ข้อ ๒ พันธบัตรนี้เป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) ราคาหน่วยละหนึ่งพันบาท โดยมีรายละเอียดการจำหน่าย ดังนี้
๒.๑ กำหนดการจำหน่ายในวันที่ ๓ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕
ผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทุกสาขา และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่ายโดยวงเงินซื้อขั้นต่ำ ๑,๐๐๐
บาท จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง ๒,๐๐๐,๐๐๐
บาทต่อ ๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายสำหรับการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๓ - ๗ กันยายน ๒๕๕๕
และไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูงสำหรับการจำหน่ายในวันที่ ๑๐ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕
โดยซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ ๑,๐๐๐ บาท
๒.๒ ผู้มีสิทธิ์ซื้อประกอบด้วย
บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย สภากาชาดไทย มูลนิธิ
สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาของรัฐ โรงพยาบาลของรัฐ และนิติบุคคลอื่นใดที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร
(ผู้ไม่มีสิทธิ์ซื้อ ประกอบด้วย ธนาคาร
บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคลที่บริหารโดยสถาบันการเงิน กองทุนรวม
คณะบุคคล บรรษัท สำนักงานประกันสังคม รัฐวิสาหกิจ บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานธุรกิจ
นิติบุคคลที่แสวงหากำไร นิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร
โรงพยาบาลเอกชน และสถานศึกษาเอกชน)
๒.๓ วันชำระเงินค่าพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และวันจดทะเบียนคือ วันที่ ๓ - ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕
โดยมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ๙,๕๐๑ ราย จำนวน ๑๙,๔๕๗,๔๒๕,๐๐๐ บาท มูลนิธิ ๑๓๐
ราย จำนวน ๓,๗๒๗,๑๑๕,๐๐๐ บาท สหกรณ์ ๒๓ ราย จำนวน ๑,๗๗๖,๗๐๐,๐๐๐ บาท และอื่น ๆ ๘๒ ราย จำนวน ๖,๖๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้น ๙,๗๓๖ ราย จำนวนรวม ๓๑,๕๗๗,๒๔๐,๐๐๐ บาท