法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่ นร 1004.1/ว 15 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ที่ นร 1004.1/ว 15

สํานักงาน ก.พ.

ถนนพิษณุโลก กทม. 10300

11 ธันวาคม 2551

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

เรียน (เวียน กระทรวง กรม จังหวัด)

อ้างถึง หนังสือสํานักงาน ก.พ. ที่ นร 0708.4/ว 15 ลงวันที่ 9 กันยายน 2535

สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หลักเกณฑ์ และวิธีดําเนินการ สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

2. หลักสูตร และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ

3. หลักเกณฑ์ และวิธีการนํารายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งอื่น

อื่นๆ - ด้วยมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ได้บัญญัติว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลําดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กําหนด

ก.พ. พิจารณาแล้วจึงมีมติให้กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการไว้ ดังต่อไปนี้

1. การดําเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญในตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ให้มีการสอบ 3 ภาค คือ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง โดยมีผู้ดําเนินการ ดังนี้

(1) ก.พ. เป็นผู้ดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ในกรณีที่ ก.พ. ไม่ได้ดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ก.พ. อาจมอบหมายให้ส่วนราชการเป็นผู้ดําเนินการสอบก็ได้

(2) ส่วนราชการดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง เพื่อบรรจุในตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่ง โดยรับสมัครจากผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ.

ในวุฒิการศึกษาที่ ก.พ. ยังมิได้ดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ให้ส่วนราชการดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง เพื่อบรรจุในตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่งโดยใช้ข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ.

(3) ในกรณีที่เห็นสมควร ก.พ. อาจดําเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง สําหรับตําแหน่งใดตําแหน่งหนึ่งหรือหลายตําแหน่งก็ได้

2. การดําเนินการสอบแข่งขัน ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีดําเนินการ ที่ ก.พ. กําหนดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1

3.ให้ผู้สมัครสอบเสียค่าธรรมเนียมสอบสําหรับการสมัครสอบดังนี้

(1) อัตราครั้งละ100 บาทสําหรับสอบเฉพาะภาคความรู้ความสามารถทั่วไป

(2) อัตราตําแหน่งละ 200 บาท สําหรับสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่ง และภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง

(3) อัตราตําแหน่งละ 300 บาท สําหรับสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่งและภาคความเหมาะสมกับตําแหน่ง

ค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้เมื่อได้ประกาศรายชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบแล้ว เว้นแต่มีการยกเลิกการสอบครั้งนั้นทั้งหมด เนื่องจากมีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามข้อ 6 จึงให้จ่ายคืนค่าธรรมเนียมสอบแก่ผู้สมัครสอบเฉพาะผู้ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตนั้น

4.การตัดสินว่าผู้ใดเป็นผู้สอบได้ให้ถือเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ให้คํานึงถึงหลักวิชาการวัดผลด้วย

5. การสอบแข่งขันจะต้องสอบตามหลักสูตรทุกภาคตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 เว้นแต่ ก.พ. จะพิจารณากําหนดเป็นอย่างอื่น

ในการสอบแข่งขัน คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันจะกําหนดให้ผู้สมัครสอบสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่งก่อน แล้วจึงให้ผู้ที่สอบได้คะแนนตามเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 4 สอบในภาคอื่นต่อไปก็ได้

6. กรณีที่ปรากฏว่ามีการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตอันอาจทําให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการสอบแข่งขัน ให้คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันรายงานให้ผู้ดําเนินการสอบแข่งขันทราบ เพื่อพิจารณาว่าจะสมควรยกเลิกการสอบแข่งขันครั้งนั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปแล้วหรือไม่ หรือจะพิจารณายกเลิกการสอบแข่งขันเฉพาะวิชาหรือเฉพาะภาคที่เกิดการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตตามแต่จะเห็นสมควร ถ้าหากผู้ดําเนินการสอบแข่งขันให้ยกเลิกการสอบแข่งขันเฉพาะวิชาใดหรือเฉพาะภาคใดแล้วก็ให้ดําเนินการสอบแข่งขันเฉพาะวิชานั้นหรือเฉพาะภาคนั้นใหม่ สําหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตไม่มีสิทธิเข้าสอบอีกต่อไป

7. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้เรียงลําดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลําดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตําแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลําดับที่สูงกว่าถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตําแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตําแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลําดับที่สูงกว่า ถ้ายังคงได้คะแนนเท่ากันอีกก็ให้ผู้ได้รับเลขประจําตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลําดับที่สูงกว่า

8. บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนั้นอีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก เว้นแต่ในกรณีที่ได้มีการเรียกตัวผู้สอบแข่งขันได้ผู้ใดให้มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุไปแล้วก่อนบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะมีอายุเกิน 2 ปี หรือก่อนมีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ แล้วแต่กรณี ก็ให้การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งก่อนนั้นยังคงมีผลใช้ได้ต่อไป แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่บัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นมีอายุครบ 2 ปี หรือวันที่ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ แล้วแต่กรณี

9. กรณีที่ส่วนราชการมีตําแหน่งว่างในตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ซึ่งต้องการบุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกันกับตําแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ให้ส่วนราชการสามารถนํารายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งอื่นได้โดยเรียกผู้สอบแข่งขันได้มารับการประเมินความเหมาะสมกับตําแหน่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กําหนดในสิ่งที่ส่งมาด้วย 3 โดยให้เรียกเป็นจํานวน 3 เท่าของตําแหน่งว่างแต่ไม่น้อยกว่า10คน โดยเรียกตั้งแต่ลําดับแรกของผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุไปตามลําดับต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่ซ้ํากัน และเมื่อเรียกจนถึงคนสุดท้ายในบัญชีแล้ว แต่บัญชียังไม่ยกเลิกให้ย้อนกลับมาเริ่มเรียกตั้งแต่ลําดับแรกของผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุอีก ในกรณีที่มีผู้สอบแข่งขันได้เหลืออยู่ในบัญชีน้อยกว่า 10 คนให้เรียกตามจํานวนที่เหลืออยู่ในบัญชีได้

ทั้งนี้ คําว่า“ตําแหน่งอื่น”ให้หมายถึงชื่อตําแหน่งเดียวกันแต่ต่างส่วนราชการด้วย

10.ผู้ใดได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ถ้ามีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้คือ

(1) ผู้นั้นได้ขอสละสิทธิจากการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งที่สอบได้

(2) ผู้นั้นไม่มารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุเข้ารับราชการภายในเวลาที่ส่วนราชการกําหนดโดยมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(EMS)แจ้งให้ทราบกําหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ที่ทําการไปรษณีย์รับฝาก หรือมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้ทราบกําหนดเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า10วันนับตังแต่วันที่ที่ทําการไปรษณีย์รับฝาก

(3) ผู้นั้นมีเหตุที่ไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกําหนดเวลาที่จะบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งที่สอบแข่งขันได้

(4) ผู้นั้นประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งที่สอบแข่งขันได้โดยการโอน แต่ส่วนราชการที่จะบรรจุไม่รับโอน และได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะไม่รับโอนผู้นั้นจึงไม่ประสงค์จะรับการบรรจุและแต่งตั้ง

(5) ผู้นั้นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตําแหน่งใดที่สอบได้ไปแล้วให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ทุกบัญชีในการสอบครั้งเดียวกัน

ในกรณีที่เป็นการประกาศรับสมัครสอบครั้งเดียวกัน ตําแหน่งเดียวกัน ประเภทเดียวกัน ระดับเดียวกัน และแยกขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นรายบัญชี เพื่อบรรจุในกระทรวง กรม เป็นการทั่วไป ในหน่วยราชการใด และในท้องที่ใดไว้แล้ว ถ้ามีกรณีจะต้องยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ใดจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีใดก็ให้ยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีอื่นดังกล่าวด้วย

11. ผู้ใดถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้บัญชีใดไปแล้ว ถ้าบัญชีนั้นยังไม่ยกเลิก และ ก.พ. หรือส่วนราชการ แล้วแต่กรณี พิจารณาเห็นว่า ผู้นั้นมีหลักฐานว่ามีเหตุผลอันสมควรมิได้หลีกเลี่ยงหรือเลือกโอกาสที่จะบรรจุ จะอนุมัติให้ขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีเดิมเป็นลําดับแรก ที่จะบรรจุในครั้งต่อไปตามเดิมก็ได้ สําหรับผู้ซึ่งถูกยกเลิกการขึ้นบัญชี เนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อออกจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะเข้ารับราชการในตําแหน่งที่สอบได้ และบัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้นยังไม่ยกเลิก ให้ขึ้นบัญชีผู้นั้นไว้ในบัญชีเดิม เป็นลําดับแรกที่จะบรรจุในครั้งต่อไป

12. หลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ 1 (2) วรรคแรก ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552

13. การใดที่อยู่ระหว่างดําเนินการตามหนังสือที่อ้างถึง ก่อนวันที่หนังสือฉบับนี้ใช้บังคับให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขตามหนังสือดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ในกรณีที่มีการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปก่อนวันที่หนังสือนี้จะมีผลใช้บังคับแต่บัญชีนั้นยังมีอายุหรือใช้ได้อยู่ หรือบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามหนังสือฉบับนี้ ทั้งนี้ บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งใด หาก ก.พ. จัดตําแหน่งนั้นให้เป็นตําแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด ก็ให้ถือว่าเป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตําแหน่งประเภท สายงาน และระดับนั้น และให้บรรจุแต่งตั้งในตําแหน่งดังกล่าวต่อไปได้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ได้แจ้งให้กรมและจังหวัดทราบด้วยแล้ว

ผู้มีอํานาจลงนาม - ขอแสดงความนับถือ

(นายปรีชา วัชราภัย)

เลขาธิการ ก.พ.

อื่นๆ - ศูนย์สรรหาและเลือกสรร

กลุ่มงานระบบการสรรหาบุคคลเพื่อรับราชการ

โทร. 0 2547 1941-48

โทรสาร 0 2547 1954

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่ นร 1004.1/ว 15 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_de6a4e9f87613b8e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com