กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ.2518)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ.2518)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 เมื่อจะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมของท้องที่ใดให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
โฆษณาถึงการที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมให้ประชาชนทราบโดยทางวิทยุกระจาย
เสียง
ซึ่งสามารถรับฟังได้ในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น
เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
และโฆษณาโดยทางหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันซึ่งมีจำหน่ายในท้องที่นั้น
เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ด
วัน
ในการโฆษณา
ให้มีข้อความแสดงถึงเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมสถานที่ วันและเวลา
ที่จะมีการปิดประกาศแผนที่แสดงเขตที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมไว้ให้ประชาชนได้ตรวจดู
ข้อ 2 ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนใน
เขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
แสดงข้อคิดเห็นเป็นหนังสือต่อสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมซึ่งมีสิทธิแสดงข้อคิดเห็น
ได้แก่เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้นหรือผู้ได้รับมอบหมาย
ในการเชิญชวนให้ประชาชนแสดงข้อคิดเห็น
สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี จะ
จัดทำแบบสอบถามแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางหรือจัดทำผังเมืองรวมกรอกข้อความเพื่อ
ประกอบการแสดงข้อคิดเห็นก็ได้
ให้ประชาชนผู้แสดงข้อคิดเห็นแสดงให้ปรากฏในหนังสือแสดงข้อคิดเห็นด้วยว่าตนเป็นเจ้าของหรือผู้
ครอบครองที่ดินแปลงใด หรืออาคารเลขที่เท่าใด
และหากเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารดังกล่าวก็ให้ส่งหลักฐานการมอบหมายไปด้วย
ข้อ 3 ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
จัดให้มีการปิดประกาศ
(1)
แผนที่แสดงเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
(2) ข้อความซึ่งแสดงว่า
จะมีการประชุมฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและ
จัดทำผังเมืองรวม ณ สถานที่และตามวันเวลาที่กำหนด
(3)
ข้อความเชิญชวนให้ประชาชนในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวมแสดงข้อคิดเห็น
เป็นหนังสือต่อสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ประกาศตามวรรคหนึ่งให้ปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการเขต
หรือที่ทำการแขวงของกรุง
เทพมหานครหรือที่ว่าการอำเภอ
ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสาธารณสถาน ในท้องที่
ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
และที่ทำการของสำนักผังเมืองหรือของเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ข้อ 4 เมื่อได้มีการปิดประกาศตามข้อ 3 แล้ว
ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่
กรณี
จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
อย่างน้อยสองครั้ง
โดยครั้งแรกให้จัดให้มีขึ้นภายในเวลาไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน แต่ไม่เกินหกสิบวัน
นับตั้ง
แต่วันปิดประกาศ ส่วนครั้งต่อ ๆ
ไปให้กำหนดภายในเวลาที่เห็นสมควร
ในการจัดการประชุมแต่ละครั้ง ให้มีหนังสือเชิญผู้แทนของประชาชน
และผู้แทนสมาคม องค์การ
หรือคณะบุคคลอื่น ทั้งนี้เท่าที่เห็นสมควร เข้าร่วมประชุม
โดยให้แจ้งสถานที่ วัน และเวลาประชุมใน
หนังสือเชิญประชุมด้วย
ให้ถือว่าบุคคลต่อไปนี้เป็นผู้แทนของประชาชน
(1)
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งจังหวัดที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(2)
สมาชิกสภาจังหวัดแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(3)
สมาชิกสภาเทศบาลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(4)
สมาชิกหรือกรรมการสภาตำบลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม
(5)
คณะกรรมการสุขาภิบาลแห่งท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวม
นอกจากนี้ ให้เชิญคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมแห่งจังหวัดนั้น
รวมทั้งข้าราชการและพนักงานส่วน
ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควร เข้าร่วมประชุมด้วย
ข้อ 5 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดสถานที่ประชุมซึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม
เพื่อให้มีการประชุมได้ตามวันและเวลาที่ประกาศกำหนดไว้
ข้อ 6 ในการประชุมครั้งที่สองและครั้งต่อ ๆ ไป ถ้ามี
ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
แล้วแต่กรณี จัดให้มีการปิดประกาศผังเมืองรวมที่ได้จัดทำขึ้นภายหลังการประชุมครั้งแรก
ณ ที่เปิดเผย
ใกล้สถานที่ประชุม
เพื่อให้ประชาชนและผู้รับเชิญเข้าประชุมได้ตรวจดูก่อนวันประชุมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
สามสิบวัน
ข้อ 7 ให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
นำข้อคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชน
และความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมตามข้อ 4
ไปประกอบการพิจารณาวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือ
ทบทวนผังเมืองรวมที่ได้วางและจัดทำขึ้นแล้ว
ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการผังเมืองพิจารณา
ให้ไว้ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2518
พันเอก ประกอบ ประยูรโภคราช
รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา
19 แห่ง
พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518
กำหนดให้สำนักงานผังเมืองหรือเจ้าพนักงาน
ท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
จัดให้มีการโฆษณาให้ประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำ
ผังเมืองรวมทราบ
เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่จะมีการวางและจัดทำผังเมือง
รวมดังกล่าว ในการนี้จำต้องกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขในการโฆษณา การ
ประชุมและการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองรวม
จึงจำเป็น
ต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2519)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. 2518
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้นำกฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518
มาใช้
บังคับแก่การโฆษณา
การประชุมและการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ
ด้วยโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2519
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการผัง
เมือง
พ.ศ. 2518
กำหนดให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
จัดให้มีการโฆษณา
ให้ประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะทราบ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการที่จะ
มีการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะดังกล่าว
ในการนี้จำต้องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการ
โฆษณาการ
ประชุม
และการแสดงข้อคิดเห็นของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ จึงจำ
เป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 4
(พ.ศ.2522)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ.2518
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5
และมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติการ
ผังเมือง พ.ศ. 2518
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
การอุทธรณ์คำสั่งหรือหนังสือแจ้งความตามมาตรา 70 ให้ทำเป็น
หนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์
ชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยาขึ้นอ้างอิง
ในการอุทธรณ์พร้อมทั้งแบบสำเนาคำสั่งหรือหนังสือแจ้งความนั้น
และเอกสารหลักฐาน
ประกอบอุทธรณ์ ถ้ามี
การอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ได้สำหรับตนเอง จะอุทธรณ์แทนคนอื่นหรือมอบหมายให้
คนอื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้
ข้อ 2
การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ตามมาตรา 70 (1) (2)
(3) (5) (7) และ (8) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
ให้ผู้อุทธรณ์
ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์
และให้มีการ
อุทธรณ์
และให้สำนักงานผังเมืองจังหวัดส่งอุทธรณ์ต่อสำนักผังเมืองภายในเจ็ดวัน
นับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักผังเมือง
เมื่อสำนักผังเมืองได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์
ภายในสามวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข้อ 3
การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตาม
มาตรา 70 (4) และ (6) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
ให้ผู้อุทธรณ์
ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์
สำหรับในเขต
กรุงเทพมหานคร
ให้ยื่นต่อกองผังเมืองกรุงเทพมหานครและให้สำนักงานผังเมือง
จังหวัดหรือกองผังเมืองกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี
นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข้อ 4
ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติม
อุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงใน
การอุทธรณ์
พร้อมทั้งเหตุที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์เสียใหม่ ยื่นต่อสำนักงาน
ผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร
หรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี
ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง
แล้วแต่กรณี
นำส่งอุทธรณ์ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว
ข้อ 5
ผู้อุทธรณ์อาจขอยื่นเอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อ
สำนักงานผังเมืองจังหวัด
กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี
ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงถึงเหตุที่มิได้ยื่น
เอกสารหลักฐานนั้นพร้อมกับอุทธรณ์
ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ 6
ถ้าระยะเวลาของการยื่นอุทธรณ์สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้อุทธรณ์มีเหตุ
อันสมควรแสดงว่าตนไม่อาจยื่นเอกสารหลักฐานนั้นภายในกำหนดเวลาของการยื่น
อุทธรณ์ได้
ผู้อุทธรณ์จะขอยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมสำนักงานผังเมืองจังหวัด
กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร
สำนักผังเมืองหรือต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือ
คณะกรรมการบริหารผังเมืองส่วนท้องถิ่นเวลาใด ๆ
ก่อนมีการวินิจฉัยก็ได้
ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผู้อุทธรณ์มีเหตุผลอันสมควรและเอกสารนั้นจำเป็นให้การวินิจฉัยเป็นไป
โดยเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการอนุญาตตามคำขอ
ข้อ 7
ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
หรือผู้ที่กรรมการมอบหมายที่จะปฏิบัติดังนี้
(1) ลงทะเบียนอุทธรณ์ในสารบบอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตามลำดับที่รับไว้ คือ
ตามวันและเวลาที่ยื่นอุทธรณ์
(2) ลงทะเบียนคำวินิจฉัยทั้งหมดของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหาร
การผังเมืองส่วนท้องถิ่นในสารบบคำวินิจฉัย
(3) รวบรวมรายงานและเอกสารที่ส่งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
หรือรายงานเอกสารที่คณะกรรมการทำขึ้นกับคำวินิจฉัย
ของคณะกรรมการไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้น
(4) แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปยังผู้อุทธรณ์
ข้อ 8
อุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหาร
การผังเมืองส่วนท้องถิ่นนั้น
ให้คณะกรรมการดำเนินการไปตามลำดับเลขหมายในสารบบ
อุทธรณ์
เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเมื่อมีเหตุผลพิเศษ โดยแสดงถึง
เหตุผลดังกล่าวไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้นด้วย
ข้อ 9
ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามมิให้กรรมการผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียในอุทธรณ์เรื่องนั้นเข้าประชุม
เว้นแต่เป็นการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ
ตามความในข้อ 10
ข้อ 10
คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
จะเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงนำเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น
ที่จำเป็นมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยก็ได้
ข้อ 11
ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น
ที่จำเป็นเพิ่มเติมตามความในข้อ 10 โดยมิได้แจ้งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือ
คณะกรรมการบริหารบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นถึงเหตุแห่งการนั้นภายในเจ็ดวัน
นับแต่วันที่ต้องมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติม
หรือแจ้งเหตุแห่งการนั้นแล้วแต่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร
ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์
ข้อ 12 ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์
ชี้แจงเหตุแห่งการถอนอุทธรณ์
ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพ
มหานคร หรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี
ถ้าผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือถอนอุทธรณ์ก่อนที่สำนักงานผังเมืองจังหวัด กอง
ผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี
จะนำอุทธรณ์ส่งต่อคณะกรรมการ
อุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
หรือก่อนที่คณะกรรมการจะได้
เริ่มมีการพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น
ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพ
มหานคร สำนักผังเมือง คณะกรรมการอุทธรณ์
หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมือง
ส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี อนุญาตไปตามนั้น
ถ้าผู้อุทธรณ์ถอนอุทธรณ์ระหว่างที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการ
และได้ยื่น
คำขอถอนอุทธรณ์ต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือสำนัก
ผังเมืองแล้วแต่กรณี ให้นำความในข้อ 4 วรรคสอง
มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้อยู่
ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้
ข้อ 13
ถ้าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์ตามข้อ 11 หรือถอนอุทธรณ์ตามข้อ 12
ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นจำหน่าย
อุทธรณ์เสียจากสารบบอุทธรณ์โดยไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น
ข้อ 14 การทิ้งอุทธรณ์ตามข้อ
11 หรือการถอนอุทธรณ์ตามข้อ 12 ย่อมลบล้าง
ผลแห่งการยื่นอุทธรณ์นั้น รวมทั้งกระบวนการอื่น ๆ
อันมีต่อมาภายหลังการยื่นอุทธรณ์
และทำให้ผู้อุทธรณ์กลับคืนฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นอุทธรณ์เลย
แต่อุทธรณ์ใดที่ได้ทิ้งแล้วตามข้อ 11 ผู้อุทธรณ์อาจยื่นใหม่ได้ภายในกำหนด
เวลาของการยื่นอุทธรณ์ตามมาตรา 70
โดยชี้แจงเหตุผลแห่งการทิ้งอุทธรณ์ประกอบ
อุทธรณ์ที่ได้ยื่นใหม่
ถ้าคณะกรรมการอุทธรณ์ตามข้อ 2 หรือข้อ 3 แล้วแต่กรณีพิจารณาเห็นว่า
ผู้อุทธรณ์มิได้จงใจทิ้งอุทธรณ์
และการที่ไม่ได้มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐาน
หรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติมนั้นมีเหตุอันสมควรให้รับไว้และดำเนินการพิจารณา
ต่อไปได้
ข้อ 15 การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ
บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น ให้เริ่มเมื่อมันกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ และ
นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ต่าง ๆ
ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ให้ยึดถือหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(1) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (1) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง
นโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ
ความปลอดภัยของประชาชน
สวัสดิภาพของสังคมรวมทั้งกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน
สภาพของที่ดิน ทรัพย์สิน
อื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุนประโยชน์
และความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนจะพึง
ได้รับจากกิจการนั้น
(2)
อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (2) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง
ความประสงค์และโครงการของผู้อุทธรณ์ให้เป็นไปตามโครงการของผังเมืองเฉพาะใน
สาระสำคัญ
พร้อมทั้งพิจารณาถึงเหตุผลของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมือง
ที่ปฏิเสธหรือสั่งให้มีการแก้ไขโครงการดังกล่าว
และให้คำนึงถึงประโยชน์และความ
เดือดร้อนที่ประชาชนในบริเวณผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ
(3)
อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (3) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึงถึง
เหตุผลและรายละเอียดแห่งการรื้อย้าย
หรือดัดแปลงอาคารให้เป็นไปตามผังเมืองเฉพาะ
รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรื้อย้ายหรือดัดแปลงอาคาร ประโยชน์และความเดือดร้อน
ของประชาชนในบริเวณนั้น
(4) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (5)
ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงสภาพอาคารทรัพย์สินอื่นที่อยู่ใน
อาคาร ประโยชน์และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะได้รับ
โดยคำนวณตามราคาที่เป็นธรรมและให้คำนึงถึง
การจัดหาที่อยู่ชั่วคราวด้วย
(6) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (6) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความเหมาะสมของที่ดินหรือ
อาคาร
และราคาค่าเช่าที่เป็นธรรมทั้งนี้โดยพิจารณากันเงินเฉพาะส่วนที่เป็นค่าเช่าเท่านั้น
และต้องไม่
เกินกว่าเงินค่าตอบแทนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ
(7) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (7) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความมากน้อยแห่งสิทธิที่ผู้
อุทธรณ์ต้องเสียหรือถูกจำกัดหรือภาระที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ
รวมทั้งประโยชน์และความเดือดร้อน
ที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ
แต่ราคาที่จะกำหนดให้ต้องไม่เกินกว่าราคาที่ดินตามความเป็นธรรม
(8) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความในมาตรา 70 (8)
ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใช้ที่
ดินบริเวณนั้น
โดยคำนึงถึงเมืองเฉพาะในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน
สวัสดิภาพของสังคม และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้จากการใช้ที่ดินบริเวณนั้น
สภาพของที่ดิน ทรัพย์สินอื่น
ที่เกี่ยวกับที่ดิน
ประโยชน์และความเดือดร้อนที่ประชาชนรวมทั้งกิจการต่าง ๆ
ที่อยู่ทั้งในและนอกเขตผัง
เมืองเฉพาะจะพึงได้รับและให้พิจารณาถึงค่าตอบแทนตามราคาที่เป็นธรรม แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าตอบ
แทนที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงรายอื่นในเขตผังเมืองเฉพาะส่วนใหญ่ได้รับ
ข้อ 16
ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นพิจารณาวินิจฉัยสั่ง
การภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่ลงทะเบียนในสารบบอุทธรณ์ตามข้อ 7 (1)
ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นไม่อาจพิจารณาวินิจฉัย
สั่งการได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัย
สั่งการได้ครั้งหนึ่งไม่เกินสิบห้าวัน
และให้บันทึกเหตุผลที่จำต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาไว้
อีกด้วย และเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินเก้าสิบวัน
ข้อ 17
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นให้ทำ
เป็นหนังสือลงลายมือชื่อกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องนั้น
พร้อมทั้งให้เหตุผลแห่งการที่
วินิจฉัย
ข้อ 18
เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณีมีคำ
วินิจฉัยแล้ว
ให้แจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้วินิจฉัย
ข้อ 19 ภายหลังการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมือง
ส่วนท้องถิ่น
ผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่ถูกเรียกตัวมาชี้แจงตามความในข้อ 10 อาจร้องขอต่อคณะกรรม
การอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
เพื่อขอตรวจเอกสารทั้งหมดหรือแต่บางฉบับ
ในอุทธรณ์เรื่องนั้นก็ได้หรือจะขอคัดสำเนาหรือขอให้สำนักผังเมืองคัดสำเนาและรับรอง
โดยผู้ร้องขอเป็น
ผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นก็ได้
แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ตรวจเอกสารหรือคัดสำเนาหรือขอให้คัดสำเนาและรับรอง
เอกสารที่สำนักผังเมืองสงวนไว้เพื่อปวงเมื่อประโยชน์ของรัฐ
หรือเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับความลับของ
ทางราชการ
ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2522
พลเอก เล็ก แนวมาลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้
คือโดยที่มาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติการผัง
เมือง
พ.ศ. 2518 ได้บัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์
และวิธีพิจารณาใน
การวินิจฉัยคำอุทธรณ์โดยกฎกระทรวง ฉะนั้น เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็น
กฎกระทรวง (พ.ศ.2518) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 (Update ณ วันที่ 05/11/2522) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc7e5940165803a7
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com