法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบความรู้

ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ

สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ผู้สมัครสอบ” หมายถึง ผู้สมัครสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

การสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสอบความรู้ของผู้สมัครสอบ ให้แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ ๑ เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ปรีคลินิกและคลินิก และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนไทยประยุกต์

ขั้นตอนที่ ๒ เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์

ขั้นตอนที่ ๓ เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ ทักษะและหัตถการในเวชปฏิบัติการแพทย์แผนไทยประยุกต์

คุณสมบัติของผู้สมัครสอบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้สมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพเห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๔) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ

(๕) เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพประกาศกำหนดว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ ดังนี้

- โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม

- วัณโรคในระยะอันตราย

- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม

- โรคพิษสุราเรื้อรัง

- โรคอื่นที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์พิจารณาเห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

(๖) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้สมัครสอบจะต้องมีความรู้ในวิชาชีพสำหรับการสอบในแต่ละขั้นตอน ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ ๑ เป็นผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือเป็นผู้มีหนังสือรับรองว่าสอบผ่านรายวิชาทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ปรีคลินิกและคลินิกจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์รับรอง

ขั้นตอนที่ ๒ เป็นผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์รับรอง

ขั้นตอนที่ ๓ เป็นผู้ที่ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์จากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์รับรอง และสอบผ่านขั้นตอนที่ ๑ และ ๒ แล้ว ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๑๑

การสมัครสอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การสอบแต่ละขั้นตอนให้มีการจัดสอบอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้สมัครสอบในแต่ละขั้นตอน ให้ยื่นคำขอสมัครสอบความรู้ตามแบบท้ายประกาศนี้พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้น โดยให้ยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปที่ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตรวจสอบคำขอ เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ของผู้สมัครสอบ หากถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์จะแจ้งให้ผู้สมัครสอบทราบล่วงหน้าก่อนกำหนดวันสอบ หากภายหลังตรวจพบว่าผู้สมัครสอบผู้ใดขาดคุณสมบัติ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิ์ในการสอบครั้งนั้น หรือตรวจพบว่าผู้สมัครสอบแสดงเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ ให้ถือว่าการสอบของผู้นั้นเป็นโมฆะและสอบไม่ผ่านทุกขั้นตอนในครั้งนั้น

การพิจารณาผลการสอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การตัดสินผลการสอบแต่ละขั้นตอน ใช้หลักการของการประเมินผลและการตัดสินผลในการกำหนดเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำของข้อสอบที่ใช้ในการสอบแต่ละครั้ง ผู้เข้าสอบขั้นตอนใดมีผลการสอบเท่ากับหรือสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านขั้นตอนนั้น ถ้าผลการสอบต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าสอบไม่ผ่านขั้นตอนนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเก็บผลการสอบของผู้สอบผ่านเกณฑ์ในแต่ละขั้นตอนตามการตัดสินในข้อ ๑๐ ให้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขดังนี้

(๑) ผู้สอบผ่านเกณฑ์ขั้นตอนที่ ๑ สามารถเก็บผลการสอบไว้ได้ ๕ ปี นับแต่ปีที่เริ่มเก็บผลการสอบ

(๒) ผู้สอบผ่านเกณฑ์ขั้นตอนที่ ๒ สามารถเก็บผลการสอบไว้ได้ ๔ ปี นับแต่ปีที่เริ่มเก็บผลการสอบ

การนับระยะเวลา ให้นับต่อเนื่องกันตั้งแต่ปีที่ผู้สอบผ่านเกณฑ์ของขั้นตอนนั้น จนกว่าจะครบตามระยะเวลาที่กำหนด

หากผลการสอบขั้นตอนใดครบตามกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่ผู้สมัครสอบยังไม่สามารถสอบผ่านขั้นตอนที่ ๓ ได้ ถ้าผู้นั้นมีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์จะต้องกลับไปสมัครสอบในขั้นตอนนั้น ๆ ใหม่

การรับขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อผู้สมัครสอบสอบผ่านความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ทั้ง ๓ ขั้นตอนแล้วให้ยื่นคำขอตามแบบ ทป.๑ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอนั้น โดยให้ยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปที่ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในส่วนภูมิภาค จะยื่นต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแห่งท้องที่ซึ่งตนมีภูมิลำเนาก็ได้ เมื่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้รับคำขอพร้อมเอกสารหลักฐาน ให้ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน ถ้าเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแล้ว ให้ส่งไปยังผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ

ให้เลขานุการกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตรวจสอบคำขอเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ หากถูกต้องครบถ้วนให้เสนอคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์เพื่อพิจารณารับรองผลการสอบและรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และบันทึกไว้ในทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้สมัครสอบที่สอบผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนใดก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นผู้สอบผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนนั้น ๆ ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีปัญหาตามประกาศนี้ ให้ประธานกรรมการการประกอบโรคศิลปะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ประธานกรรมการการประกอบโรคศิลปะเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เชิดชอ เชื้อสมบูรณ์

ประธานคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

วัชศักดิ์/จัดทำ

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๘๖ ง/หน้า ๖๓/๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc9c1337f6c22ce5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com