法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 (Update ณ วันที่ 05/11/2522)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ.2518)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ.2518

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ.2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 เมื่อจะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมของท้องที่ใดให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน

ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

โฆษณาถึงการที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมให้ประชาชนทราบโดยทางวิทยุกระจาย

เสียง

ซึ่งสามารถรับฟังได้ในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น

เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

และโฆษณาโดยทางหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันซึ่งมีจำหน่ายในท้องที่นั้น

เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ด

วัน

ในการโฆษณา

ให้มีข้อความแสดงถึงเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมสถานที่ วันและเวลา

ที่จะมีการปิดประกาศแผนที่แสดงเขตที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมไว้ให้ประชาชนได้ตรวจดู

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนใน

เขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม

แสดงข้อคิดเห็นเป็นหนังสือต่อสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน

ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมซึ่งมีสิทธิแสดงข้อคิดเห็น

ได้แก่เจ้าของหรือ

ผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้นหรือผู้ได้รับมอบหมาย

ในการเชิญชวนให้ประชาชนแสดงข้อคิดเห็น

สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี จะ

จัดทำแบบสอบถามแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางหรือจัดทำผังเมืองรวมกรอกข้อความเพื่อ

ประกอบการแสดงข้อคิดเห็นก็ได้

ให้ประชาชนผู้แสดงข้อคิดเห็นแสดงให้ปรากฏในหนังสือแสดงข้อคิดเห็นด้วยว่าตนเป็นเจ้าของหรือผู้

ครอบครองที่ดินแปลงใด หรืออาคารเลขที่เท่าใด

และหากเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือ

ผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารดังกล่าวก็ให้ส่งหลักฐานการมอบหมายไปด้วย

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

จัดให้มีการปิดประกาศ

(1)

แผนที่แสดงเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม

(2) ข้อความซึ่งแสดงว่า

จะมีการประชุมฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและ

จัดทำผังเมืองรวม ณ สถานที่และตามวันเวลาที่กำหนด

(3)

ข้อความเชิญชวนให้ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมแสดงข้อคิดเห็น

เป็นหนังสือต่อสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น

แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ประกาศตามวรรคหนึ่งให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการเขต

หรือที่ทำการแขวงของกรุง

เทพมหานครหรือที่ว่าการอำเภอ

ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสาธารณสถาน ในท้องที่

ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม

และที่ทำการของสำนักผังเมืองหรือของเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 เมื่อได้มีการปิดประกาศตามข้อ 3 แล้ว

ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่

กรณี

จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม

อย่างน้อยสองครั้ง

โดยครั้งแรกให้จัดให้มีขึ้นภายในเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน แต่ไม่เกินหกสิบวัน

นับตั้ง

แต่วันปิดประกาศ ส่วนครั้งต่อ ๆ

ไปให้กำหนดภายในเวลาที่เห็นสมควร

ในการจัดการประชุมแต่ละครั้ง ให้มีหนังสือเชิญผู้แทนของประชาชน

และผู้แทนสมาคม องค์การ

หรือคณะบุคคลอื่น ทั้งนี้เท่าที่เห็นสมควร เข้าร่วมประชุม

โดยให้แจ้งสถานที่ วัน และเวลาประชุมใน

หนังสือเชิญประชุมด้วย

ให้ถือว่าบุคคลต่อไปนี้เป็นผู้แทนของประชาชน

(1)

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งจังหวัดที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม

(2)

สมาชิกสภาจังหวัดแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม

(3)

สมาชิกสภาเทศบาลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม

(4)

สมาชิกหรือกรรมการสภาตำบลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม

(5)

คณะกรรมการสุขาภิบาลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม

นอกจากนี้ ให้เชิญคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมแห่งจังหวัดนั้น

รวมทั้งข้าราชการและพนักงานส่วน

ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควร เข้าร่วมประชุมด้วย

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดสถานที่ประชุมซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม

เพื่อให้มีการประชุมได้ตามวันและเวลาที่ประกาศกำหนดไว้

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ในการประชุมครั้งที่สองและครั้งต่อ ๆ ไป ถ้ามี

ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น

แล้วแต่กรณี จัดให้มีการปิดประกาศผังเมืองรวมที่ได้จัดทำขึ้นภายหลังการประชุมครั้งแรก

ณ ที่เปิดเผย

ใกล้สถานที่ประชุม

เพื่อให้ประชาชนและผู้รับเชิญเข้าประชุมได้ตรวจดูก่อนวันประชุมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

สามสิบวัน

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

นำข้อคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชน

และความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมตามข้อ 4

ไปประกอบการพิจารณาวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือ

ทบทวนผังเมืองรวมที่ได้วางและจัดทำขึ้นแล้ว

ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการผังเมืองพิจารณา

ให้ไว้ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2518

พันเอก ประกอบ ประยูรโภคราช

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา

19 แห่ง

พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518

กำหนดให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน

ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

จัดให้มีการโฆษณาให้ประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำ

ผังเมืองรวมทราบ

เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่จะมีการวางและจัดทำผังเมือง

รวมดังกล่าว ในการนี้จำต้องกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการโฆษณา การ

ประชุมและการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองรวม

จึงจำเป็น

ต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2519)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. 2518

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ.2518

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ให้นำกฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518

มาใช้

บังคับแก่การโฆษณา

การประชุมและการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ

ด้วยโดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2519

หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการผัง

เมือง

พ.ศ. 2518

กำหนดให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

จัดให้มีการโฆษณา

ให้ประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะทราบ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่จะ

มีการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะดังกล่าว

ในการนี้จำต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการ

โฆษณาการ

ประชุม

และการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ จึงจำ

เป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 4

(พ.ศ.2522)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ.2518

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5

และมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติการ

ผังเมือง พ.ศ. 2518

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

การอุทธรณ์คำสั่งหรือหนังสือแจ้งความตามมาตรา 70 ให้ทำเป็น

หนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์

ชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยาขึ้นอ้างอิง

ในการอุทธรณ์พร้อมทั้งแบบสำเนาคำสั่งหรือหนังสือแจ้งความนั้น

และเอกสารหลักฐาน

ประกอบอุทธรณ์ ถ้ามี

การอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ได้สำหรับตนเอง จะอุทธรณ์แทนคนอื่นหรือมอบหมายให้

คนอื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ตามมาตรา 70 (1) (2)

(3) (5) (7) และ (8) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ผู้อุทธรณ์

ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์

และให้มีการ

อุทธรณ์

และให้สำนักงานผังเมืองจังหวัดส่งอุทธรณ์ต่อสำนักผังเมืองภายในเจ็ดวัน

นับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักผังเมือง

เมื่อสำนักผังเมืองได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์

ภายในสามวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตาม

มาตรา 70 (4) และ (6) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ผู้อุทธรณ์

ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์

สำหรับในเขต

กรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นต่อกองผังเมืองกรุงเทพมหานครและให้สำนักงานผังเมือง

จังหวัดหรือกองผังเมืองกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี

นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ

บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติม

อุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงใน

การอุทธรณ์

พร้อมทั้งเหตุที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์เสียใหม่ ยื่นต่อสำนักงาน

ผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร

หรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี

ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง

แล้วแต่กรณี

นำส่งอุทธรณ์ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ

บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ผู้อุทธรณ์อาจขอยื่นเอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อ

สำนักงานผังเมืองจังหวัด

กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี

ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงถึงเหตุที่มิได้ยื่น

เอกสารหลักฐานนั้นพร้อมกับอุทธรณ์

ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง มาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ถ้าระยะเวลาของการยื่นอุทธรณ์สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้อุทธรณ์มีเหตุ

อันสมควรแสดงว่าตนไม่อาจยื่นเอกสารหลักฐานนั้นภายในกำหนดเวลาของการยื่น

อุทธรณ์ได้

ผู้อุทธรณ์จะขอยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมสำนักงานผังเมืองจังหวัด

กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร

สำนักผังเมืองหรือต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือ

คณะกรรมการบริหารผังเมืองส่วนท้องถิ่นเวลาใด ๆ

ก่อนมีการวินิจฉัยก็ได้

ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผู้อุทธรณ์มีเหตุผลอันสมควรและเอกสารนั้นจำเป็นให้การวินิจฉัยเป็นไป

โดยเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการอนุญาตตามคำขอ

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น

หรือผู้ที่กรรมการมอบหมายที่จะปฏิบัติดังนี้

(1) ลงทะเบียนอุทธรณ์ในสารบบอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ

บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตามลำดับที่รับไว้ คือ

ตามวันและเวลาที่ยื่นอุทธรณ์

(2) ลงทะเบียนคำวินิจฉัยทั้งหมดของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหาร

การผังเมืองส่วนท้องถิ่นในสารบบคำวินิจฉัย

(3) รวบรวมรายงานและเอกสารที่ส่งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ

บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น

หรือรายงานเอกสารที่คณะกรรมการทำขึ้นกับคำวินิจฉัย

ของคณะกรรมการไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้น

(4) แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปยังผู้อุทธรณ์

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

อุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหาร

การผังเมืองส่วนท้องถิ่นนั้น

ให้คณะกรรมการดำเนินการไปตามลำดับเลขหมายในสารบบ

อุทธรณ์

เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเมื่อมีเหตุผลพิเศษ โดยแสดงถึง

เหตุผลดังกล่าวไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามมิให้กรรมการผู้มีส่วนได้

ส่วนเสียในอุทธรณ์เรื่องนั้นเข้าประชุม

เว้นแต่เป็นการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ

ตามความในข้อ 10

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น

จะเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงนำเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น

ที่จำเป็นมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยก็ได้

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น

ที่จำเป็นเพิ่มเติมตามความในข้อ 10 โดยมิได้แจ้งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือ

คณะกรรมการบริหารบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นถึงเหตุแห่งการนั้นภายในเจ็ดวัน

นับแต่วันที่ต้องมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติม

หรือแจ้งเหตุแห่งการนั้นแล้วแต่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร

ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์

ชี้แจงเหตุแห่งการถอนอุทธรณ์

ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพ

มหานคร หรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี

ถ้าผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือถอนอุทธรณ์ก่อนที่สำนักงานผังเมืองจังหวัด กอง

ผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี

จะนำอุทธรณ์ส่งต่อคณะกรรมการ

อุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น

หรือก่อนที่คณะกรรมการจะได้

เริ่มมีการพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น

ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพ

มหานคร สำนักผังเมือง คณะกรรมการอุทธรณ์

หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมือง

ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี อนุญาตไปตามนั้น

ถ้าผู้อุทธรณ์ถอนอุทธรณ์ระหว่างที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการ

และได้ยื่น

คำขอถอนอุทธรณ์ต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือสำนัก

ผังเมืองแล้วแต่กรณี ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง

มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้อยู่

ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

ถ้าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์ตามข้อ 11 หรือถอนอุทธรณ์ตามข้อ 12

ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นจำหน่าย

อุทธรณ์เสียจากสารบบอุทธรณ์โดยไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 การทิ้งอุทธรณ์ตามข้อ

11 หรือการถอนอุทธรณ์ตามข้อ 12 ย่อมลบล้าง

ผลแห่งการยื่นอุทธรณ์นั้น รวมทั้งกระบวนการอื่น ๆ

อันมีต่อมาภายหลังการยื่นอุทธรณ์

และทำให้ผู้อุทธรณ์กลับคืนฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นอุทธรณ์เลย

แต่อุทธรณ์ใดที่ได้ทิ้งแล้วตามข้อ 11 ผู้อุทธรณ์อาจยื่นใหม่ได้ภายในกำหนด

เวลาของการยื่นอุทธรณ์ตามมาตรา 70

โดยชี้แจงเหตุผลแห่งการทิ้งอุทธรณ์ประกอบ

อุทธรณ์ที่ได้ยื่นใหม่

ถ้าคณะกรรมการอุทธรณ์ตามข้อ 2 หรือข้อ 3 แล้วแต่กรณีพิจารณาเห็นว่า

ผู้อุทธรณ์มิได้จงใจทิ้งอุทธรณ์

และการที่ไม่ได้มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐาน

หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติมนั้นมีเหตุอันสมควรให้รับไว้และดำเนินการพิจารณา

ต่อไปได้

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ

บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น ให้เริ่มเมื่อมันกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ และ

นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ต่าง ๆ

ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ให้ยึดถือหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(1) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (1) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง

นโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ

ความปลอดภัยของประชาชน

สวัสดิภาพของสังคมรวมทั้งกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน

สภาพของที่ดิน ทรัพย์สิน

อื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุนประโยชน์

และความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนจะพึง

ได้รับจากกิจการนั้น

(2)

อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (2) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง

ความประสงค์และโครงการของผู้อุทธรณ์ให้เป็นไปตามโครงการของผังเมืองเฉพาะใน

สาระสำคัญ

พร้อมทั้งพิจารณาถึงเหตุผลของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมือง

ที่ปฏิเสธหรือสั่งให้มีการแก้ไขโครงการดังกล่าว

และให้คำนึงถึงประโยชน์และความ

เดือดร้อนที่ประชาชนในบริเวณผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ

(3)

อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (3) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง

เหตุผลและรายละเอียดแห่งการรื้อย้าย

หรือดัดแปลงอาคารให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะ

รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรื้อย้ายหรือดัดแปลงอาคาร ประโยชน์และความเดือดร้อน

ของประชาชนในบริเวณนั้น

(4) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (5)

ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงสภาพอาคารทรัพย์สินอื่นที่อยู่ใน

อาคาร ประโยชน์และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะได้รับ

โดยคำนวณตามราคาที่เป็นธรรมและให้คำนึงถึง

การจัดหาที่อยู่ชั่วคราวด้วย

(6) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (6) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความเหมาะสมของที่ดินหรือ

อาคาร

และราคาค่าเช่าที่เป็นธรรมทั้งนี้โดยพิจารณากันเงินเฉพาะส่วนที่เป็นค่าเช่าเท่านั้น

และต้องไม่

เกินกว่าเงินค่าตอบแทนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ

(7) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (7) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความมากน้อยแห่งสิทธิที่ผู้

อุทธรณ์ต้องเสียหรือถูกจำกัดหรือภาระที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ

รวมทั้งประโยชน์และความเดือดร้อน

ที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ

แต่ราคาที่จะกำหนดให้ต้องไม่เกินกว่าราคาที่ดินตามความเป็นธรรม

(8) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (8)

ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใช้ที่

ดินบริเวณนั้น

โดยคำนึงถึงเมืองเฉพาะในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน

สวัสดิภาพของสังคม และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้จากการใช้ที่ดินบริเวณนั้น

สภาพของที่ดิน ทรัพย์สินอื่น

ที่เกี่ยวกับที่ดิน

ประโยชน์และความเดือดร้อนที่ประชาชนรวมทั้งกิจการต่าง ๆ

ที่อยู่ทั้งในและนอกเขตผัง

เมืองเฉพาะจะพึงได้รับและให้พิจารณาถึงค่าตอบแทนตามราคาที่เป็นธรรม แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าตอบ

แทนที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงรายอื่นในเขตผังเมืองเฉพาะส่วนใหญ่ได้รับ

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16

ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นพิจารณาวินิจฉัยสั่ง

การภายในสามสิบวัน

นับแต่วันที่ลงทะเบียนในสารบบอุทธรณ์ตามข้อ 7 (1)

ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นไม่อาจพิจารณาวินิจฉัย

สั่งการได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัย

สั่งการได้ครั้งหนึ่งไม่เกินสิบห้าวัน

และให้บันทึกเหตุผลที่จำต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาไว้

อีกด้วย และเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินเก้าสิบวัน

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นให้ทำ

เป็นหนังสือลงลายมือชื่อกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องนั้น

พร้อมทั้งให้เหตุผลแห่งการที่

วินิจฉัย

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18

เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีมีคำ

วินิจฉัยแล้ว

ให้แจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้วินิจฉัย

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ภายหลังการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมือง

ส่วนท้องถิ่น

ผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่ถูกเรียกตัวมาชี้แจงตามความในข้อ 10 อาจร้องขอต่อคณะกรรม

การอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น

เพื่อขอตรวจเอกสารทั้งหมดหรือแต่บางฉบับ

ในอุทธรณ์เรื่องนั้นก็ได้หรือจะขอคัดสำเนาหรือขอให้สำนักผังเมืองคัดสำเนาและรับรอง

โดยผู้ร้องขอเป็น

ผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นก็ได้

แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ตรวจเอกสารหรือคัดสำเนาหรือขอให้คัดสำเนาและรับรอง

เอกสารที่สำนักผังเมืองสงวนไว้เพื่อปวงเมื่อประโยชน์ของรัฐ

หรือเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับความลับของ

ทางราชการ

ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2522

พลเอก เล็ก แนวมาลี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

คือโดยที่มาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติการผัง

เมือง

พ.ศ. 2518 ได้บัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาใน

การวินิจฉัยคำอุทธรณ์โดยกฎกระทรวง ฉะนั้น เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็น

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 (Update ณ วันที่ 05/11/2522) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc7e5940165803a7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com