法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบุคลากร พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบุคลากร

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการแก้ไขระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบุคลากร เงินอุดหนุนการศึกษา

และเงินรางวัลการจัดทำผลงานทางวิชาการให้เหมาะสมและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒) (๑๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.

๒๕๔๗ และระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่าด้วยการบริหารเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๑๓ (๒) และข้อ ๑๔ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ในคราวประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบุคลากร พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วย “กองทุนพัฒนาบุคลากรสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒)

ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยเงินอุดหนุนการศึกษาของอาจารย์และข้าราชการ สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ.

๒๕๔๒

(๓)

ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยการอุดหนุนและเงินรางวัลการจัดทำผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๔๒

(๔)

ระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยการอุดหนุนและเงินรางวัลการจัดทำผลงานทางวิชาการ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๕

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า

สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“อธิการบดี” หมายความว่า

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนพัฒนาบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“หน่วยงาน” หมายความว่า สำนักงานอธิการบดี คณะ สำนัก

สถาบัน ศูนย์ หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“บุคลากร” หมายความว่า

ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พนักงานราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัย

“บุคคลภายนอก” หมายความว่า

ผู้ซึ่งมิใช่บุคลากรของมหาวิทยาลัย

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า

ปีงบประมาณตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ

ประกาศหรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้อธิการบดีมีอำนาจตีความและวินิจฉัย

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้รวมกองทุนพัฒนาบุคลากรสถาบันราชภัฏสวนสุนันทาตามระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วย “กองทุนพัฒนาบุคลากร สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ.

๒๕๔๒ และกองทุนพัฒนาอาจารย์ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาระดับปริญญาโท

ระดับปริญญาเอก และเงินสนับสนุนต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๕๐ และจัดตั้งกองทุนขึ้นใหม่

เรียกว่า “กองทุนพัฒนาบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา” โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(๑)

เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรศึกษาต่อระดับปริญญาโท และหรือปริญญาเอกหรือระดับหลังปริญญาโทหรือปริญญาเอกทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

(๒)

เพื่อสนับสนุนบุคลากร ในการเดินทางไปเสนอผลงานวิจัย ต่างประเทศ

ที่มิใช่ผลงานวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาระดับปริญญา ทั้งนี้

ต้องเป็นผลงานที่ได้รับการตอบรับของผู้จัดการประชุมและมีชื่ออยู่ในเอกสารวาระการประชุมนั้น

ๆ ด้วย และไม่เกิน ๒ ครั้งต่อปีงบประมาณต่องานวิจัย ๑ เรื่อง

(๓)

เพื่อสนับสนุนบุคลากรในการไปฝึกอบรมและศึกษาดูงานด้านวิชาการภายในประเทศหรือต่างประเทศในหลักสูตรระยะสั้น

(๔)

เพื่อสนับสนุนบุคลากรในการไปประชุมสัมมนานานาชาติ ต่างประเทศ

(๕)

เพื่อเป็นรางวัลในการเขียนบทความทางวิชาการในวารสารที่มีผู้อ่านที่เป็นที่ยอมรับ (PEER REVIEW)

(๖)

เพื่อสนับสนุนโครงการความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนบุคลากรทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ

(๗)

เพื่อสนับสนุนการจัดพิมพ์ผลงานทางวิชาการของบุคลากร

(๘)

เพื่อสนับสนุนเงินรางวัลแก่บุคลากรที่ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์

(๙)

เพื่อสนับสนุนเงินรางวัลบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นทั้งด้านวิจัย วิชาการ

การสอนและวิชาชีพ และเงินรางวัลอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามข้อ ๖

ให้คำนึงถึงความเป็นเลิศทางวิชาการ ความขาดแคลนและความต้องการบุคลากรในสาขาวิชา

วิชาชีพของคณะหรือหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ตามกรอบของแผนพัฒนาบุคลากร

และยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เงินและทรัพย์สินของกองทุนมี ดังนี้

(๑)

เงินจากกองทุนพัฒนาบุคลากรสถาบันราชภัฏสวนสุนันทาตามระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วย “กองทุนพัฒนาบุคลากร สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ.

๒๕๔๒ และกองทุนพัฒนาอาจารย์ตามประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก

และเงินสนับสนุนต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๒)

เงินรายได้หรือทรัพย์สินที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้นำมาสมทบกองทุน จำนวนร้อยละ ๑๐

ของวงเงินคงเหลือจากเงินนอกงบประมาณประจำปี

(๓)

เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน

(๔)

เงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ อันเกิดจากเงินและทรัพย์สินของกองทุน

(๕)

เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดให้นำเข้าสมทบกองทุน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ค่าใช้จ่ายของกองทุน ประกอบด้วย

(๑)

เงินที่จ่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

(๒)

เงินค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตามแผนงบประมาณประจำปี

(๓)

เงินค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

(๔)

เบี้ยประชุมคณะกรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการ

ตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของอธิการบดี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี มีหน้าที่ในด้านงานธุรการ

จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และรายงานสถานะของกองทุนทุกสิ้นปีงบประมาณเสนอต่อคณะกรรมการ

และหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

การดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบุคลากร” ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้ง ประกอบด้วย

(๑)

อธิการบดีเป็นประธานกรรมการ

(๒)

รองอธิการบดีที่ดูแลงานด้านบริหารงานบุคคลเป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

รองอธิการบดีที่ดูแลงานด้านวิชาการ เป็นกรรมการ

(๔)

รองอธิการบดีที่ดูแลงานด้านวิจัย เป็นกรรมการ

(๕)

ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ หรือผู้ที่ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมอบหมาย

เป็นกรรมการ

(๖)

คณบดีที่เลือกกันเองให้เหลือสองคน เป็นกรรมการ

(๗)

ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้อำนวยการสถาบันที่เลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน เป็นกรรมการ

(๘)

กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทตัวแทนคณาจารย์ประจำเลือกกันเองให้เหลือสองคนเป็นกรรมการ

(๙)

ผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคลหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีลักษณะงานเป็นอย่างเดียวกัน

เป็นกรรมการและเลขานุการ และอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๒ ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง

นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

กรรมการตามข้อ ๑๑ (๕) ถึง (๘) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๖)

ขาดคุณสมบัติการเป็นคณะกรรมการในประเภทนั้น ๆ

(๗)

สภามหาวิทยาลัยให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องต่อหน้าที่

หรือหย่อนความสามารถ

การให้ออกจากตำแหน่งตาม

(๗)

ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ

๑๑ (๕) ถึง (๘) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

และได้มีการดำเนินการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

และกรรมการเท่าที่มีอยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนองค์ประกอบของคณะกรรมการตามข้อ

๑๑ จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่มีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๔

ต่อไปได้

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ

๑๑ (๕) ถึง (๘) คนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมด พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการ ให้กรรมการ

ซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีกรรมการตามข้อ ๑๑ (๕) ถึง (๘)

คนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมด ใหม่แล้ว

ให้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการตามข้อ

๑๑ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๑๑ ให้ดำเนินการตามระเบียบสภามหาวิทยาลัย

ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังนี้

(๑)

พิจารณาเสนอความคิดเห็น แนวทางการจัดสรรทุนและแผนพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย

(๒)

พิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับทุน

(๓)

พิจารณากำหนดค่าใช้จ่ายของผู้ได้รับทุนและระยะเวลาการศึกษา

(๔)

พิจารณากำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายหรือรางวัลตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบนี้

(๕)

กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการให้ทุนการศึกษา ค่าธรรมเนียม เงินรางวัล

หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อการดำเนินการตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

(๖)

บริหารเงินกองทุนให้เกิดดอกผลตามข้อ ๘ (๔) แต่ ทั้งนี้

ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน

(๗)

หน้าที่อื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การคัดเลือกผู้สมควรได้รับทุนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ในกรณีที่จำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัยอาจพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับทุนการศึกษาจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อรับทุนการศึกษาตามระเบียบนี้ก็ได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

เป็นกรณีไป

ในกรณีมีความจำเป็นและเร่งด่วน

มหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจคัดเลือกบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย

ซึ่งสำเร็จการศึกษาแล้ว

หรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาให้ได้รับทุนและผูกพันตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่ผ่านมาแล้ว

หรือเพื่อให้บุคคลนั้นพ้นจากภาระผูกพันอันหนึ่งอันใด ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษา

และเงื่อนไขในการรับทุนการศึกษาให้เป็นตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้ได้รับทุนการศึกษาจะต้องทำสัญญากับมหาวิทยาลัย

โดยมีผู้ค้ำประกันตามแบบและวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ระยะเวลาการให้ทุนการศึกษา

(๑)

ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท มีกำหนดเวลารวมทั้งสิ้นไม่เกิน ๓ ปี

(๒)

ทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก มีกำหนดเวลารวมทั้งสิ้นไม่เกิน ๔ ปี

(๓)

ทุนการศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทควบเอก มีกำหนดเวลารวมทั้งสิ้นไม่เกิน ๖ ปี

(๔)

ทุนการศึกษาหลักสูตรระดับที่สูงกว่าปริญญาเอกหรือหลังปริญญาโทหรือปริญญาเอกกำหนดเวลาให้เป็นไปตามที่หลักสูตรนั้น

ๆ กำหนด

ในกรณีที่มีเหตุผลพิเศษซึ่งจะต้องใช้เวลาศึกษามากกว่าที่กำหนดใน

(๑) (๒) หรือ (๓) ผู้ได้รับทุนจะต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลาต่ออธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจพิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลาการศึกษาต่อไปอีกได้

เป็นราย ๆ ไปโดยไม่อนุมัติทุนการศึกษาเพิ่มอีกในช่วงระยะเวลาที่ขยายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้ได้รับทุนการศึกษาจะต้องส่งรายงานผลการศึกษาประจำภาคเรียนต่อมหาวิทยาลัยภายในภาคเรียนถัดไป

ถ้าผลการศึกษาของผู้ได้รับทุนการศึกษาไม่มีความก้าวหน้า

หรือผู้ได้รับทุนการศึกษาไม่ปฏิบัติตามระเบียบและหลักปฏิบัติที่กำหนดไว้สำหรับการดำเนินการตามระเบียบนี้หรือระเบียบข้อบังคับของมหาวิทยาลัยหรือทางราชการซึ่งบุคลากรจะต้องยึดถือ

และปฏิบัติ มหาวิทยาลัยอาจยุติการให้ทุนการศึกษาก็ได้

การวินิจฉัยว่า

ผลการศึกษาไม่มีความก้าวหน้าตามวรรคสอง

ให้คณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัยและถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ผู้ได้รับทุนการศึกษาจะต้องศึกษาให้สำเร็จตามหลักสูตรโดยเร็ว

และต้องกลับมารายงานตัวทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วภายใน ๑๕ วัน

เว้นแต่มีเหตุผลจำเป็น หรือเมื่อมหาวิทยาลัยเรียกตัวกลับ

หากมีความจำเป็นมหาวิทยาลัยอาจเรียกตัวผู้ได้รับทุนให้กลับเข้าปฏิบัติงานในเวลาใดก่อนสำเร็จการศึกษาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อผู้ได้รับทุนการศึกษายุติการศึกษาแล้ว ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษาแล้วหรือไม่หรือถูกเรียกตัวกลับ

ต้องปฏิบัติงานให้แก่มหาวิทยาลัยทันที

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ไปศึกษา สำหรับการศึกษาแบบนอกเวลา

หรือเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของระยะเวลาที่ไปศึกษา

สำหรับการศึกษาแบบเต็มเวลา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในกรณีที่ผู้ได้รับทุนการศึกษาฝ่าฝืนระเบียบนี้ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง

หรือไม่กลับมาปฏิบัติงานให้แก่มหาวิทยาลัยตามข้อ ๒๒

หรือต้องออกจากราชการหรือออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ

ในระหว่างผูกพันกับมหาวิทยาลัย ตามระเบียบนี้ หรือยุติการศึกษา

ไม่ว่าจะยุติเองหรือถูกยุติตามข้อ ๒๐ วรรคสอง

ผู้ได้รับทุนการศึกษาต้องชดใช้เงินแก่มหาวิทยาลัยเป็นจำนวนสองเท่าของทุนการศึกษาที่ได้รับไป

สำหรับการศึกษาแบบนอกเวลา

หรือเป็นจำนวนสามเท่าของทุนการศึกษาที่ได้รับไปสำหรับการศึกษาแบบเต็มเวลา

ในกรณีที่ผู้ได้รับทุนการศึกษาสำเร็จการศึกษา

และกลับมาปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยแต่ไม่ครบกำหนดตามข้อ ๒๒

ยกเว้นในกรณีที่มหาวิทยาลัยไม่สามารถจัดให้ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยต่อไปได้

โดยมิใช่ความผิดของผู้นั้นให้ลดเงินที่จะต้องชดใช้ลงตามส่วน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การชดใช้เงินทุนแก่มหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้ผู้รับทุนจะต้องชดใช้ให้แก่มหาวิทยาลัยทั้งหมดภายใน

๓๐ วันนับแต่วันผิดสัญญาหรือวันที่ต้องคืนทุน

หากมีความจำเป็นต้องผ่อนชำระให้ทำสัญญาผ่อนชำระภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑)

ผู้รับเงินทุนต้องชดใช้เงินคืนไม่เกินหนึ่งแสนบาทให้ชำระเงินในวันทำสัญญาผ่อนชำระเงินเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินที่ค้างชำระคืน

ส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระเป็นงวดให้เสร็จสิ้นภายใน ๖

เดือนพร้อมดอกเบี้ยในส่วนที่ยังค้างชำระ

(๒)

ถ้าผู้รับเงินทุนต้องชดใช้เงินคืนมากกว่าหนึ่งแสนบาทให้ชำระเงินในวันทำสัญญาผ่อนชำระเงินเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของเงินที่ต้องชำระคืน

ส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๒ เดือน การคืนเงินทุนดังกล่าวข้อนี้

หากผู้รับทุนมีเหตุจำเป็นไม่อาจคืนได้ตามหลักเกณฑ์

ให้คณะกรรมการพิจารณาผ่อนผันตามสมควรเป็นรายกรณีไปก็ได้

ให้คิดดอกเบี้ยในกรณีผิดนัดการชดใช้เงินตามวรรคหนึ่ง

หรือผ่อนชำระตามวรรคสองและวรรคสามในอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี

เว้นแต่จะชำระคืนแก่มหาวิทยาลัยเสร็จสิ้นภายใน ๓ เดือนนับแต่วันที่ต้องชำระคืน

ให้งดการคิดดอกเบี้ย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

กรณีการให้เงินสนับสนุนแก่บุคลากรเพื่อเป็นค่าธรรมเนียม เงินรางวัล

หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

นอกจากการให้ทุนการศึกษา คณะกรรมการเห็นสมควรอาจกำหนดเงื่อนไข

คุณสมบัติผู้รับเงินสนับสนุน หรือข้อผูกพันใด ๆ

ตามความเหมาะสมโดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยในกรณีที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป

หรือพิจารณาตามความเหมาะสมเฉพาะรายบุคคลก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สิทธิทั้งปวง หนี้สิน ข้าราชการ พนักงานราชการ

ลูกจ้างของมหาวิทยาลัย และบุคคลภายนอก

เงินนอกงบประมาณและรายได้ของกองทุนพัฒนาอาจารย์ไปเป็นของ “กองทุนพัฒนาบุคลากร

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา”

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ผู้ที่ได้รับเงินอุดหนุนการศึกษา ตามระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วย “กองทุนพัฒนาบุคลากร สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ.

๒๕๔๒ และระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยเงินอุดหนุนการศึกษาของอาจารย์และข้าราชการสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ.

๒๕๔๒ ให้ใช้ระเบียบดังกล่าวบังคับต่อไป โดยให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบุคลากรตามระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทาว่าด้วย

“กองทุนพัฒนาบุคลากร สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นของคณะกรรมการตามระเบียบนี้ กรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้นำข้อ ๒๒ ตามระเบียบนี้ มาใช้บังคับกับผู้ที่ได้รับเงินอุดหนุนการศึกษา

ตามระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วย “กองทุนพัฒนาบุคลากร

สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา” พ.ศ. ๒๕๔๒

และระเบียบสภาประจำสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยเงินอุดหนุนการศึกษาของอาจารย์และข้าราชการ สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ.

๒๕๔๒ ได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่อัตราดอกเบี้ยให้คงเดิม

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

กร ทัพพะรังสี

นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาฉบับนี้ คือ

ด้วยแต่เดิมระเบียบที่ใช้บังคับในเรื่องนี้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทานั้น

ไม่ครอบคลุมถึงบุคลากรทุกประเภทของมหาวิทยาลัย

ฉะนั้นจึงเห็นควรให้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบุคลากรให้ครอบคลุมถึงบุคลากรทุกประเภทและมีความเป็นเอกภาพ

จึงเห็นควรให้รวมกองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นกองทุนเดียวกัน จึงจำเป็นต้องวางระเบียบนี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๗ เมษายน ๒๕๕๔

คุณากร/ผู้ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๘๔ ง/หน้า ๓๐/๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยกองทุนพัฒนาบุคลากร พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dbf507e29e114e84

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com