法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง

ในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕” อายุ ๖ ปี จำนวน ๓๑,๕๗๗,๒๔๐,๐๐๐ บาท

(สามหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยเจ็ดสิบเจ็ดล้านสองแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร

(Scripless) ราคาหน่วยละหนึ่งพันบาท โดยมีรายละเอียดการจำหน่าย ดังนี้

๒.๑ กำหนดการจำหน่ายในวันที่ ๓ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕

ผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายโดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ ๑,๐๐๐

บาท จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๒,๐๐๐,๐๐๐

บาทต่อ ๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายสำหรับการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๓ - ๗ กันยายน ๒๕๕๕

และไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงสำหรับการจำหน่ายในวันที่ ๑๐ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕

โดยซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑,๐๐๐ บาท

๒.๒ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย

บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ

สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

(ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย ธนาคาร

บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม

คณะบุคคล บรรษัท สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานธุรกิจ

นิติบุคคลที่แสวงหากำไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร

โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน)

๒.๓ วันชำระเงินค่าพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง

ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และวันจดทะเบียนคือ วันที่ ๓ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕

โดยมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ๙,๕๐๑ ราย จำนวน ๑๙,๔๕๗,๔๒๕,๐๐๐ บาท มูลนิธิ ๑๓๐

ราย จำนวน ๓,๗๒๗,๑๑๕,๐๐๐ บาท สหกรณ์ ๒๓ ราย จำนวน ๑,๗๗๖,๗๐๐,๐๐๐ บาท และอื่น ๆ ๘๒ ราย จำนวน ๖,๖๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๙,๗๓๖ ราย จำนวนรวม ๓๑,๕๗๗,๒๔๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด

(มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตร

และผู้รับฝากพันธบัตรจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร (Custodian) รุ่นนี้ และจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน

และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรรุ่นนี้ และจัดการอื่น ๆ

ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้ ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับฝากพันธบัตรรุ่นนี้ และจัดการอื่น ๆ

ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้ ตามพิธีปฏิบัติของบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)

จำกัด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กระทรวงการคลังโดยธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะออกสมุดพันธบัตรรัฐบาล

(Bond Book) ให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรเพื่อแสดงการรับฝากพันธบัตร

ซึ่งจะได้รับในวันที่ซื้อหรืออาจได้รับภายหลังไม่เกิน ๓๐ วันทำการ

โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการทำธุรกรรมได้ รายการที่ปรากฏอยู่ใน Bond Book เป็นรายการซื้อที่แสดงมูลค่าตามราคาตรา (Par Value) ในวันที่จดทะเบียนและในวันที่ทำรายการจะแสดงมูลค่าตามราคาตลาด

(Market Value) ของแต่ละธนาคารตัวแทนจำหน่ายโดยจะถือว่าถูกต้องเมื่อรายการดังกล่าวตรงกันกับรายการที่บันทึกไว้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่าย

ทั้งนี้ จะปรากฏเฉพาะรุ่นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร

(Scripless) ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์สามารถนำ

Bond Book ไปปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นสำหรับการชำระคืนต้นเงินพันธบัตรเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน

กระทรวงการคลังจะชำระคืนตามราคาตรา (Par Value)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันให้กับหน่วยงานราชการ

และองค์กรของรัฐ เช่น การประกันทางศาล หรือการประกันไฟฟ้า

และสามารถใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นได้ ทั้งนี้

ขึ้นอยู่กับระเบียบหลักเกณฑ์การรับหลักประกันของหน่วยงานหรือบุคคลนั้น ๆ

โดยจะต้องติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อเพื่อขอถอนพันธบัตรจากระบบ

Scripless โดยมีค่าธรรมเนียมการถอนพันธบัตร ตามรายละเอียดข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การโอนกรรมสิทธิ์สามารถกระทำได้ตั้งแต่วันที่

๓ มีนาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ยกเว้นการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อเป็นหลักประกัน

หรือโอนทางมรดก หรือการแบ่งทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการหย่า หรือล้มละลาย

หรือการชำระบัญชี ให้กระทำได้หลังจากปิดจำหน่ายแล้ว ๓๐ วันทำการ (ตั้งแต่วันที่ ๒๙

ตุลาคม ๒๕๕๕) ทั้งนี้

การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถกระทำได้

โดยอาจเป็นการโอนให้กับลูกค้ารายใหม่หรือลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายเดียวกัน

และไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้โดยผู้ถือกรรมสิทธิ์จะต้องนำ

Bond Book ไปติดต่อธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ได้ฝากพันธบัตรไว้

การโอนกรรมสิทธิ์พันธบัตรแบบมีใบตราสาร

ให้เป็นไปตามพิธีปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ พันธบัตรรุ่นนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๙๙

ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ ๒ งวด คือในวันที่ ๓ มีนาคม และ ๓ กันยายน ของทุกปี

โดยจ่ายเป็นเงินงวดละเท่า ๆ กัน จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด ยกเว้นงวดแรกและงวดที่ ๒

จะคำนวณดอกเบี้ยโดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้

การคำนวณดอกเบี้ยหากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง

ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก

(ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งรายชื่อและข้อมูลจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน

(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ

วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๓๐ วัน ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย

หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภาระภาษี

ผู้ถือพันธบัตรจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยตามอัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน

ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตรสามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนได้ตั้งแต่วันที่

๓ มีนาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป โดยดำเนินการได้ดังนี้

พันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) สามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดได้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อ

ตามราคาที่ตกลงกัน (ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะมีการกำหนดราคารับซื้อพันธบัตร

รวมถึงสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยจะมีการกำหนดราคามาตรฐาน)

พันธบัตรแบบมีใบตราสาร

สามารถขายพันธบัตรก่อนวันครบกำหนดให้แก่สถาบันการเงินหรือบุคคลอื่นตามราคาที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ การขายพันธบัตรจะกระทำในระหว่างระยะเวลา ๓๐ วัน

ก่อนวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินมิได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ พันธบัตรรุ่นนี้ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่

๓ กันยายน ๒๕๖๑ หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้

กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระคืนต้นเงิน

โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจำ)

ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด

กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร การชำระคืนต้นเงินตามพันธบัตร

จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร

ทั้งนี้

เจ้าของบัญชีจะไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมการโอนดอกเบี้ยและต้นเงินเข้าบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีที่มีการออกใบพันธบัตร

มิให้ถือว่าพันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่นายทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากการทำธุรกรรม

ภายหลังการซื้อพันธบัตรของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ดังนี้

ลำดับ

ที่

ประเภทธุรกรรม

ผู้เรียกเก็บ

บริษัท

ศูนย์รับฝาก

หลักทรัพย์ฯ

(ต่อรายการไม่รวม

VAT)

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารตัวแทนจำหน่าย

(ต่อรายการ)

กรณีไร้ใบตราสาร

การถอนพันธบัตรจาก

ระบบ Scripless

เพื่อขอออกใบพันธบัตร

๖๕

บาท

บุคคลธรรมดา

๒๐ บาท/ฉบับ

นิติบุคคล

๑๐๐ บาท/ฉบับ

๒๐๐

บาท

การฝากพันธบัตร

เข้าระบบ Scripless

(ภายหลังการถอนแล้ว

ต้องการนำฝากใหม่)

๑๐

บาท

๑๐

บาท/รายการ

๒๐๐

บาท

การขายพันธบัตร

ก่อนวันครบกำหนด

ไถ่ถอน

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

การโอนกรรมสิทธิ์

ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้าเดิมภายในกลุ่มผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ซื้อผ่านธนาคารเดียวกัน

ทั้งนี้

หากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างลูกค้าเดิมให้กับลูกค้ารายใหม่

ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียม

ในการโอนกรรมสิทธิ์จากลูกค้ารายใหม่ ๒๕๐ บาท

การขอแก้ไขชื่อที่

จดทะเบียนกรรมสิทธิ์

ในพันธบัตร ที่อยู่

บัญชีรับดอกเบี้ย

และต้นเงิน

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

การขอออก

Bond Book ใหม่

กรณีสูญหาย

คิดค่าธรรมเนียมการออก Bond Book ใหม่ ตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศกำหนด

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง ๕๐ - ๑๐๐ บาท ต่อ เล่ม

การขอหนังสือรับรอง

ยอดพันธบัตร

คิดค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือรับรองยอดพันธบัตร

ตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศกำหนดซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง ๕๐ - ๒๐๐ บาท ต่อ

ฉบับ

การขออายัดพันธบัตร

ไม่คิดค่าธรรมเนียม

กรณีมีใบตราสาร

การทำธุรกรรมต่าง ๆ

ของพันธบัตรแบบมี

ใบตราสาร (เช่น

การโอน การจำนำ

การถอนจำนำ

การขอแยกหน่วย

พันธบัตร การขอ

หนังสือรับรองยอด

เป็นต้น)

บุคคลธรรมดา

๒๐ บาท/ฉบับ

นิติบุคคล

๑๐๐ บาท/ฉบับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะชำระค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ประเทศไทย) จำกัด

เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๐.๒๕ บาทต่อเดือน

สำหรับราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กำหนดค่าธรรมเนียมในการเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตร

และผู้รับฝากพันธบัตรจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ในพันธบัตร (Custodian) ให้แก่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายในอัตรา ๒๕๐ บาทต่อรายการ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ

Custodian แล้ว) เรียกเก็บได้เฉพาะรายการซื้อที่เกิดขึ้นจริงทั้งการซื้อผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ

(ATM) (และชำระเงินได้ถูกต้อง)

โดยไม่นับรวมรายการที่มาลงทะเบียนไว้ แต่ไม่มีการทำรายการซื้อ

ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะต้องแจ้งยอดค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายทั้งหมดมายังกระทรวงการคลังเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาการจำหน่ายแล้วและธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด

ๆ เพิ่มเติมในภายหลัง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ดังนี้

๑๗.๑ ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ

๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน

๑๗.๒ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕

สุภา ปิยะจิตติ

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

ปฏิบัติราชการแทน

ปลัดกระทรวงการคลัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๓ พฤศจิกายน

๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๑๓ พฤศจิกายน

๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๗๐ ง/หน้า ๔๕/๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ddc99a7f851c0bd7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com