法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอํานาจของส่วนราชการ

ในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. 2561

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอํานาจของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อรองรับภารกิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันเป็นการสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 143 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอํานาจของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2554

(2) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

(3) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555

(4) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556

(5) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2556

(6) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2556

(7) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2557

(8) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558

(9) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2560

(10) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2560

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีการแบ่งกลุ่มภารกิจออกเป็น 7 กลุ่ม และมีส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจดังนี้

ก) หน่วยงานขึ้นตรงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วย

(1) สํานักกิจการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) สํานักการประชุม

(3) สํานักบริหารงานกลาง

(4) สํานักตรวจสอบภายใน

(5) กลุ่มตรวจราชการสํานักงาน ป.ป.ช.

(6) กลุ่มที่ปรึกษาสํานักงาน ป.ป.ช.

ข) กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต ประกอบด้วย

(1) สํานักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต

(2) สํานักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส

(3) สํานักต้านทุจริตศึกษา

(4) สํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม

(5) สํานักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต

(6) สํานักพัฒนาและส่งเสริมธรรมาภิบาล

ค) กลุ่มภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน ประกอบด้วย

(1) สํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน

(2) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง

(3) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1

(4) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 2

(5) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3

ง) กลุ่มภารกิจไต่สวนการทุจริต ประกอบด้วย

(1) สํานักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

(2) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1

(3) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2

(4) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 3

(5) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1

(6) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 2

(7) สํานักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จ) กลุ่มภารกิจอํานวยการยุติธรรม ประกอบด้วย

(1) สํานักกฎหมาย

(2) สํานักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ

(3) สํานักการขัดกันแห่งผลประโยชน์

(4) สํานักคดี

(5) สํานักสืบสวนและกิจการพิเศษ

ฉ) กลุ่มภารกิจสนับสนุน ประกอบด้วย

(1) สํานักเทคโนโลยีสารสนเทศ

(2) สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์

(3) สํานักบริหารงานคลัง

(4) สํานักบริหารทรัพย์สิน

(5) สํานักบริหารทรัพยากรบุคคล

(6) สํานักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(7) สํานักสื่อสารองค์กร

(8) สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์

ช) กลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่ ประกอบด้วย สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค จํานวน 9 แห่ง และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด จํานวน 76 แห่งดังนี้

(1) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 จังหวัดนนทบุรี มีสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 9 แห่ง ได้แก่

1.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดชัยนาท

1.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนนทบุรี

1.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดปทุมธานี

1.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

1.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดลพบุรี

1.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสมุทรปราการ

1.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสระบุรี

1.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสิงห์บุรี

1.9 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอ่างทอง

(2) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 จังหวัดชลบุรี มีสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 8 แห่ง ได้แก่

2.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดจันทบุรี

2.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดฉะเชิงเทรา

2.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดชลบุรี

2.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดตราด

2.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครนายก

2.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดปราจีนบุรี

2.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดระยอง

2.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสระแก้ว

(3) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค จังหวัดนครราชสีมา มีสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 8 แห่ง ได้แก่

3.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดชัยภูมิ

3.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครราชสีมา

3.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดบุรีรัมย์

3.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดยโสธร

3.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดศรีสะเกษ

3.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสุรินทร์

3.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอํานาจเจริญ

3.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุบลราชธานี

(4) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น มีสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 12 แห่ง ได้แก่

4.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกาฬสินธุ์

4.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดขอนแก่น

4.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครพนม

4.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดบึงกาฬ

4.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดมหาสารคาม

4.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดมุกดาหาร

4.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดร้อยเอ็ด

4.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเลย

4.9 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสกลนคร

4.10 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดหนองคาย

4.11 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดหนองบัวลําภู

4.12 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุดรธานี

(5) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ มีสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 8 แห่ง ได้แก่

5.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเชียงราย

5.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเชียงใหม่

5.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดน่าน

5.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพะเยา

5.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดแพร่

5.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดแม่ฮ่องสอน

5.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดลําปาง

5.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดลําพูน

(6) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 จังหวัดพิษณุโลก มีสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 9 แห่ง ได้แก่

6.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกําแพงเพชร

6.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดตาก

6.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครสวรรค์

6.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพิจิตร

6.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพิษณุโลก

6.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเพชรบูรณ์

6.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสุโขทัย

6.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุตรดิตถ์

6.9 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดอุทัยธานี

(7) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 7 จังหวัดนครปฐม มีสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 8 แห่ง ได้แก่

7.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกาญจนบุรี

7.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครปฐม

7.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

7.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเพชรบุรี

7.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดราชบุรี

7.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสมุทรสงคราม

7.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสมุทรสาคร

7.8 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสุพรรณบุรี

(8) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 7 แห่ง ได้แก่

8.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดกระบี่

8.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดชุมพร

8.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนครศรีธรรมราช

8.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพังงา

8.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดภูเก็ต

8.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดระนอง

8.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสุราษฎร์ธานี

(9) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 จังหวัดสงขลา มีสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จํานวน 7 แห่ง ได้แก่

9.1 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดตรัง

9.2 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดนราธิวาส

9.3 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดปัตตานี

9.4 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดพัทลุง

9.5 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดยะลา

9.6 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสงขลา

9.7 สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดสตูล

การแบ่งงานภายในส่วนราชการตามที่กําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติกําหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ส่วนราชการภายในหน่วยงานขึ้นตรงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

1) สํานักกิจการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอํานวยการและงานเลขานุการของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบ กลั่นกรองเรื่อง ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ศึกษา วิเคราะห์ ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. ในการกําหนดและประสานนโยบาย รวมทั้งติดตามและรายงานผลการดําเนินงานตามนโยบายดังกล่าว

(4) ศึกษา วิเคราะห์ ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือวิธีปฏิบัติในการปฏิบัติราชการที่อยู่ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(5) ติดตามและรายงานผลการดําเนินงานของหน่วยงานที่ดําเนินการตามที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(6) งานประชุม งานอบรม/สัมมนา ตามที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการป.ป.ช. มอบหมาย

(7) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักการประชุม มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) งานประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสานและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกานําเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดทํารายงานการประชุมและมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานและติดตามการดําเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) เก็บรวบรวมมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด

(3) รวบรวมและจัดทําบคัดย่อการพิจารณาและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อใช้ในการสืบค้นและเผยแพร่เป็นแนวทางในการพิจารณาและใช้ในการศึกษา รวมทั้งนําไปเป็น หลักการแนวคิด หรือแนวทางปฏิบัติต่อไป

(4) กําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ ระบบ รูปแบบ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนําเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(5) กําหนดเลขคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับไว้ไต่สวน และดําเนินการเกี่ยวกับงานสารบบคดีดังกล่าว

(6) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์ข้อมูลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(7) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดเก็บและรักษาข้อมูลทะเบียนประวัติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. การเข้าปฏิบัติหน้าที่ การลาประชุม และการพ้นจากตําแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(8) ตรวจพิจารณาและกลั่นกรองงาน และงานอํานวยการทั่วไปเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักบริหารงานกลาง มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) งานเลขานุการของผู้บริหารสํานักงาน ป.ป.ช. และงานอํานวยการทั่วไปเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) งานประชุมผู้บริหารของสํานักงาน ป.ป.ช. งานพิธีและรัฐพิธี รวมทั้งงานราชการทั่วไปของสํานักงาน ป.ป.ช. และงานราชการที่มิได้กําหนดเป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดโดยเฉพาะ

(3) งานสารบรรณของสํานักงาน ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องกล่าวหา จัดทําสารบบและกําหนดเลขรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน รวมทั้งตรวจสอบและกํากับดูแลการลงทะเบียนข้อมูลเรื่องกล่าวหาร้องเรียนและการออกเลขรับเรื่องกล่าวหาของหน่วยงานในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) ดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารคดีของสํานักงาน ป.ป.ช.

(6) ตรวจสอบพิจารณาเรื่องกล่าวหาในเบื้องต้น และนําเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามอบหมายเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐดําเนินการ รวมทั้งติดตามและเร่งรัดการดําเนินการของหน่วยงาน

(7) รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่เป็นบัตรสนเท่ห์ที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของส่วนกลางและส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดําเนินการต่อไป

(8) ตรวจสอบประวัติของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดตามที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(9) รับเรื่องจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือภาคเอกชน ที่ขอคําเสนอแนะหรือคําปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดําเนินการตามที่มีการร้องขอ รวมทั้งรวบรวมคําร้องขอและผลการดําเนินการเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

(10) เป็นศูนย์กลางข้อมูลของสํานักงาน ป.ป.ช. โดยเฉพาะข้อมูลด้านการบริหารคดีรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งประมวลและบูรณาการข้อมูลในภาพรวมศึกษาวิเคราะห์และจัดทําเป็นรายงานข้อมูลเชิงสถิติสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตซึ่งจะใช้ประกอบการตัดสินใจทางการบริหารและรองรับต่อการประสานข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก

(11) งานเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของคณะกรรมการ ป.ป.ช.และสํานักงาน ป.ป.ช.

(12) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณการบริหารการเงิน การบริหารพัสดุและทรัพย์สินให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับคําสั่งและมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งตรวจสอบการดูแลรักษาทรัพย์สิน และการใช้ทรัพยากรทุกประเภทให้เป็นปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

(2) ตรวจสอบการเงินการบัญชีของกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(3) ให้ข้อสังเกต ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการปฏิบัติงาน และการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการดําเนินงานตามแผนงาน/โครงการของสํานักงาน ป.ป.ช.

(4) ติดตามและเร่งรัดการดําเนินงานของส่วนราชการในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช. ให้บรรลุผลสําเร็จและเป็นไปตามแผนที่กําหนด

(5) งานเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลสํานักงาน ป.ป.ช. (ค.ต.ป.)

(6) ประสานงานและ ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) กลุ่มตรวจราชการสํานักงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานตรวจราชการและติดตามประเมินผลการตรวจราชการของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งจัดทํารายงานการตรวจราชการเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทําแผนการตรวจราชการ แบบการตรวจราชการ และคู่มือการตรวจราชการของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) ประสาน ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน โครงการ และสอดคล้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ และแนวทางที่กําหนด

(4) ศึกษา พัฒนา แก้ไข ปรับปรุงระบบการตรวจราชการเพื่อยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางานให้บรรลุผลสําเร็จ

(5) ดําเนินการเกี่ยวกับงานตรวจราชการของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(6) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

6) กลุ่มที่ปรึกษาสํานักงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ให้คําปรึกษาแนะนําทางวิชาการเกี่ยวกับนโยบายแผนงาน หรืองานใด ๆ ที่สําคัญของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) ให้ข้อคิดเห็น และคําแนะนํา ตลอดจนให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานภายในสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนหรือเรื่องใด ๆ ที่สําคัญ เร่งด่วนหรือเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

(4) จัดทําสื่อใด ๆ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในการปฏิบัติงานตามภารกิจของสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

1) สํานักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์อย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อเสนอโดยเร็วต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนําไปขยายผล เช่น สร้างการตื่นรู้ (realise) การจัดกิจกรรมการป้องกันและการนําไปสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุก

(2) ตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดําเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต และรายงานผลการตรวจสอบพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ และคณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งติดตามผลการดําเนินการตามมติคณะกรรมการป.ป.ช. ดังกล่าว

(3) ดําเนินการสํารวจการรับรู้การทุจริตปีละหนึ่งครั้ง และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันต่อต้านคอร์รับชันสากล (International Anti - Corruption Day)

(4) ผสานพลังกับสํานักงาน ป.ป.ช. ภาคและสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสํารวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(5) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นเครือข่าย

(6) จัดทําร้ายงานผลการดําเนินการสํารวจ ติดตาม และประเมินสถานการณ์การทุจริตของประเทศ ทุกไตรมาส และเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(7) ติดตามและประเมินผลความสําเร็จและความคุ้มค่าในการดําเนินงาน และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้ง ประสานสํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(8) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของ

หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน หรือเครื่องมือการประเมินอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตาม มาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานและสามารถยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2) บริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการประมวลผลการประเมินและการตัดสินใจเพื่อการบริหาร (ITA Data Management) ให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ทันต่อสถานการณ์เพื่อนําไปใช้ในการกําหนดมาตรการ นโยบาย หรือแนวทางในการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสการป้องกันการทุจริต รวมทั้งแนวทางในการยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อนําไปใช้ในการพัฒนาองค์กร

(3) ศึกษา วิเคราะห์ผลการประเมิน ปัจจัยและผลกระทบต่าง ๆ ที่มีต่อการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส การป้องกันการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งสัญญาณเสนอแนะทิศทางในการยกระดับธรรมาภิบาลและยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ และเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

(4) ศึกษา และประสานร่วมงานกับหน่วยงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศในการทําวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ระบบ เทคนิค วิธีการ และเครื่องมือในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

(5) ให้คําปรึกษา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

(6) ประสาน และติดตามประเมินผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อปรับปรุง พัฒนาด้านคุณธรรมและความโปร่งใส หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(7) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างเสริมการรับรู้และบทบาทของภาคประชาชนที่มีต่อการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

(8) จัดทํารายงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนประจําปี รวมทั้งประเมินผลความสําเร็จและความคุ้มค่าในการดําเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และประสานสํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(9) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักต้านทุจริตศึกษา มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกําหนดแนวทางในการนําไปใช้ การติดตามและการประเมินผล โดยบูรณาการการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) กํากับ ดูแล ประสาน และติดตามกระบวนการดําเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่ได้นําหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และเสนอแนวทางในการนําไปใช้เพื่อให้เกิดผลตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(3) ประสานและดําเนินการร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตหลากหลายรูปแบบบนฐานความจําเป็นและความสําคัญ

(4) ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดันสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จัดการศึกษาและฝึกอบรมการป้องกันการทุจริตหลากหลายรูปแบบรวมทั้งส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ส่งเสริมการศึกษา วิจัย เพื่อปรับวิธีคิดให้สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม จิตพอเพียงต้านทุจริต ความอายและไม่ทนต่อการทุจริตในทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน

(5) ประสานการปฏิบัติงานการป้องกันการทุจริตกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้กํากับทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

(6) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดงานเพื่อนําไปสู่การปฏิบัติแก่สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด เพื่อการดําเนินงานในพื้นที่

(7) รับผิดชอบการดําเนินการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสํานักงาน ป.ป.ช.

(8) ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ การวิจัยประเมินผลความคุ้มค่า การพัฒนาวิทยากร ป.ป.ช. และวิทยากรตัวคูณ เป็นต้น

(9) ติดตามและประเมินผลความสําเร็จและความคุ้มค่าในการดําเนินงาน และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสํานักมาตรการเชิงรุก และนวัตกรรมเพื่อนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(10) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอจัดทํามาตรการและนวัตกรรมความเห็นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

(2) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการและนวัตกรรม ความเห็น ข้อเสนอแนะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

(3) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการ ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้

(4) เสนอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (1), (2) และ (3) ต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ

(5) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนํามาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งติดตามผลและปัญหาอุปสรรคในการดําเนินการเพื่อรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป

(6) ดําเนินการเพื่อจัดให้มีการรับฟังความคิดเนสาธารณะต่อการจัดทํามาตรการความเห็น หรือข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด

(7) วิเคราะห์ ศึกษา รูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่าง ๆ จากเรื่องกล่าวหาที่ร้องเรียนมายังสํานักงาน ป.ป... หรือจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทํามาตรการป้องกันการทุจริต รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลเพื่อทําการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยถึงแนวโน้มที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตในอนาคต พร้อมทั้งเสนอแนวทางเพื่อป้องกันมีให้เกิดการทุจริต

(8) ประสานหน่วยงานวิจัยของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างองค์ความรู้จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่างๆ เพื่อภารกิจมาตรการด้านการป้องกันการทุจริต

(9) รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการดําเนินการตามมาตรการ ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และจัดทํารายงานเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(10) งานเลขานุการคณะนุกรรมการบูรณาการการป้องกันการทุจริต

(11) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) สํานักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) จัดทํามาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่น มีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(2) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(3) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคส่วนอื่นได้รับทราบช่องทางการมีส่วนร่วมในการต่อต้าน เฝ้าระวัง และชี้เบาะแสการทุจริต รวมถึงช่องทางในการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนําไปปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

(4) เสริมสร้างวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชนและชุมชนเกี่ยวกับอันตรายของการทุจริต ค่านิยมที่เน้นการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ในสังคม รวมทั้งเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่ประชาชนและชุมชน

(5) งานเลขานุการคณะกรรมการเพื่อให้คําเสนอแนะ ช่วยเหลือ และร่วมมือดําเนินการเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

(6) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ผู้แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลได้รับความคุ้มครอง

(7) ประสานความร่วมมือกับสํานักงาน ป.ป.ช. ภาคและสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต

(8) ติดตามและประเมินผลความสําเร็จและความคุ้มค่าในการดําเนินงาน และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(9) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

6) สํานักพัฒนาและส่งเสริมธรรมาภิบาล มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเรื่องธรรมาภิบาลที่เท่าทันต่อสถานการณ์สําหรับใช้ในการส่งเสริมและยกระดับธรรมาภิบาลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ เพื่อเป็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Indexs: CPI)

(2) ให้คําปรึกษา เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล และจริยธรรมตามแนวทางสากลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(3) เป็นหน่วยเคลื่อนที่ในการให้คําปรึกษาให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและนิติบุคคลอื่น 1 ที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ต่ํากว่าเกณฑ์การประเมินที่กําหนด

(4) ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(5) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดนโยบายแก่สํานักงาน ป.ป.ช. ภาคและสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดในการดําเนินงานในพื้นที่เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(6) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(7) ติดตามและประเมินผลความสําเร็จและความคุ้มค่าในการดําเนินงาน และจัดทํารายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสํานักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนําไปประกอบการพิจารณากําหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(8) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่และอํานาจ ดังนี้

1) สํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการกําหนดตําแหน่งผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ดําเนินการเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และการติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น รวมทั้งกําหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อความหรือเอกสารของบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มีผู้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ศึกษา วิเคราะห์ ประเมินผลและพัฒนาระบบงานด้านตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการพัฒนาปรับปรุงแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และการจัดทําคู่มือการปฏิบัติงานเผยแพร่และนิเทศงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(4) รับและตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลตามแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักตรวจสอบทรัพย์สินในส่วนกลางสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง ความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่ กฎหมายกําหนด ยกเว้นพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(6) ตรวจสอบการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินหรือปรากฏพฤติการณ์ว่ามีการถือครองทรัพย์สินแทน อันมีลักษณะเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และการตรวจสอบเรื่องตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งต้องส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบ

(7) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยหรือตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว พบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (5) ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฎว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (5) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(9) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (5)

(10) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสารทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(11) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(12) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(13) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(14) งานเลขานุการของคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินในส่วนกลางสํานักงาน ป.ป.ช.

(15) จัดทําระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินรวมทั้งตรวจสอบ ติดตาม รวบรวม ประมวลผล และจัดทํารายงานผลการดําเนินการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(16) ประชาสัมพันธ์และบริการให้คําปรึกษาแนะนําในเรื่องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และอํานวยความสะดวกแก่ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

(17) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงานป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนด และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(2) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ที่เสี่ยงต่อการกระทําการทุจริตหรือร่ํารวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

(3) ดําเนินการและตรวจสอบกรณีผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) มีพฤติการณ์ปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบ หรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินหรือปรากฎพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทน อันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(4) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามที่กฎหมายกําหนด

(5) ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี การจัดทําแบบสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีการรับแจ้งกรณีรัฐมนตรีประสงค์โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทให้นิติบุคคล การวิเคราะห์ความเหมาะสมของนิติบุคคลที่รับโอน รวมทั้งการเปิดเผยสําเนาสัญญานั้นให้ประชาชนทราบ

(6) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(7) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (1) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(8) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1)

(9) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการคัน ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(10) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(11) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(12) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(13) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(14) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสํานักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(15) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ สํานักงานอัยการสูงสุด ศาล องค์กรอิสระ องค์การมหาชนหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการตุลาการตั้งแต่อธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไปข้าราชการตุลาการศาลปกครองตั้งแต่อธิบดีศาลปกครองขึ้นไป ข้าราชการอัยการตั้งแต่อธิบดีอัยการขึ้นไป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและข้าราชการกรุงเทพมหานคร และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(2) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ที่เสี่ยงต่อการกระทําทุจริตหรือร่ํารวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือดําเนินการร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด แล้วแต่กรณี

(3) ดําเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการ คณะกรรมทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1 มีพฤติการณ์ปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฎพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(4) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1) ตามที่กฎหมายกําหนด

(5) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(6) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (1) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(7) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(8) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(9) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(10) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(11) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(12) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(13) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสํานักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(14) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 2 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสํานักนายกรัฐมนตรีและติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(2) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ที่เสี่ยงต่อการกระทําทุจริตหรือร่ํารวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือดําเนินการร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด แล้วแต่กรณี

(3) ดําเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1) มีพฤติการณ์ปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฎพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(4) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1) ตามที่กฎหมายกําหนด

(5) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(6) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (1) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(7) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1)

(8) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(9) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(10) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(11) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(12) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(13) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสํานักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(14) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) สํานักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และติดตามข้อมูล และเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชียื่น

(2) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ที่เสี่ยงต่อการกระทําทุจริตหรือร่ํารวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือดําเนินการร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด แล้วแต่กรณี

(3) ดําเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1) มีพฤติการณ์ปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพหรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฎพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(4) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม (1) ตามที่กฎหมายกําหนด คณะกรรมการ

(5) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1) ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(6) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (1) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(7) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (1)

(8) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(9) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(10) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(11) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(12) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(13) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสํานักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากําหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(14) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจไต่สวนการทุจริต มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

1) สํานักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ดําเนินการสอบสวนเป็นทางลับ กรณีที่มีความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 144 วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

(3) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของผู้ดํารงตําแหน่งตาม (1) ที่อยู่ใน กรรม หน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี สํานักงานคณะกรรมกากา

(7) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(8) ร้ายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อลประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานอัยการสูงสุด ศาลองค์กรอิสระ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ และเจ้าพนักงานอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของสํานักอื่น ผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนด หรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ตรวจสอบและพิจารณาร้ายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(7) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสํานักนายกรัฐมนตรี ผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เสนอฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(7) ร้ายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบ และวิธีการดําเนินการใด่สวน

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 3 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม (1) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการคัน ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(7) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจตามการจัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ได้แก่ สาขาขนส่ง สาขาพลังงาน สาขาเกษตร และสาขาทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือ พยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. สํานักงานคณะกรรมกากา

(3) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน สํานักงานคณะกรรมกากา

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(7) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

6) สํานักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 2 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจตามการจัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ได้แก่ สาขาสาธารณูปการ สาขาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม สาขาสื่อสาร สาขาสังคมและเทคโนโลยีและสาขาสถาบันการเงิน ผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(2) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือ พยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(3) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (1) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(5) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(7) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(8) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(9) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

7) สํานักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือฐานความผิดอื่นที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กําหนด หรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ คดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรแร่ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คดีทุจริตเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คดีทุจริตเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือคดีอื่นใดที่มีผลต่อการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(2) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ คดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ํา ทรัพยากรแร่ทรัพยากรดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คดีทุจริตเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คดีทุจริตเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือคดีอื่นใดที่มีผลต่อการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(3) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสําหรับการกระทําผิดตาม (1) และ (2) ที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการสอบสวนเป็นทางลับ กรณีการกระทําผิดตาม (1) และ (2) ที่มีความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 144 วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

(5) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดตาม (1) และ (2) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(7) ดําเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(8) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(9) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

(10) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินการไต่สวน

(11) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจอํานวยการยุติธรรม มีหน้าที่และอํานาจ ดังนี้

1) สํานักกฎหมาย มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

(2) ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุง แก้ไข ยกร่างกฎหมาย กฎระเบียบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) ให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะ และให้ความเห็นทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตอบข้อหารือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(4) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบงานด้านกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดําเนินการยกร่างหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(6) ตรวจสอบนิติกรรมสัญญาซึ่งสํานักงาน ป.ป.ช. เป็นคู่สัญญา รวมทั้งบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(7) จัดทําเอกสารทางวิชาการกฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษาและประชาชน

(8) จัดวางระบบ สารบัญกฎหมาย ประกาศ คําสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ และปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย

(9) ประสานงานกับรัฐสภาและติดตามการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย และประสานความร่วมมือทางด้านกฎหมายกับนักกฎหมายภาครัฐของหน่วยงานของรัฐ

(10) สนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการกฎหมายและระเบียบ

(11) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.

มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเป็นหน่วยงานกลางในการดําเนินการเพื่อให้ความร่วมมือระหว่างประเทศตามพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศในการต่อต้านการทุจริต

(2) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบน และกรณีบุคคลใดกระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางเรียกรับสินบนหรือให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ

(3) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นคดีทุจริตระหว่างประเทศ

(4) ดําเนินการและประสานงานคดีเพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศ

(5) ดําเนินการตามคําร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในคดีทุจริต ในกรณีที่ผู้ประสานงานกลางตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการหรือพิจารณาให้ความช่วยเหลือกับต่างประเทศในคดีทุจริต ซึ่งมิใช่คําร้องขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา

(6) ตอบข้อหารือ และให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายต่างประเทศกฎหมายระหว่างประเทศ และการดําเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

(7) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบรูปแบบ รวมถึงการดําเนินการกิจการงานการต่างประเทศของสํานักงาน ป.ป.ช.

(8) ติดต่อ ประสานงานโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งทางวิชาการและกฎหมาย รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตระหว่างประเทศ

(9) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนการจัดทําเอกสารวิชาการและรายงนประจําปี การจัดแปลกฎหมาย บทความวิชาการ และเอกสารรวมถึงการจัดพิมพ์เผยแพร่งานแปล

(10) ดําเนินการงานเจรจา การจัดทําข้อตกลงการส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

(11) ดําเนินการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การอํานวยความสะดวก ต้อนรับและจัดงานเลี้ยงรับรองคณะบุคคลสําคัญของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งดําเนินการเกี่ยวกับการไปเยือนต่างประเทศ

(12) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้ ากา

(1) รณรงค์เสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันการกระทําความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(2) จัดทําข้อกําหนดและคู่มือการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเอกชนเกี่ยวกับการป้องกันการกระทําความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(3) กํากับดูแลและติดตามผลในการดําเนินการเพื่อป้องกันการกระทําความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(4) เผยแพร่ให้ความรู้ ให้คําปรึกษาและให้ความเห็นทางกฎหมาย รวมทั้งตอบข้อหารือเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(5) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักคดี มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการและประสานงานทางคดี การยื่นคําร้องต่อศาล การฟ้องคดีหรือการดําเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในชั้นศาลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ติดตามผลการดําเนินคดี และการบังคับคดี โดยประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ

(2) ดําเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการร่วม ซึ่งตั้งขึ้นระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด โดยมีหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ รวมทั้งดําเนินการอื่นใดให้สํานวนการไต่สวนครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป

(3) ดําเนินการและติดตามผลการดําเนินการทางวินัยซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอน และเร่งรัดให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอนดําเนินการตามกฎหมาย

(4) ตรวจพิจารณาสํานวนการไต่สวนตามที่ได้รับมอบหมาย และสนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาสํานวนคดีอาญา

(5) พิจารณาสํานวนการสอบสวน กรณีพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการมีคําสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องที่พนักงานสอบสวนดําเนินคดีไปตามอํานาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพิจารณาสํานวนคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้พนักงานสอบสวนดําเนินการในการพิจารณาสั่งคดี และตรวจสอบรายงานผลการดําเนินการทางวินัยของ ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอํานาจแต่งตั้งถอดถอน

(6) ดําเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการไต่สวน หัวหน้าพนักงานไต่สวน พนักงานไต่สวน และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดถูกดําเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง และไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดํารงตําแหน่ง หรือเมื่อพ้นจากตําแหน่งแล้ว ถ้าการถูกดําเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติคําสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่

(7) ดําเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช. นอกเหนือจากบุคคลตาม (6) ผู้ใดถูกดําเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครองและไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดํารงตําแหน่งหรือเมื่อพ้นจากตําแหน่งแล้ว ถ้าการถูกดําเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติ คําสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่

(8) ดําเนินการเกี่ยวกับการยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิหรือเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ

(9) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(10) เก็บรวบรวมและจัดทําสารบบคดีไต่สวน เพื่อรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดําเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ

(11) ดําเนินการเกี่ยวกับการยื่นคําร้องต่อศาลขอให้มีคําสั่งให้สืบพยานหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง

(12) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง ความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนด และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(13) ดําเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกําหนด ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนดหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดําเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการป.ป.ช. มอบหมาย

(14) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสํานักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(15) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) สํานักสืบสวนและกิจการพิเศษ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) ดําเนินการด้านการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับการทุจริตรวมถึงการจัดทําระบบกระบวนการข่าวกรองของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) ติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารการทุจริตจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวิเคราะห์ และประมวลผลสรุปข้อมูลข่าวสารการทุจริต

(4) ดําเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนการไต่สวน การเก็บรวบรวมและตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางอิเล็กทรอนิกส์

(5) ติดตามบุคคลตามหนังสือเรียกตัวเป็นพยานและบุคคลที่ถูกหมายของศาลพัฒนาระบบการคุ้มครองพยาน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการคุ้มครองพยานและการกันบุคคลเป็นพยานตามที่ได้รับมอบหมาย

(6) ดําเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(7) ดําเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตตามที่ได้รับมอบหมายและส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการเสนอแนวทางการแก้ไขเพื่อจัดทํารายงานเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

(8) ดําเนินการเกี่ยวกับงานการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสําคัญ อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของสํานักงาน ป.ป.ช.

(9) ประสานเครือข่ายการปฏิบัติงานข่าวกับแหล่งข่าวบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

(10) ดําเนินการเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารการกําหนดรหัสนามเรียกขาน

(11) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจสนับสนุน มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

1) สํานักเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทําและพัฒนาแผนกลยุทธ์ขององค์กรและความต้องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงาน ป.ป.ช. ให้รองรับตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งติดตามและประเมินผล และจัดทํารายงานผลการดําเนินการ

(2) พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ระบบคลังข้อมูล ระบบฐานข้อมูลและระบบการเรียกคืน รวมทั้งกําหนดแนวทางและระเบียบปฏิบัติสําหรับการใช้และการรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) บริหารจัดการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายสารสนเทศ บํารุงรักษาและแก้ไขปัญหาในการใช้งาน

(4) พัฒนาหรือจัดให้มีระบบสารสนเทศและเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหาร การบริหารจัดการ และการดําเนินงานตามภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) พัฒนาและประยุกต์ใช้ข้อมูลในระบบภูมิสารสนเทศ ระบบเทคโนโลยีสํารวจข้อมูลระยะไกล และกําหนดตําแหน่งพื้นโลกด้วยดาวเทียม

(6) บริหารจัดการเว็บไซต์ของสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นสื่อในการบริการข้อมูลข่าวสาร

(7) ประสานความร่วมมือในการจัดทําแผนพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.และเสริมสร้างความรู้ความสามารถและทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(8) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ศึกษาและวิเคราะห์นโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(2) ประสานและส่งเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(3) พัฒนานโยบายและจัดทํายุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แผนยุทธศาสตร์ของสํานักงาน ป.ป.ช. แผนปฏิบัติการของสํานักงาน ป.ป.ช. แผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ประสานและนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งเรงรัด ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนดังกล่าว

(4) เสนอแนะนโยบายและกําหนดแนวทางในการตั้งและจัดสรรงบประมาณประจําปีของหน่วยงานในสังกัดสํานักงาน ป.ป.. ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แผนยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการของสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) วิเคราะห์และจัดทําคําขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปี การบริหารงบประมาณ การประสานการดําเนินการเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

(6) วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานและความคุ้มค่าของการดําเนินการโครงการ/กิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช.

(7) จัดทําและพัฒนาตัวชี้วัดการดําเนินงานของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการจัดทํามาตรฐานการปฏิบัติงาน

(8) พัฒนาการบริหารจัดการในการนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลตาม วัตถุประสงค์ รวมทั้งวิธีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสํานักงาน ป.ป.ช.

(9) ศึกษา วิเคราะห์ ให้คําปรึกษา และเสนอแนะแนวทางในการกําหนดนโยบายการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การพัฒนาองค์กของสํานักงาน ป.ป.ช. ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช.

(10) ดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของสํานักงาน ป.ป.ช.

(11) เสนอแนะนโยบายและกําหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทําแผนงาน และงบประมาณในลักษณะบูรณาการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งการพิจารณา กลั่นกรองตรวจสอบการใช้งบประมาณ และติดตามประเมินผล

(12) เป็นหน่วยงานบริหารกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(13) จัดทํารายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.พร้อมข้อสังเกตต่อรัฐสภา การประกาศและเปิดเผยรายงานดังกล่าว

(14) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3) สํานักบริหารงานคลัง มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบ เพื่อวางระเบียบ มาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุ การเงินและการบัญชีของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) ดําเนินการเกี่ยวกับงานการเงินและการบัญชีทั้งเงินในและนอกงบประมาณและเงินกองทุนต่าง ๆ

(4) ดําเนินการเกี่ยวกับงานการจัดหาพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง

(5) ดําเนินการเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(6) ให้คําปรึกษา ข้อเสนอแนะและนิเทศงานด้านการบริหารงบประมาณการเงินการเบิกจ่าย การบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดหาพัสดุแก่หน่วยงานภายในสํานักงาน ป.ป.ช.

(7) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

4) สํานักบริหารทรัพย์สิน มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารพัสดุและครุภัณฑ์ของสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) ตรวจและประเมินความเหมาะสมของที่ดิน การขออนุญาตและการใช้ประโยชน์ของที่ดิน เพื่อใช้ในราชการของสํานักงาน ป.ป.ช..

(3) ดําเนินการเกี่ยวกับการออกแบบ การตรวจสอบ การควบคุมการก่อสร้างการปรับปรุง การซ่อมแซม การต่อเติม และการบํารุงรักษาอาคารสถานที่

(4) จัดวางระบบ การกํากับดูแล การบํารุงรักษาและการใช้ยานพาหนะ รวมถึงงานสาธารณูปโภค

(5) จัดทําระบบทะเบียน การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินจากการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สั่งยึดหรืออายัด และทรัพย์สินของกลางในคดี รวมทั้งการควบคุมดูแล การใช้ประโยชน์และการนําทรัพย์สินออกขายทอดตลาด

(6) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

5) สํานักบริหารทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. สําหรับเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) ดําเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้ง

(3) ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

(4) ดําเนินการเกี่ยวกับการกําหนดตําแหน่งและกรอบอัตรากําลังข้าราชการพนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการวางแผนกําลังคนของสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) จัดทําโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในสํานักงาน ป.ป.ช. และการกําหนดหน้าที่และอํานาจของส่วนราชการดังกล่าว

(6) ดําเนินการเกี่ยวกับการกําหนดอัตราเงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษสําหรับตําแหน่งและค่าตอบแทนของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการให้ได้รับเงินดังกล่าว

(7) งานวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ เสริมสร้างวินัย จริยธรรม และคุณธรรมของบุคลากรสํานักงาน ป.ป.ช.

(8) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่บุคล ากรสํานักงานป.ป.ช. และการพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรสํานักงาน ป.ป.ช.

(9) ดําเนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัติ การควบคุมเกษียณอายุของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสํานักงาน ป.ป.ช.

(10) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุน การสรรหา และการดูแลนักเรียนทุนเพื่อบรรจุเข้ารับราชการสํานักงาน ป.ป.ช.

(11) เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช.

(12) เสนอแนะ ให้คําปรึกษา และเผยแพร่ความรู้ในเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลแก่ส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(13) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงานป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

6) สํานักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการวิจัยและพัฒนางานวิชาการเพื่อภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.

(2) รวบรวมผลงานวิจัยและผลงานวิชาการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และเสนอแนะต่อภารกิจของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) เป็นศูนย์บริการวิชาการด้านผลจากการวิจัยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและผลงานวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น เอกสารทางวิชาการ โดยให้บริการหน่วยงานภายในและภายนอก

(4) ติดตามการนําผลการวิจัยไปใช้ และจัดทําร้ายงานผลการติดตาม

(5) จัดทํารายงานการประเมินผลสําเร็จและความคุ้มค่าของผลงานวิจัยที่ดําเนินการ

(6) ประสานเครือข่ายวิจัยเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมมือกันทางวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(7) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

7) สํานักสื่อสารองค์กร มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) จัดทําและขับเคลื่อนแผนแม่บทการประชาสัมพันธ์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และแผนยุทธศาสตร์/แผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งติดตามและประเมินผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(2) ดําเนินการเกี่ยวกับการกําหนดและพัฒนานโยบาย ระบบ รูปแบบ เทคนิคหลักเกณฑ์และวิธีการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(3) งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.และสํานักงาน ป.ป.ช.

(4) พัฒนา ออกแบบ และผลิตสื่อ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช.

(5) ดําเนินการเกี่ยวกับงานโฆษกของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งประสานงานและอํานวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าว การแถลงข่าวและการให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารของสํานักงาน ป.ป.ช.

(6) ดําเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการด้านประชาสัมพันธ์และการสร้างและขับเคลื่อนเครือข่ายด้านประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการติดตามและประเมินผล

(7) ดําเนินการเกี่ยวกับการให้บริการสอบถามข้อมูลแก่บุคคลภายนอก และเป็นศูนย์ให้บริการข้อมูลทางโทรศัพท์

(8) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

8) สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ มีหน้าที่

(1) จัดทําและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และแผนพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งการติดตามและประเมินผล

(2) จัดทําแผนพัฒนารายบุคคลตามหลักสมรรถนะและดําเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผน ตลอดจนติดตามและประเมินผล

(3) ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบ หลักสูตร วิธีการ หรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรให้บรรลุผลสัมฤทธิ์และมีความเป็นมาตรฐาน

(4) เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management) โดยประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้กับบุคลากร

(5) ดําเนินการเกี่ยวกับการเสริมสร้างและปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้กับบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(6) เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

(7) จัดทําและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(8) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.

(9) ให้บริการศูนย์บริการวิชาการและเทคโนโลยีการฝึกอบรม จัดทําและพัฒนาเอกสารคู่มือ ตําราชุดการฝึกอบรม รวมทั้งให้บริการอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ในการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้

(10) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่ มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

1) สํานักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 - 9 มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสํานักงาน ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบ รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ในการดําเนินภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการดําเนินการเพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(2) จัดทําแผนงาน โครงการ และกิจกรรมด้านการป้องกันการทุจริตของสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค และตรวจสอบกลั่นกรองข้อเสนอแผ่นงาน โครงการ และกิจกรรมดังกล่าวของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบ รวมทั้งกํากับ ดูแล ติดตาม ประเมินผลและ ดําเนินการใด ๆ เพื่อให้แผนงาน โครงการกิจกรรมดังกล่าวบรรลุผลสัมฤทธิ์

(3) ประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสํานักงาน ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด เพื่อร่วมตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดําเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต

(4) ประสานกับสํานักงาน ป.ป.ช. ในส่วนกลางและสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสํารวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(5) พิจารณากลั่นกรองรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นของสํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ และรายงานการไต่สวนเบื้องต้นเฉพาะกรณีที่สํานักงาน ป.ป.ช.ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดําเนินการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการต่อไป

(6) รับเรื่องกล่าวหาและส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งดําเนินการไต่สวนเบื้องต้นกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติงานร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเบื้องต้นและไต่สวนเบื้องต้น

(7) ประสานและปฏิบัติงานร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในภาคที่รับผิดชอบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(8) ดําเนินการเกี่ยวกับงานการสืบสวน งานด้านการข่าวและการต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับการทุจริต การติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารการทุจริตจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวิเคราะห์ และประมวลผลสรุปข้อมูลข่าวสารการทุจริต

(9) ประสานเครือข่ายการปฏิบัติงานข่าวกับแหล่งข่าวบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

(10) ติดตามบุคคลตามหนังสือเรียกตัวเป็นพยานและบุคคลที่ถูกหมายของศาลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการคุ้มครองพยานและการกันบุคคลเป็นพยานตามที่ได้รับมอบหมาย

(11) ดําเนินการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจับกุม ควบคุมตัวและการปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลผู้ถูกกล่าวหาตามที่ได้รับมอบหมาย

(12) ดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกับสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน

(13) ตรวจสอบเบื้องต้นและไต่สวนเบื้องต้น รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยหรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในภาคที่รับผิดชอบร่ํารวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(14) ดําเนินการเสนอเรื่องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและดําเนินคดีในกรณีเมื่อปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในภาคที่รับผิดชอบ ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กําหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

(15) ดําเนินการและประสานการดําเนินการเกี่ยวกับการเปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกําหนด

(16) งานเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหา และคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจําภาคที่รับผิดชอบ

(17) จัดทําฐานข้อมูลทางด้านงานคดี งานตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน งานป้องกันการทุจริต และงานด้านการบริหารภายในภาคที่รับผิดชอบ ดําเนินการเกี่ยวกับการเงินการงบประมาณ การบัญชี และการพัสดุของสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค และสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ

(18) กํากับ ดูแล ประสานนโยบาย พัฒนาระบบงาน จัดอบรมและพัฒนาบุคลากรภายในภาคที่รับผิดชอบ ให้คําปรึกษาแนะนําและช่วยแก้ไขปัญหา รวมทั้งบูรณาการการปฏิบัติงานของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบเพื่อให้การปฏิบัติราชการรวมถึงการดําเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช. เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์

(19) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทํา กํากับ ดูแล ติดตามและประเมินผลแผนปฏิบัติการและแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดรวมถึงการปฏิบัติราชการในด้านอื่น 1 ของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบพร้อมทั้งจัดทํารายงานผลการปฏิบัติราชการของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัดและสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค เพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(20) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) สํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด จํานวน 76 แห่ง มีหน้าที่และอํานาจดังนี้

(1) ดําเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประสานกับสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ในการดําเนินภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการดําเนินการเพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(2) จัดทําแผนงาน โครงการ และกิจกรรมด้านการป้องกันการทุจริตของสํานักงาน ป.ป.ช. ประจําจังหวัด และดําเนินการตามแผนงาน โครงการ และกิจกรรม รวมทั้งติดตามประเมินผลและรายงานผลการดําเนินการต่อสํานักงาน ป.ป.ช. ภาค

(3) ประสาน ติดตาม และให้คําปรึกษาหรือข้อเสนอแนะกับหน่วยงานภาครัฐในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบในการดําเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(4) ประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสํานักงาน ป.ป.ช. และสํานักงาน ป.ป.ช.ภาคเพื่อร่วมตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดําเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนําไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต

(5) ประสานกับสํานักงาน ป.ป.ช. ในส่วนกลางและสํานักงาน ป.ป.ช. ภาคเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสํารวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(6) ศึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในเขตจังหวัดเพื่อเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(7) รับเรื่องกล่าวหาในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ และดําเนินการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบผู้ใดกระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกําหนดหรือที่มีกฎหมายกําหนดให้อยู่ในหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ไม่รวมถึงหน้าที่และอํานาจในการไต่สวนเบื้องต้น เว้นแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติมอบหมายให้ดําเนินการไต่สวนเบื้องต้นเฉพาะกรณี

(8) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดําเนินการและสํานวนเรื่องกล่าวหาการกระทําผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดําเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(9) รับและตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกําหนด

(10) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกําหนด

(11) จัดทําฐานข้อมูลทางด้านงานคดี งานตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินงานป้องกันการทุจริต และงานด้านการบริหารภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ

(12) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. สํานักงาน ป.ป.ช. หรือสํานักงาน ป.ป.ช. ภาคมอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด คําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561

พลตํารวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dcf221da6cdf74bf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com