法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
51
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนด

ข้อกำหนด

เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔ (๑) และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดชลบุรี ออกข้อกำหนดการจัดทำแผนผัง โครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางไว้ ดังต่อไปนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ให้ใช้ข้อกำหนดนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้อกำหนดนี้ไม่ใช้บังคับกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในข้อกำหนดนี้

“ผู้จัดสรร” หมายความว่า ผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

“ที่ดินจัดสรร” หมายความว่า ที่ดินที่ขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามข้อกำหนดนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดชลบุรี

“เกษตรกรรม” หมายความว่า การเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและสังคม โดยคำนึงถึงประเภทของการจัดสรรที่ดิน ที่ตั้งของที่ดิน และการผังเมือง คณะกรรมการจะผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นการเฉพาะรายก็ได้

การผ่อนผันตามวรรคหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง เรื่อง กำหนดนโยบายจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

แผนผัง และวิธีการจัดสรร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามข้อกำหนดนี้ ผู้จัดสรรต้องยื่นแผนผัง ดังต่อไปนี้ให้คณะกรรมการพิจารณา

(๑) แผนผังสังเขป

(๒) แผนผังบริเวณรวม

(๓) แผนผังการแบ่งแปลงที่ดิน

(๔) แผนผังระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ แผนผังสังเขป ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ตั้งที่ดินจัดสรร

(๒) ลักษณะบริเวณที่ดินโดยรอบ

(๓) เส้นทางเข้าออกของที่ดินจัดสรรจากทางหลวงหรือทางสาธารณะภายนอก

(๔) การใช้ประโยชน์ในที่ดินภายในเขตผังเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

การใช้ประโยชน์ในที่ดินภายในเขตผังเมืองตาม (๔) ให้ระบุรายละเอียดตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และให้แสดงที่ตั้งของที่ดินจัดสรรในแผนผังของผังเมืองรวมนั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ แผนผังบริเวณรวม ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) รูปต่อแปลงเอกสารสิทธิที่นำมาจัดสรร

(๒) รายละเอียดของที่สาธารณประโยชน์ที่อยู่ในที่ดินจัดสรร และที่ติดต่อกับที่ดินจัดสรร

(๓) ข้อกำหนดเกี่ยวกับที่ดิน ทั้งของทางราชการและของเอกชน เช่น ภารจำยอม ข้อบัญญัติของท้องถิ่นเป็นต้น

(๔) หากที่ดินจัดสรรติดต่อกันหลายโครงการ ไม่ว่าแต่ละโครงการจะเป็นของผู้จัดสรรคนเดียวกันหรือหลายคน ให้แสดงการเชื่อมต่อของโครงการ เช่น ถนน ระบบระบายน้ำ เป็นต้น ไว้ในแผนผังบริเวณรวมด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ แผนผังการแบ่งแปลงที่ดิน ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) การแบ่งแปลงที่ดินแปลงย่อยเพื่อจำหน่าย ให้ระบุประเภทการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแต่ละแปลง

(๒) การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจัดทำสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และถนน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แผนผังระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ระบบไฟฟ้า (ถ้ามี)

(๒) ระบบประปาหรือระบบส่งน้ำ และแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ที่ดินจัดสรรในภาวะปกติและภาวะขาดแคลน

(๓) ระบบระบายน้ำ

(๔) ระบบบำบัดน้ำเสีย

(๕) ระบบถนนและทางเท้า

(๖) ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบการสื่อสาร ระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ แผนผังตามข้อ ๘, ๙, ๑๐ และ ๑๑ ต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏอยู่ในที่ดินจัดสรรในสภาพปัจจุบัน และสภาพหลังจากการปรับปรุงและพัฒนาแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ รายละเอียดของสิ่งที่ต้องแสดงในแผนผังตามข้อ ๑๒ ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน และต้องจัดทำบนกระดาษขนาดมาตรฐาน A1 โดยมุมด้านล่างข้างขวาต้องแสดงดัชนีแผนผังที่ต่อกัน (ในกรณีที่ต้องแสดงแผนผังเกินกว่า ๑ แผ่น) ชื่อโครงการ ชื่อและที่ตั้งของสำนักงานผู้จัดสรร ชื่อและลายมือชื่อของผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คำนวณระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งเลขทะเบียนใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน นอกจากหลักฐานและรายละเอียดที่ต้องแสดงตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ แล้ว ผู้จัดสรรต้องแสดงโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

(๑) หลักฐานการอนุญาตหรือยินยอมจากทางราชการ และของเอกชนผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง (ในกรณีต้องได้รับอนุญาตหรือยินยอม)

(๒) หลักฐานผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ในกรณีที่ต้องทำ)

(๓) ในกรณีที่ใช้น้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคหรือการประปาส่วนท้องถิ่น ต้องแนบหนังสือรับรองจากหน่วยงานนั้น ๆ ว่าสามารถให้บริการได้ หากใช้ระบบประปาสัมปทานให้แสดงหลักฐานการได้รับสัมปทานประกอบกิจการประปาตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

(๔) วิธีการปรับปรุง การถม การปรับแต่ง ระดับความสูงต่ำ และวัสดุที่ใช้ถมที่ดินจัดสรรทั้งในส่วนที่จำหน่ายและส่วนสาธารณูปโภค เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการทำเกษตรกรรม

(๕) วิธีการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

(๖) การเรียกเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ

(๗) สิทธิของผู้ซื้อการใช้หรือรับบริการจากบริการสาธารณะ

(๘) ภาระผูกพันของผู้อื่นที่มีต่อที่ดินจัดสรร

(๙) ข้อสัญญาในการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงย่อยที่ผู้ซื้อต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนในเรื่องความสงบสุข ความปลอดภัย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ขนบธรรมเนียมประเพณีและการเพิ่มมูลค่าของที่ดินจัดสรร

(๑๐) หลักฐานการอนุญาตหรือยินยอมของหน่วยงานอื่น (ถ้ามี) เช่น หนังสืออนุญาตให้เชื่อมทาง หนังสืออนุญาตให้ขุดเจาะน้ำบาดาล เป็นต้น

(๑๑) ถ้าเป็นกรณีจำหน่ายที่ดินพร้อมพืช หรือ สัตว์ ให้ระบุประเภท หรือ ชนิด จำนวนอายุ และระยะเวลาการบำรุงรักษา

ขนาดและเนื้อที่ของที่ดินจัดสรร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ขนาดของที่ดินจัดสรรแบ่งเป็นสองขนาด คือ

(๑) ขนาดเล็ก จำนวนที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจำหน่ายไม่เกินเจ็ดสิบเก้าแปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการไม่เกินห้าร้อยไร่

(๒) ขนาดใหญ่ จำนวนที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจำหน่ายตั้งแต่แปดสิบแปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่ทั้งโครงการเกินกว่าห้าร้อยไร่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจำหน่ายต้องมีเนื้อที่แต่ละแปลงไม่ต่ำกว่าสองไร่ โดยผู้ขอจัดสรรต้องจัดให้มีเนื้อที่เพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของพื้นที่แปลงย่อยแต่ละแปลง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การจัดสรรที่ดินข้อกำหนดนี้ ห้ามมิให้ผู้จัดสรรแบ่งที่ดินเป็นแนวตะเข็บ เป็นเศษเสี้ยว หรือมีรูปร่างและขนาดที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

การสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การกำจัดขยะมูลฝอยและการรักษาความสะอาดในที่ดินจัดสรร ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถิ่น หากไม่มีข้อบัญญัติเช่นว่านั้น ให้ผู้จัดสรรแสดงรายละเอียดการจัดเก็บและการทำลายขยะมูลฝอยต่อคณะกรรมการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้จัดสรรต้องจัดให้มีระบบระบายน้ำตามความในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ระบบระบายน้ำเสียและน้ำฝนจากพื้นที่ของที่ดินจัดสรร โดยใช้ท่อหรือรางระบายน้ำต้องได้รับการออกแบบอย่างถูกต้องตามหลักวิชา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ น้ำทิ้งที่ออกจากระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง เช่น คู คลอง เป็นต้น ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และต้องได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากหน่วยราชการหรือเจ้าของแหล่งรองรับน้ำทิ้งนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ระบบระบายน้ำประกอบด้วย

(๑) ท่อระบายน้ำ และบ่อพัก (พร้อมฝา)

(๒) รางระบายน้ำ

(๓) บ่อสูบน้ำหรือสถานีสูบน้ำ (ถ้ามี) ซึ่งต้องมีเครื่องสูบน้ำ ตะแกรงตักขยะ และบริเวณกักเศษดินและทราย

(๔) บ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งประจำที่ดินแปลงย่อย

(๕) บ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งรวมของที่ดินจัดสรร ซึ่งต้องมีตะแกรงสำหรับตักขยะ

(๖) บ่อผันน้ำ

(๗) แหล่งรองรับน้ำทิ้งจากการระบายน้ำและจากระบบบำบัดน้ำเสีย

(๘) ในกรณีที่ระดับน้ำสูงสุดของแหล่งรองรับน้ำทิ้งสูงกว่าระดับท่อน้ำ บ่อสูบ หรือสถานีสูบน้ำให้ก่อสร้างบานประตูระบายน้ำ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ รายการคำนวณที่ต้องใช้ประกอบแผนผังระบบระบายน้ำ ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) พื้นที่รองรับน้ำฝนหรือพื้นที่ระบายน้ำฝนลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำ (เป็นหน่วยตารางเมตร)

(๒) ปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ท่อ หรือรางระบายน้ำ (เป็นหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

(๓) ขนาดท่อหรือรางระบายน้ำแต่ละบริเวณ

(๔) ระดับความลาดเอียงของท่อ หรือรางระบายน้ำ

(๕) ความเร็วของการไหลของน้ำในท่อ หรือรางระบายน้ำ

(๖) ความลึกของท้องท่อหรือรางระบายน้ำ

(๗) ขนาดท่อผันน้ำและท่อน้ำเข้าออก ต้องให้ปริมาณน้ำที่เข้าระบบบำบัดน้ำเสีย (กรณีมีระบบบำบัดน้ำเสียรวม) และปริมาณน้ำฝนที่ผันออกสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งในฤดูฝนเป็นไปตามข้อ ๒๒ (๘)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ รายการคำนวณตามข้อ ๒๓ ต้องจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและสอดคล้องกับการคำนวณทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอ และความมั่นคงแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในระบบได้ โดยผู้คำนวณออกแบบต้องลงนามพร้อมใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้จัดสรรต้องทำแผนผังระบบระบายน้ำและรายการคำนวณทางวิชาการ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่าหกสิบเซนติเมตร ยกเว้นในกรณีเลือกใช้ระบบระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝน

(๒) วัสดุที่เป็นท่อระบายน้ำต้องเป็นวัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนของน้ำเสียและน้ำฝน กับต้องสามารถรับน้ำหนักกดจากพื้นที่ด้านบนและน้ำหนักยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมาได้โดยไม่เสียหาย

(๓) ระดับความเอียงลาดของท่อระบายน้ำ หากท่อระบายน้ำมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหกสิบเซนติเมตร ระดับความลาดเอียงต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งต่อหนึ่งพัน (๑:๑๐๐๐) และระดับความเอียงลาดนี้ ต้องต่อเนื่องกันไปทั้งระบบ

(๔) การกำหนดประเภทเครื่องสูบน้ำ ปริมาตรบ่อสูบ สถานีสูบน้ำ และระดับน้ำที่เครื่องสูบน้ำเริ่มหรือหยุดทำงาน ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยระดับน้ำสูงสุดที่เครื่องสูบน้ำเริ่มทำงานต้องไม่เกินระดับกึ่งหนึ่งของท่อน้ำเข้า

(๕) ระบบระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณะ เว้นแต่จะมีระบบพิเศษที่สามารถส่งน้ำผ่านไปได้ โดยไม่ปนเปื้อนกับน้ำในทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

(๖) บ่อพักท่อระบายน้ำ ต้องมีประจำที่ดินแปลงย่อยทุกแปลง เว้นแต่ใช้ลำรางเป็นทางระบายน้ำ

(๗) ในกรณีที่พื้นที่ของที่ดินจัดสรรมีระดับสูงต่ำต่างกัน ให้แสดงเส้นชั้นความสูงต่ำของพื้นที่แนวท่อระบายน้ำโดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูงหนึ่งเมตรหรือน้อยกว่า และระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่งโดยการขุดหรือถมจากระดับเดิม

(๘) แหล่งรองรับน้ำทิ้งที่ชัดเจน หากใช้ลำรางสาธารณะเป็นทางระบายน้ำ ให้แสดงภาพความกว้าง ความลึก ของลำรางสาธารณะจากที่ดินจัดสรรไปจนถึงแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่แยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดและรายการคำนวณทางวิชาการของทั้งสองระบบแยกจากกัน โดยแต่ละระบบต้องมีรายละเอียดตามข้อกำหนดนี้ รวมทั้งต้องแสดงระดับและรูปตัดของทุกจุดที่มีการตัดผ่านหรือบรรจบกันของระบบทั้งสอง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ น้ำที่ผ่านการใช้จากทุกกิจกรรมในที่ดินจัดสรรให้ถือว่าเป็นน้ำเสียที่ต้องได้รับการบำบัดให้มีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรร และกำหนดให้ที่ดินจัดสรร เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่ต้องถูกควบคุมปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งสาธารณะ หรือออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับจึงจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้จัดสรรต้องจัดหาแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมและเพียงพอตามความจำเป็น เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงย่อยแต่ละประเภท และผู้จัดสรรต้องจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อให้ที่ดินแปลงย่อยมีน้ำใช้เพื่อเกษตรกรรมได้ตลอดปี หากแหล่งน้ำจากธรรมชาติหรือแหล่งน้ำจากชลประทานไม่เพียงพอ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้จัดสรรต้องจัดให้มีระบบส่งน้ำตามข้อ ๒๘ ให้แก่ที่ดินแปลงย่อยทุกแปลง และต้องแสดงรายละเอียดของระบบส่งน้ำให้คณะกรรมการพิจารณา

ถนน สะพาน ป้ายสัญญาณ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ขนาดของถนนภายในที่ดินจัดสรรต้องมีความกว้างของเขตทางและผิวจราจรเป็นสัดส่วนกับจำนวนที่ดินแปลงย่อย ตามข้อกำหนดนี้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ถนนภายในที่ดินจัดสรรขนาดเล็กต้องมีความกว้างของเขตทางและผิวจราจร ดังต่อไปนี้

(๑) ถนนสายหลักต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่าสิบเมตร และมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่าแปดเมตร

(๒) ถนนสายรองต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่าแปดเมตร และมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่าหกเมตร สำหรับรองรับที่ดินแปลงย่อย จำนวนไม่เกินสิบแปลง

ถนนที่รองรับที่ดินแปลงย่อยเกินสิบแปลง ให้มีความกว้างของเขตทางและความกว้างของผิวจราจร เช่นเดียวกับถนนสายหลัก และถือว่าเป็นถนนสายหลัก

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ถนนภายในที่ดินจัดสรรขนาดใหญ่ต้องมีความกว้างของเขตทางและผิวจราจร ดังต่อไปนี้

(๑) ถนนสายหลักต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่าสิบสองเมตร และมีความกว้างของผิวจราจร ไม่ต่ำกว่าแปดเมตร

(๒) ถนนสายรองต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่าแปดเมตร และมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่าหกเมตร สำหรับรองรับที่ดินแปลงย่อย จำนวนไม่เกินสิบแปลง

ถนนที่รองรับที่ดินแปลงย่อยเกินสิบแปลง ให้มีความกว้างของเขตทางและความกว้างของผิวจราจร เช่นเดียวกับถนนสายหลัก และถือว่าเป็นถนนสายหลัก

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ถนนที่เป็นทางเข้าออกของที่ดินจัดสรรซึ่งบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทางสาธารณะต้องมีความกว้างของเขตทางไม่น้อยกว่าเกณฑ์กำหนดตามข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ถนนแต่ละสายต้องมีความยาวจากทางแยกหนึ่งถึงอีกทางแยกหนึ่งไม่เกินห้าร้อยเมตร

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ถนนที่เป็นถนนปลายตันต้องจัดให้มีที่กลับรถทุกระยะไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร และที่กลับรถต้องมีมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นวงเวียน ต้องมีรัศมีความโค้งวัดถึงกึ่งกลางถนนไม่ต่ำกว่าหกเมตร และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่าสี่เมตร

(๒) ถ้าเป็นรูปตัวที (T) ต้องมีความยาวสุทธิของไหล่ตัวที ด้านละไม่ต่ำกว่าห้าเมตร ทั้งสองด้านและผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่าสี่เมตร

(๓) ถ้าเป็นรูปตัวแอล (L) ต้องมีความยาวสุทธิของขาแต่ละด้านไม่ต่ำกว่าห้าเมตร และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่าสี่เมตร

(๔) ถ้าเป็นรูปตัววาย (Y) ต้องมีความยาวสุทธิของแขนตัววาย ด้านละไม่ต่ำกว่าห้าเมตร ผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่าสี่เมตร มุมตัววายต้องไม่เล็กกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบองศา

หากถนนปลายตันที่มีความยาวไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร คณะกรรมการจะมีคำสั่งให้ผู้จัดสรรจัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ความสูงของหลังถนนภายในที่ดินจัดสรร ผู้จัดสรรต้องก่อสร้างภายใต้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องสอดคล้องกับระบบระบายน้ำ

(๒) ต้องมีระดับความสูงและมาตรฐานสอดคล้องกับถนนหรือทางสาธารณะที่เชื่อมต่อกับโครงการ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผิวจราจรของถนนภายในที่ดินจัดสรรต้องเป็นไปตามแบบมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยก่อสร้างด้วยวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(๑) คอนกรีตเสริมเหล็ก

(๒) คอนกรีตเสริมเหล็กปูทับด้วยวัสดุอื่น

(๓) ยางแอสฟัสท์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทางที่มีความหนาและบดอัดจนมีความแน่น

(๔) ลูกรัง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ สะพาน สะพานท่อ และท่อลอด ภายในที่ดินจัดสรร ผู้จัดสรรต้องก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ถนนที่ตัดข้ามทางน้ำสาธารณะซึ่งกว้างเกินกว่าห้าเมตร ต้องทำเป็นสะพานตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการหรือเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) ถนนที่ตัดข้ามทางน้ำสาธารณะซึ่งกว้างเกินกว่าห้าเมตร ต้องทำเป็นสะพาน หรือสะพาน ท่อ หรือใช้ท่อลอด ตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการหรือเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ผู้จัดสรรต้องติดตั้งป้ายสัญญาณจราจรและอุปกรณ์สะท้อนแสงไฟ ให้เห็นได้ชัดตรงจุดที่เป็นเกาะกลางถนน วงเวียน ทางแยก ร่อง หรือสันนูนขวางถนนทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ คณะกรรมการมีอำนาจที่สั่งให้ผู้จัดสรรปรับเปลี่ยนแผนผัง เช่น ขนาดเขตทางทิศทางเดินรถ ระดับความลาดชัน ทางเลี้ยว ที่จอดรถ ที่กลับรถ ส่วนประกอบของถนน และป้ายสัญญาณการจราจร เป็นต้น

เพื่อความสะดวกต่อการคมนาคม ความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย ความสวยงามความเป็นระเบียบ และการผังเมือง

สาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ หากผู้จัดสรรจัดให้มีระบบไฟฟ้า ผู้จัดสรรต้องทำแผนผังที่ได้รับความเห็นชอบจากทางราชการหรือหน่วยงานที่ควบคุมเรื่องไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ หากผู้จัดสรรจัดให้มีระบบประปา ต้องดำเนินการตามข้อกำหนดนี้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในบริเวณที่การประปาส่วนภูมิภาคหรือการประปาส่วนท้องถิ่นสามารถให้บริการได้ ผู้จัดสรรต้องดำเนินการติดต่อขอใช้น้ำประปาจากหน่วยงานนั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่นอกบริเวณตามข้อ ๔๓ ผู้จัดสรรต้องทำระบบประปา หรือระบบน้ำสะอาดให้เพียงพอแก่การอุปโภค และต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอแบบก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาหรือระบบน้ำสะอาด กับแบบการก่อสร้างระบบจ่ายน้ำพร้อมทั้งรายละเอียดประกอบแบบการคำนวณ โดยมีวิศวกรเป็นผู้ลงนามรับรองแบบ และรายการคำนวณดังกล่าว เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

(๒) ถ้าใช้น้ำบาดาลหรือน้ำผิวดินในการผลิตน้ำประปา ต้องขอรับสัมปทานการจัดจำหน่ายน้ำประปาจากหน่วยราชการที่รับผิดชอบ ตามกฎหมายว่าด้วยการสัมปทานให้เรียบร้อย ก่อนยื่นขออนุญาตทำการจัดสรรตามข้อกำหนดนี้

ผังเมือง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ การใช้ประโยชน์ในที่ดินจัดสรรภายในเขตผังเมือง ให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

พื้นที่ส่วนกลาง ระบบขนส่ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ผู้จัดสรรต้องกันพื้นที่ในที่ดินจัดสรรไว้เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร การสันทนาการ หรือการอื่น ๆ เป็นต้น ไม่น้อยกว่าร้อยละสองของพื้นที่จัดจำหน่าย ทั้งนี้ ไม่ให้แบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยหลายแห่ง เว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้ไม่ต่ำกว่า ๔ ไร่

หากผู้จัดสรรประสงค์จะกันพื้นที่ส่วนกลางไว้มากกว่าหนึ่งแห่ง ผู้จัดสรรต้องกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้ไม่น้อยกว่าสี่ไร่ โดยจะต้องมีขนาดและรูปแปลงที่เหมาะสมและสะดวกแก่การใช้สอย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ หากผู้จัดสรรจัดให้มีระบบขนส่ง ให้ผู้จัดสรรแสดงแผนการดำเนินการต่อคณะกรรมการด้วย

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการประชุมจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินของโครงการไปจัดการและดูแลบำรุงรักษา ผู้จัดสรรต้องอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารบัญชีรายชื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรร และสถานที่ประชุมให้กับผู้จัดประชุมตามสมควร

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินรายใดมีความประสงค์จะให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(๑) ที่ดินเปล่าต้องจัดให้มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตารางวา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร เว้นแต่ข้อบัญญัติของท้องถิ่นใดกำหนดไว้สูงกว่าก็ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติของท้องถิ่นนั้น โดยตำแหน่งที่ดินให้มีเขตติดต่อกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ เช่น ถนน พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร หรือการสันทนาการ และหรือสาธารณูปโภคอื่นที่ใช้ประโยชน์ลักษณะเดียวกัน

(๒) ที่ดินพร้อมอาคาร ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๑๖ ตารางวา มีความกว้างไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และมีพื้นที่ใช้สอยในอาคารไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร

(๓) พื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดไว้ เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว เช่น สำนักงาน สโมสร เป็นต้น ต้องจัดให้มีพื้นที่ใช้สอย สำหรับสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นในอาคารดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร อาคารดังกล่าวจะต้องอยู่บนที่ดินแปลงบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดินและจะเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่นับรวมถึงค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสิ้นเปลือง

51 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดชลบุรี พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_def23e09c8c2b5d5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com