็จ

พระวันรัตได้เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมปฏิบัติงานฉัฏฐสังคายนาจตุตถสันนิตบาท (สมัยไทย)

โดยไปเป็นประธานเปิดประชุมสมัยนั้น ณ ปาสาณคูหา ประเทศพม่า เมื่อเดือนธันวาคม

พุทธศักราช ๒๔๙๘ เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมพิธีฉลองพุทธชยันตี ณ ประเทศลังกา

เมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ แล้วเลยไปสังเกตการพระศาสนา ณ

ประเทศอินเดียอีกด้วย

เป็นหัวหน้าคณะและเป็นประธานไปประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดบุบผาราม

เมืองปินัง แล้วเลยไปสังเกตการพระศาสนาในสหพันธมาลายา เมื่อเดือนพฤษภาคม

พุทธศักราช ๒๕๐๑ เป็นหัวหน้าคณะไปร่วมพิธีฉลองพุทธชยันตี ๒๕ ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนา

ณ ประเทศญี่ปุ่น แล้วเลยไปเยี่ยมทหารไทย ณ ประเทศเกาหลี เมื่อเดือนมีนาคม

พุทธศักราช ๒๕๐๒ เป็นหัวหน้าคณะนำพระสงฆ์ไทยไปอยู่ ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

เมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๒ สรรพกรณียกิจดังกล่าวมา

สมเด็จพระวันรัตได้รับภาระปฏิบัติดำเนินการด้วยอุตสาหะวิริยะปรีชาสามารถ

ปรากฎเป็นผลดียิ่งแก่การพระศาสนาและประเทศชาติประชาชน

เป็นที่ประจักษ์แก่มวลพุทธบริษัทและทางราชการ ตลอดถึงพสกนิกรทั่วราชอาณาจักร

ดังปรากฏอยู่แล้ว

บัดนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ว่า

สมเด็จพระวันรัตยิ่งเจริญด้วยคุณวุฒิ วัยวุฒิ รัตตัญญูมหาเถรธรรม

ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติเป็นอจลพรหมจริยาภิรัต ประกอบด้วยมีสมรรถภาพในการพระศาสนา

เป็นที่เจริญศรัทธาปสาทะและเป็นคารวสถานแห่งมวลพุทธบริษัททั่วสงฆมณฑล

ตลอดจนอาณาประชาราษฎรทั่วไป

และตั้งอยู่ในฐานะเป็นครุฐานียบุคคลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรจะสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

สกลมหาสังฆปรินายก ประธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑล

เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแด่พระบวรพุทธศาสนาสืบไป

จึงทรงพระกรุณาโปรดให้สถาปนา

สมเด็จพระวันรัตขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมวิธานธำรงสกลมหาสงฆปรินายก ตรีปิฎกกลากุสโลภาส

ภูมิพลมหาราชอนุศาสนาจารย์ กิตติโสภณาภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมกิตติโศภน

วิมลศลีสมาจารวัตร พุทธศาสนิกบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ

อดุลคัมภีรญาณสุนทร บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จสถิตณวัดเบญจมบพิตร

ดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง เป็นประธานในสงฆมณฑลทั่วราชอาณาจักร

ขออารธนาให้ทรงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์

และอนุเคราะห์พระภิกษุสงฆ์สามเณรในสงฆมณฑลทั่วไป

โดยสมควรแก่พระอิสริยยศซึ่งพระราชทานนี้ จงทรงเจริญ

พระชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติ วิรุฬหิไพบูลย์

ในพระพุทธศาสนา เทอญ

ให้ทรงมีพระราชาคณะและพระครูฐานานุกรมประดับพระอิสริยยศ

๑๕ รูป คือ พระทักษิณคณาธิกร สุนทรธรรมนายก พุทธปาพจนดิลกมหาเถรกิจจการี

คณาธิบดีศรีรัตนคม

กาจารย์ พระราชาคณะปลัดขวา ๑ พระอุดรคณะภิรักษ์ อัครศาสนกิจบรรหาร

มหาเถราธิการธุรการี สมุหบดีธรรมภาณกาจารย์ พระราชาคณะปลัดซ้าย ๑

พระครูธรรมกถาสุนทร ๑

พระครูวินัยกรณ์โศภณ ๑ พระครูพรหมวิหาร พระครูพระปริตร ๑ พระครูฌานวิสุทธิ์

พระครูพระปริตร ๑ พระครูวินัยธร ๑ พระครูธรรมธร ๑ พระครูพิมลสรภาณ พระครูคู่สวด ๑

พระครูพิศาลสรคุณ พระครูคู่สวด ๑ พระครูพิบูลบรรณวัตร ๑ พระครูพิพัฒน์บรรณกิจ ๑

พระครูสังฆบริหาร ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ๑

ขอให้พระคุณผู้ได้รับตำแหน่งทั้งปวงนี้ มีความสุขสิริสวัสดิสถาพร

ในพระบวรพุทธศาสนา เทอญ

ประกาศ ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓

เป็นปีที่ ๑๕ ในรัชกาลปัจจุบัน[๑]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ส.ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

วนิดา/พิมพ์

๒๒

กันยายน ๒๕๔๙

อมรรัตน์/นันทพล/ผู้จัดทำ

๒๖

กันยายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๗/ตอนที่ ๓๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๙ พฤษภาคม ๒๕๐๓

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dbf01e9c37a16adf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com