法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
76
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ข้อบังคับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๑๒กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีหน่วยงานของรัฐได้ใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ ชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดและหากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเพิกเฉยไม่ชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วน หน่วยงานของรัฐอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยการยึดหรือการอายัดทรัพย์สินของผู้นั้น การขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินได้ ตามนัยมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยวิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สิน จักต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับมาตรา ๕๖ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๐) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการยึด การอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(๑) “บรรษัท” หมายความว่า บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

(๒) “ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือผู้ซึ่งผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยมอบหมาย

(๓) “พนักงาน” หมายความว่า พนักงาน พนักงานแบบมีกำหนดเวลา และลูกจ้างของบรรษัท

(๔) “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า พนักงานของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยผู้มีหน้าที่ทำการยึด การอายัด หรือการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

(๕) “เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า กรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างผู้อยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองให้ชำระเงินแก่บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามนัยมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

(๖) คณะกรรมการบรรษัท หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

(๗) คณะกรรมการจัดการ หมายความว่า คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด ตามหมวด ๔ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน แห่งข้อบังคับนี้ และให้รวมถึงผู้ขายทอดตลาดด้วย

(๘) ประธานกรรมการจัดการ หมายความว่า ประธานคณะกรรมการจัดการขายทอดตลาด ตามหมวด ๔ การขายทอดตลาดทรัพย์สิน แห่งข้อบังคับนี้

(๙) “การบังคับทางปกครอง” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับชำระเงินตามคำสั่งทางปกครอง เป็นต้นว่า การยึด การอายัด หรือการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(๑๐) “การยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงาน

(๑๑) “การอายัด” หมายความว่า การสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งการอายัดไว้รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สิน หรือชำระหนี้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน แต่ให้ส่งมอบหรือชำระหนี้ต่อบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

(๑๒) “การขายทอดตลาด” หมายความว่า การนำเอาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้จัดการเป็นผู้มีอำนาจสั่งการบังคับทางปกครอง ด้วยการยึด หรือการอายัด หรือการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำสั่งและประกาศการยึดทรัพย์สิน คำสั่งแจ้งการอายัดทรัพย์สิน และประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์สิน รายงาน ทะเบียนคุม และแบบอื่น ๆ ให้ใช้ตามแบบที่ผู้จัดการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การส่งหนังสือ คำสั่งหรือประกาศตามข้อ ๖ ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้งแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อถึงกำหนดเวลาตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชดใช้เงินหรือชำระเงิน หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นตัวเงิน ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ไม่ชำระให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด ให้ผู้จัดการมีหนังสือเตือนให้ชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันได้รับหนังสือเตือน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อครบกำหนดเวลาให้นำเงินมาชำระตามหนังสือเตือนตามข้อ ๘ แล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ชำระ หรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ “ฝ่ายกฎหมาย” ดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับนี้เพื่อใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยเร็ว

การสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ประสานงานกรมที่ดินเพื่อตรวจสอบกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ปรากฏชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือมีสิทธิเรียกร้องที่อาจทำการยึดหรือการอายัดและการขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ โดยให้ตรวจสอบอย่างน้อยตามภูมิลำเนาเดิมที่เคยอยู่อาศัย และภูมิลำเนาปัจจุบัน

(๒) ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หุ้น หรือหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ โดยประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่จัดทำทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

(๓) ขอความร่วมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินหรือบัญชีเงินฝากของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ

(๔) ดำเนินการอื่นใดเพื่อการสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ทรัพย์สินที่เป็นของสามีหรือภริยาหรือที่เป็นของบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน หรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับเอาชำระหนี้ได้ เจ้าพนักงานอาจทำการยึดหรือการอายัดและทำการขายทอดตลาด ตามข้อบังคับนี้ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดหรือการอายัดทรัพย์สินอย่างใดของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้แล้ว ให้ฝ่ายกฎหมายรายงานต่อผู้จัดการเพื่อขอเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินตามมาตรา ๒๙๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถูกเจ้าหนี้อื่นฟ้องคดีล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ให้ฝ่ายกฎหมายรายงานต่อผู้จัดการเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายล้มละลายโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินอุทธรณ์คำสั่งให้ชดใช้เงินหรือชำระเงินหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นตัวเงินซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาล หากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมิได้ขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไว้ก่อน หรือเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองหรือผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์หรือผู้มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องของคำสั่งทางปกครอง มิได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไว้ก่อน การอุทธรณ์คำสั่งหรือการฟ้องคดีต่อศาลไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น และเมื่อได้ทำการยึดหรือการอายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้แล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีการยึด ให้ชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้ก่อนจนกว่าการพิจารณาอุทธรณ์หรือคดีจะถึงที่สุด เว้นแต่ทรัพย์สินที่ทำการยึดมีสภาพเป็นของสดของเสียได้เจ้าพนักงานมีอำนาจขายได้ทันที โดยวิธีการขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร

๒) กรณีการอายัด ให้ระบุในคำสั่งของการอายัดว่า “ห้ามเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอกจำหน่าย จ่าย โอน หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งทำการอายัดไว้จนกว่าเจ้าพนักงานจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง บรรษัทสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันที่ออกคำสั่งให้ชดใช้เงินหรือชำระเงินหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แล้วแต่กรณี

กรณีมีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาล บรรษัทสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันที่การอุทธรณ์หรือคดีถึงที่สุด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองในกรณีต่อไปนี้ ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถึงแก่ความตาย ให้ฝ่ายกฎหมายสอบสวนให้ได้ความว่าตายเมื่อใด ใครเป็นผู้จัดการมรดก ใครเป็นทายาท หรือใครเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ให้ดำเนินการใช้มาตรการบังคับทางปกครองไปยังบุคคลเหล่านั้น ซึ่งความรับผิดเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องมรดก

กรณีทรัพย์สินของผู้ตายยังมิได้แบ่งให้แก่ทายาท ให้ทำการยึดหรือการอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สินนำเงินมาชำระหนี้ตามคำสั่งทางปกครอง หากทรัพย์สินของผู้ตายแบ่งไปยังทายาทแล้วให้รีบดำเนินการทางศาลโดยด่วน เนื่องจากสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกกฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ฟ้องคดีภายในอายุความ ๑ ปี นับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามมาตรา ๑๗๕๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(๒) กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินลาออก เกษียณหรือพ้นจากตำแหน่งหรือสภาพพนักงานบรรษัทยังสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินต่อไปนี้ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการใช้มาตรการบังคับทางปกครองตามข้อบังคับนี้

(๑) ทรัพย์สินที่ระบุ ดังต่อไปนี้

(ก) เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินห้าหมื่นบาท ในกรณีที่ผู้จัดการเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินห้าหมื่นบาท ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งข้อบังคับนี้ก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(ข) เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพ โดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อผู้จัดการขออนุญาตยึดหน่วงและใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพ หรือการประกอบวิชาชีพ อันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้ว ให้ผู้จัดการมีอำนาจใช้ดุลพินิจ อนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่ผู้จัดการเห็นสมควร

(ค) วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(ง) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

(จ) ทรัพย์สินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ นั้น แต่อาจทำการยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ถ้าจำเป็น แต่ห้ามมิให้นำออกทำการขายทอดตลาด

(๒) ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ดังต่อไปนี้

(ก) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้และเงินรายได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพ เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่ผู้จัดการเห็นสมควร

(ข) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่สามีหรือภริยาหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น

(ค) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่น ในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (ข) ที่นายจ้างจ่ายให้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือสามีหรือภริยา หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่ผู้จัดการเห็นสมควร

(ง) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่น เป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายตามที่ผู้จัดการเห็นสมควร

ในการกำหนดจำนวนเงินตาม (ก) และ (ค) ให้ผู้จัดการกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในขณะนั้น โดยคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและจำนวน บุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินด้วย

(๓) ทรัพย์สินของกสิกรตามกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร ดังต่อไปนี้

(ก) พืชผลที่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว

(ข) พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามประมาณอันสมควร โดยเทียบเคียงกับเนื้อที่ ซึ่งกสิกรได้ทำในปีที่ล่วงมาแล้ว

(ค) พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับปีหนึ่ง

(ง) สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอควรแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

(๔) ทรัพย์สินอื่นตามที่ผู้จัดการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การประเมินราคาทรัพย์สินให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) ที่ดิน

(ก) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงสภาพแห่งที่นั้นว่าเป็นที่อะไร เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่สวน ที่นา ที่ไร่ และที่นั้นอยู่ในทำเล อย่างไร เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย ที่ชุมชน หรืออยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลอง รถยนต์เข้าถึงหรือไม่ มีประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(ข) ราคาที่ดินบริเวณนั้นหรือบริเวณใกล้เคียงซึ่งเจ้าพนักงานเคยทำการขายทอดตลาดไปแล้ว

(ค) ราคาซื้อขายหรือจำนองหรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ทำการยึดและที่ดินข้างเคียง

(ง) ราคาประเมินที่ใช้เป็นทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

(๒) ทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดินให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาด ตามสภาพของทรัพย์สินนั้น ๆ

(๓) ทรัพย์สินที่มีการจำนำหรือจำนองให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๑) และ (๒) แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่า จำนำหรือจำนองเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

(๔) การประเมินราคาทรัพย์สิน อาจให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมิน ราคาทรัพย์สินผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษหรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หากผู้จัดการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่ประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร ผู้จัดการมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เอง หรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินประเมินราคาให้

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย เมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว ให้เจ้าพนักงานแจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินก่อให้เกิด โอน หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกทำการยึด หรือสิทธิเรียกร้องที่ถูกทำการอายัดภายหลังที่ได้ทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้แล้วให้ฝ่ายกฎหมาย รายงานผู้จัดการเพื่อพิจารณาดำเนินคดี

การยึดทรัพย์สิน

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินที่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้โดยวิธีการยึด ได้แก่ สังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ฝ่ายกฎหมายรายงานการสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน พร้อมเสนอคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สิน หรือออกคำสั่งการยึดทรัพย์สิน ประกาศการยึดทรัพย์สินหรือคำสั่งการอายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้จัดการพิจารณาลงนาม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถ้าในคำสั่งการยึดทรัพย์สินเฉพาะเจาะจงให้ทำการยึดทรัพย์สินสิ่งใด ให้เจ้าพนักงานทำการยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานผู้ไปทำการยึดทรัพย์สินพิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่ และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะทำการยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศการยึดทรัพย์สินไปด้วยเพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ทำการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งการยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สินเท่าที่หาได้ เช่น ครั่ง และตราตีครั่งไปด้วย ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้เจ้าพนักงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการยึดทรัพย์สินดำเนินการด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ขัดขวางในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อน ถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีก ก็ให้เจ้าพนักงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เจ้าพนักงานจะต้องทำการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้โดยได้รับอนุญาตจากผู้จัดการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานแสดงคำสั่งการยึดทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน หรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งการยึดทรัพย์สิน ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น และหากทรัพย์สินที่ทำการยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดทรัพย์สินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการจะดำเนินการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานดำเนินการเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะค้นสถานที่ใด ๆ อันเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย คลังสินค้า โรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ทั้งมีอำนาจที่จะทำการตรวจและยึดสมุดบัญชีเอกสารหรือแผ่นกระดาษและกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วรายงานให้ผู้จัดการทราบ

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากเห็นสมควรเจ้าพนักงานอาจขอความร่วมมือเจ้าพนักงานตำรวจให้อยู่ร่วมในการดำเนินการ และอาจแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้เจ้าพนักงานทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับหนี้ที่ต้องชำระตามคำสั่งการยึดทรัพย์สิน พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและการขายทอดตลาด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ และไม่อาจแบ่งทำการยึดโดยไม่ทำให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา และไม่ปรากฏทรัพย์สินอื่นที่จะทำการยึดให้พอคุ้มจำนวนหนี้ ให้ทำการยึดทรัพย์สินนั้นเพื่อทำการขายทอดตลาด

การยึดทรัพย์สินให้ทำการยึดเฉพาะส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน แต่ถ้ามีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย และไม่ปรากฏชัดว่าส่วนใดเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินให้ทำการยึดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจทำการยึดได้ตามกฎหมาย เช่น มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทะเบียน เป็นต้น ให้เจ้าพนักงานรีบรายงานต่อผู้จัดการ เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

เมื่อทำการยึดทรัพย์สินมาแล้ว ต่อมาปรากฏในภายหลังว่า ทรัพย์สินที่ทำการยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่นให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ผู้จัดการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ถ้าจะทำการยึดที่ดินหรือห้องชุด ให้เจ้าพนักงานผู้ไปทำการยึดทรัพย์สินดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดินรับรอง เพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดินหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือห้องชุด ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือห้องชุดห้องเดียวกันหรือไม่หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือห้องชุดห้องเดียวกันแล้ว ให้จัดการยึด โดยให้จดชื่อเจ้าของที่ดินข้างเคียงเท่าที่ทราบกำกับไว้ในแผนที่จำลองและแสดงให้เห็นสภาพ และทำเลที่ตั้งของที่ดินที่ทำการยึดและแสดงด้วยว่าอยู่ใกล้ไกลจากสถานที่ราชการ ชุมชน ทางบก หรือทางน้ำ ประมาณระยะทางเท่าใด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ถ้าที่ดินที่ทำการยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่ ให้เจ้าพนักงานบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร การยึดที่ไร่ นา ซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลจะทำการยึดแต่ที่ดิน แต่ไม่ทำการยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติหรือจะทำการยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น ให้เจ้าพนักงานจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ถ้าทรัพย์สินที่ทำการยึดมีดอกผลธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน เมื่อเจ้าพนักงานเห็นสมควรเก็บเกี่ยวเองเจ้าพนักงานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบเสียก่อน แล้วจึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การยึดเรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานทำการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคา ใช้วัสดุชนิดใดมีกี่ชั้น กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่า ค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์ ย่อมครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เจ้าพนักงานแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่า ได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว เช่น

(ก) การยึดสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ทำการยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สิน ถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ก็ให้รวมไว้ แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งหรือทำเครื่องหมายไว้อีกชั้นหนึ่ง

(ข) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือนโรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

(ค) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์ จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัวหรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอหรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งหรือทำเครื่องหมายไว้ที่ประตูคอกก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อได้ทำการยึดเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพหรือสัตว์พาหนะ ให้แจ้งการยึดไปยังกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี

กรณีทำการยึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร ให้แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในการยึดทรัพย์สิน ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขปหากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องฟัง ณ ที่ทำการยึด เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกว่า อ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อพร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ทำการยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพและราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น ตามลำดับหมายเลขไว้และลงลายมือชื่อ พร้อมวันเดือนปี ไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การจดบัญชีทรัพย์สิน ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้ว จดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ และถ้าทรัพย์สินที่ทำการยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคก่อนได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ทำการยึด หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกิน ๗ วัน

ถ้าทรัพย์สินที่ทำการยึดเป็นที่ดิน ห้องชุดหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น ให้รีบแจ้งการยึดไปยังเจ้าพนักงานผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี

การยึดสิ่งปลูกสร้างซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของผู้อื่น ให้รีบแจ้งเจ้าพนักงานผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้รายงานการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ทำการยึดต่อผู้จัดการ

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน โดยกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ทำการยึดไว้ ก่อนที่เอาทรัพย์สินดังกล่าวออกทำการขายทอดตลาด บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อผู้จัดการ เพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้ ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของผู้จัดการต่อไป เว้นแต่

(๑) หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้า ผู้จัดการมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อผู้จัดการในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้นถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ให้ผู้จัดการยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

(๒) ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ทำการยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้ผู้จัดการมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการจัดการทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ทำการยึด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ทรัพย์สินที่ทำการยึดไว้แล้วให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานอันเป็นที่ทำการแห่งใหญ่ของบรรษัท หรือสถานที่อื่นที่ผู้จัดการกำหนด แล้วแต่กรณี แต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้ายให้มอบแก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ทำการยึดให้บุคคลอื่นดูแลรักษา ให้ถือหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ทำ การยึด และเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(๒) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ทำการยึด เมื่อเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินไว้ในความดูแลของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้ ผู้จัดการจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและ/หรือจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่า ได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้ผู้รับรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนก็ดี หรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี หรือผู้ให้เช่าสถานที่รักษาทรัพย์สินก็ดี หรือผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินก็ดี ทำหนังสือสัญญากับผู้จัดการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่าทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ทำการยึด ให้เจ้าพนักงานรายงานผู้จัดการทราบเพื่อดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

การอายัดทรัพย์สิน

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เจ้าพนักงานอาจทำการอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์สินเหล่านั้น หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบหรือโอนหรือชำระให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ในการอายัดดังกล่าวเจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะทำการยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับส่งมอบ หรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิ หรือได้รับชำระเงินเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เมื่อเห็นสมควรให้ทำการอายัดทรัพย์สินตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้ฝ่ายกฎหมายรายงานการสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน และขออนุมัติทำการอายัดทรัพย์สินพร้อมทั้งเสนอให้ผู้จัดการลงนามในคำสั่งการอายัด

76 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dde72925154806d6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com