ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ อข./น. 5 /2549
เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับระบบงานการประกอบธุรกิจการจัดการกองทุน
เพื่อให้บริษัทจัดการสามารถปฏิบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข. /น. 4 /2549 เรื่อง ระบบงานเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
จัดการกองทุน ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2549 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานในระดับ
เดียวกัน สํานักงานจึงได้วางแนวทางให้บริษัทจัดการต้องจัดให้มีระบบงานเพื่อรับรองการจัดการ
กองทุนอย่างเหมาะสม โดยหากบริษัทจัดการจัดให้มีระบบงานตามแนวทางปฏิบัตินี้ สํานักงานจะ
ถือว่าบริษัทจัดการได้จัดให้มีระบบงานที่เป็นไปตามประกาศข้างต้นแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจ
ดําเนินการในทางปฏิบัติอื่นที่แตกต่างจากแนวทางปฏิบัติฉบับนี้ได้ หากแสดงต่อสํานักงานได้ว่า
แนวทางอื่นนั้นมีการจัดให้มีระบบงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ ตลอดจนอยู่ใน
มาตรฐานที่ยอมรับได้
แนวทางปฏิบัติระบบงานการประกอบธุรกิจจัดการลงทุนประกอบด้วยระบบงาน
4 หมวด ดังต่อไปนี้
หมวดที่ 1 โครงสร้างองค์กร ประกอบด้วย
1.1 การแบ่งแยกหน่วยงานและหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.2 บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง
หมวดที่ 2 ความพร้อมด้านบุคลากร
หมวดที่ 3 ระบบงานด้านการปฏิบัติการจัดการกองทุน ประกอบด้วย
3.1 การรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน
3.2 ระบบการจัดการลงทุน
3.3 ระบบปฏิบัติการด้านงานสนับสนุน
3.4 ระบบการกํากับดูแลการปฏิบัติงาน
3.5 ระบบการจัดทําและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน
หมวดที่ 4 ระบบการควบคุมภายใน
**หมวดที่ 1**
**โครงสร้างองค์กร (Organization Structure)**
**\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_**
**1.1 การแบ่งแยกหน่วยงานและหน้าที่ความรับผิดชอบ**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีการจัดโครงสร้างองค์กรที่สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบระเบียบ โดยกําหนดภารกิจ กลยุทธ์ นโยบายและแผนการดําเนินงานในระดับบริษัทและหน่วยงานย่อยของบริษัทอย่างชัดเจนและสอดคล้องต่อหลักความไว้วางใจและหลักการกํากับดูแลกิจการจัดการที่ดี
เพื่อมุ่งเน้นให้บริษัทจัดการสามารถจัดการลงทุนให้ผู้ลงทุนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง และคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าก่อนประโยชน์ของบริษัทจัดการเอง ทั้งนี้ โครงสร้างองค์กรต้องมีความสอดคล้องกับสภาพ ขนาด และความซับซ้อนของการทําธุรกิจของบริษัท
**แนวทางปฏิบัติ**
1. จัดให้มีแผนผังองค์กรเพื่อแสดงส่วนงานต่าง ๆ และสายการบังคับบัญชา เพื่อให้บุคลากร
ในองค์กรได้รับทราบและเข้าใจถึงโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานภายในองค์กรและได้มีการจัดแบ่งหน่วยงานตามแผนผังองค์กรนั้นด้วย
1. จัดให้มีคําอธิบายลักษณะงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานและตําแหน่งงาน
ต่าง ๆ
1. จัดให้มีการแบ่งแยกหน่วยงานที่ทําหน้าที่จัดการลงทุนกับหน่วยงานที่ทําหน้าที่การปฏิบัติการด้านงานสนับสนุนอย่างชัดเจน เช่น หน่วยงานที่ทําหน้าที่ในด้านการติดต่อกับลูกค้าหรือด้านการส่งคําสั่งซื้อขายให้ broker (Front-office function) ควรจัดโครงสร้างโดยแบ่งแยกหน้าที่การปฏิบัติงานอย่างชัดเจนจากหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในด้านการคํานวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือ การชําระราคาหลักทรัพย์ (Back-Office function) โดยรวมถึงการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงานที่แบ่งแยกดังกล่าวให้มีสายการรายงานต่อผู้รับผิดชอบที่ต่างกัน (Separate reporting line) รวมทั้งจัดให้มีผู้ที่รับผิดชอบด้านการบริหารความเสี่ยง
2. มีหน่วยงานที่กํากับดูแลและติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงาน ที่เป็นอิสระจากฝ่ายจัดการและหน่วยงานอื่น
3. ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติงานที่คํานึง และรักษาผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยมี
หลักการดังต่อไปนี้
1. หลักความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty)
2. บริษัทจัดการควรจัดการลงทุนเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า และให้ความสําคัญแก่ประโยชน์ของลูกค้าเหนือผลประโยชน์ของตน เช่น การจัดการลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ กรอบนโยบายการลงทุน และความคาดหวังของลูกค้า โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ภายใต้สภาวการณ์แต่ละขณะ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจลงทุน และมีการกระจายการลงทุนเพื่อ
ลดความเสี่ยงในการลงทุน เป็นต้น
1. บริษัทจัดการควรมีการปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเป็นธรรม ไม่กระทําการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เว้นแต่การทําธุรกรรมนั้นได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนด โดยบริษัทจัดการควรเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้ลูกค้าทราบ
อย่างเพียงพอในการขอความยินยอมจากลูกค้า และเป็นธุรกรรมที่เป็นธรรมแก่ลูกค้าภายใต้สภาวการณ์นั้นๆ
1. การใช้สิทธิออกเสียงแทนกองทุน
2. การคํานวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน ให้เป็นไปตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับ หรือเป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เป็นไปตามที่สมาคมกําหนด
3. หลักความระมัดระวัง (Duty of Care)
บริษัทจัดการควรมีการใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่จัดการลงทุน กล่าวคือ การที่บริษัทจัดการได้ใช้ความรู้ความสามารถ และความชํานาญเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการจัดการ
ลงทุนจะพึงกระทําในสถานการณ์เช่นนั้น เช่น
1. การใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหน้าที่
2. มีการเปิดเผยข้อมูลที่จําเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนแก่ลูกค้าอย่างครบถ้วน ซึ่งครอบคลุมถึง ความเสี่ยงในการลงทุน ค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และ
ภาระผูกพันต่างๆ และในกรณีที่เป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการลงทุนควรเปิดเผยให้แก่
ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
1. การใช้ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอ้างอิงที่เพียงพอ และเชื่อถือได้ในการตัดสินใจลงทุน
2. การตัดสินใจลงทุน มีการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และกระทําอย่าง
สมเหตุสมผล เหมาะสมกับกองทุนในสถานการณ์นั้น
1. ลงทุนในตราสารทางการเงิน/สัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. การคิดค่าใช้จ่ายทุกประเภทควรมีวัตถุประสงค์เพื่อการดําเนินการของกองทุน
3. มีการควบคุมดูแลตัวแทนทั้งหมด ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท LBDU ที่บริษัทจัดการได้มอบหมายให้ปฏิบัติงานแทน
4. การจัดทําทะเบียนสมาชิก/ผู้ถือหน่วยลงทุน มีการจัดทําอย่างถูกต้องและครบถ้วน
5. มีการสอบทานการดําเนินงาน
**1.2 บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูง**
**วัตถุประสงค์**
โดยที่บริษัทจัดการเป็นตัวกลางที่ระดมเงินจากผู้ลงทุนรายย่อยเพื่อไปลงทุนในตลาดทุน จึงเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการได้รับความไว้วางใจ (Trust) และความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อลูกค้า
ซึ่งเป็นเจ้าของเงิน ผู้บริหารระดับสูงจึงต้องมีบทบาทที่สําคัญในการกําหนดแนวนโยบายในการบริหาร
จัดการลงทุนโดยได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และจัดทําเอกสาร
แนวนโยบายดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดําเนินธุรกิจให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย รวมทั้งมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ โดยให้ความสําคัญในการเสริมสร้าง
ให้เกิด Compliance Culture เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและอุตสาหกรรมโดยรวม
###
#### **แนวทางปฏิบัติ**
1. ผู้บริหารระดับสูงควรจัดให้มีแผนกลยุทธ์ นโยบาย และเป้าหมายในการดําเนินธุรกิจจัดการกองทุน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยแผนระยะสั้นควรกําหนดเป็นเป้าหมายและหลักเกณฑ์/ปัจจัย
ในการประเมินผลที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเพื่อวัดผลสําเร็จของแผนงาน เช่น ผลประกอบการของกองทุน ผลประกอบการของบริษัทจัดการ ส่วนแบ่งการตลาด เป็นต้น ส่วนแผนระยะยาวควรแสดงให้เห็นถึง
แนวทาง/ทิศทางในการดําเนินธุรกิจและแผนงานในอนาคต เช่น อัตราการเติบโตของธุรกิจในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เป็นต้น
2. ผู้บริหารระดับสูงควรกําหนดนโยบายสําคัญ ๆ ในการกํากับดูแลการประกอบธุรกิจจัดการกองทุนที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) ระบบการกํากับดูแลการบริหารและจัดการความเสี่ยง (Risk Management Oversight) โดยกําหนดนโยบายและหลักปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจการ
จัดการกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร และกําหนดผู้รับผิดชอบด้านการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ
จากผู้ปฏิบัติงาน
(2) การคํานวณมูลค่ายุติธรรมของตราสาร และการตรวจสอบฝ่ายจัดการว่าได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด
(3) การใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในฐานะผู้ถือหุ้น เพื่อรักษาประโยชน์ของกองทุน และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนมี Corporate Governance ที่ดี
(4) การรับลูกค้าและการทําธุรกรรมเพื่อลูกค้า เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการใช้ธุรกิจกองทุน
เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ทั้งนี้ นโยบายในเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติของสํานักงาน
เกี่ยวกับการจัดระบบงานบริหารความเสี่ยงในการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
(5) การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่อง การลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ การทําธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง การซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงาน และการรับผลประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทนายหน้า
(6) การลงทุนในตราสารอนุพันธ์ และตราสารที่เป็นนวัตกรรมทางการเงิน
(7) การกําหนดแนวทางการรับและดําเนินการกับเรื่องร้องเรียน
ทั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงควรจัดให้มีกระบวนการในการแจ้งให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงนโยบายและหลักปฏิบัติดังกล่าว รวมทั้งมีการติดตามผลและปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและสม่ําเสมอ
3. กําหนดแนวทางในการกํากับดูแลการตรวจสอบให้เป็นไปตามนโยบายที่กําหนด ดังนี้
(1) สื่อสารให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความจําเป็นและความสําคัญในการกํากับดูแลและตรวจสอบการประกอบธุรกิจ รวมทั้งมีการทําความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ
ดังกล่าว
(2) มอบหมายให้หัวหน้าส่วนงาน (Operational and business unit) ทําหน้าที่ติดตาม
ควบคุมให้พนักงานในสังกัดของตนปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติดังกล่าว
(3) กําหนดแนวทางพิจารณาดําเนินการหรือลงโทษเมื่อมีการฝ่าฝืนนโยบายแนวทางการปฏิบัติ โดยการพิจารณาดําเนินการหรือลงโทษควรให้มีเหมาะสมกับระดับความรุนแรงของการฝ่าฝืนด้วย
**หมวดที่ 2**
**ความพร้อมด้านบุคลากร**
*\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_*
### **วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องแสดงให้เห็นได้ว่ามีบุคลากรในจํานวนที่เพียงพอกับปริมาณธุรกิจ และมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหน้าที่
### **แนวทางปฏิบัติ**
1. การวางแผนกําลังคนของแต่ละหน่วยงานที่แสดงให้เห็นได้ว่ามีความเพียงพอของจํานวนบุคลากรซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายจัดการลงทุนควรมีจํานวนผู้จัดการ
กองทุนไม่น้อยกว่า 2 คน
1. การกําหนดรายละเอียดของงาน (Job description) โดยแสดงความชัดเจนว่าหน้าที่ในตําแหน่งต่างๆ มีอะไรบ้าง และจัดทําคู่มือหรือแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานที่เป็นปัจจุบัน
2. บุคลากรต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
จรรยาบรรณและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ในกรณีที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวกับ
Non-public information ควรกําหนดหลักปฏิบัติในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลด้วย
1. เกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมถึงประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทํางานที่เกี่ยวข้อง โดยบุคลากรต้องไม่มีประวัติการกระทําที่ขัดต่อจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้อง
2. มีระบบในการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ละหน่วยงาน
3. บุคลากรควรมีความรู้ ความเข้าใจในงานที่รับผิดชอบ เช่น พนักงานที่ทําหน้าที่ในการกํากับ
ดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance officer) ควรมีความรู้ความเข้าใจลักษณะตราสารทางการเงินทุกประเภทที่กองทุนจะลงทุน การคํานวณมูลค่ายุติธรรม การบันทึกบัญชี และการเปิดเผยข้อมูล เป็นต้น รวมทั้งมีระบบพัฒนาบุคลากรของแต่ละหน่วยงาน
1. การให้ความสําคัญต่อความซื่อสัตย์ของพนักงาน
2. มีการกําหนดนโยบายและวิธีบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคล เช่น การว่าจ้าง การคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ
9. การส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงการประเมินความรู้ ความชํานาญในการปฏิบัติงาน และการพัฒนาความรู้ให้แก่บุคลากรเพื่อทันกับเทคโนโลยี วิทยาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
10. มีการจัดสรรทรัพยากร เช่น อุปกรณ์สํานักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ Software เป็นต้น
อย่างเพียงพอต่อบุคลากรและการประกอบธุรกิจ
**หมวดที่ 3**
**ระบบงานด้านการปฏิบัติการจัดการกองทุน**
**\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_**
1. **การรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีหลักปฏิบัติในการรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนที่มีความชัดเจน และมีการตรวจสอบความถูกต้องของการรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนว่าเป็นไปตามที่กําหนดในหนังสือชี้ชวน
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้ลงทุน
**แนวทางปฏิบัติ**
1. การรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของบริษัทจัดการ
2. การกําหนดวิธีการในการพิจารณาคําขอเปิดบัญชีและการทําสัญญากับลูกค้า โดยมีกระบวนการที่เพียงพอเพื่อตรวจสอบความมีตัวตนของลูกค้าและทําให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าเป็นบุคคล
เดียวกับที่ปรากฏตามเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี ทั้งนี้ วิธีการดังกล่าวควรสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสํานักงานเกี่ยวกับการจัดระบบงานบริหารความเสี่ยงในการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
1. ขั้นตอนการรวบรวมคําสั่งซื้อขาย
2. วิธีการแก้ไขและบันทึกรายการที่ผิดพลาด เช่น ระยะเวลา หลักปฏิบัติ และผู้ปฏิบัติ
3. การสอบทานความถูกต้องครบถ้วนของการทําตามคําสั่งของลูกค้า
4. การควบคุมการรับและจ่ายเงิน รวมทั้งเอกสารหลักฐาน
5. การรวบรวมการจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานทางการเงินให้บริษัทจัดการ
6. ตรวจสอบการปฏิบัติงานของส่วนงานที่ทําหน้าที่สนุบสนุนงานด้านผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน
7. ตรวจสอบเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น ตรวจสอบความถี่ในการซื้อขาย
หน่วยลงทุนเกินความเหมาะสม เป็นต้น
1. มีระบบควบคุมเวลาในการรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนให้เป็นไปตามที่กําหนดใน
หนังสือชี้ชวน เพื่อป้องกันปัญหาในการรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนที่เป็นการเอาเปรียบผู้ถือหน่วย
รายอื่น (Late trading)
1. **ระบบการจัดการลงทุน**
###
#### **วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีระบบการจัดการลงทุน ที่มีขั้นตอนและวิธีการดําเนินการก่อนการลงทุนและภายหลังการลงทุนอย่างชัดเจน โดยมีการวิเคราะห์การลงทุนที่เหมาะสม ทั้งวิเคราะห์ในเชิงปริมาณ (Quantitative) เช่น การวิเคราะห์งบการเงิน เป็นต้น และวิเคราะห์ในเชิงคุณภาพ (Qualitative) เช่น การวิเคราะห์นโยบายของบริษัทของผู้ออกตราสารที่กองทุนจะไปลงทุน เป็นต้น เพื่อกําหนดระดับความเสี่ยงของตราสาร การวิเคราะห์ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ การสร้างกลุ่มสินทรัพย์ลงทุน (Portfolio constructive) และการกําหนดระดับความปลอดภัยของเงินลงทุน รวมทั้งต้องจัดการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์การลงทุน และอัตราส่วนการลงทุนของแต่ละกองทุน
##### **แนวทางปฏิบัติ**
**3.2.1 การพิจารณาการลงทุน**
1. กําหนดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการลงทุน
2. กําหนดปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน อย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้
3. การวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศรวมถึง
ภาวะตลาดเงินและตลาดทุน ภาวะการเมืองและสังคม
* การวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรม
* การศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจที่จะทําการลงทุน
* กําหนดเกณฑ์ในการเลือกบทวิเคราะห์/วิจัยที่ใช้สนับสนุนการตัดสินใจลงทุน
* กําหนดหลักเกณฑ์ในการเลือกสินทรัพย์แต่ละตัว/กลุ่มสินทรัพย์ที่ลงทุนในลักษณะ
Active หรือ Passive\* ที่ลดความเสี่ยงโดยการกระจายการลงทุน โดยมีความเข้าใจในผลตอบแทนจาก
สินทรัพย์แต่ละตัว/กลุ่มสินทรัพย์ที่ลงทุน รวมทั้งความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละตัว/ความเสี่ยงของ
กลุ่มสินทรัพย์ ทั้งนี้ ควรมีการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่ลูกค้า/กองทุนกําหนด
และข้อกําหนดตามกฎหมาย
1. กําหนดหลักปฏิบัติในการดํารงสภาพคล่องของกองทุน อย่างน้อยเป็นไปตาม
แนวปฏิบัติการบริหารสภาพคล่องของสํานักงาน
1. กําหนดหลักปฏิบัติในการบันทึกเหตุผลที่จะแสดงให้เห็นได้ว่าผู้จัดการกองทุน
มีการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เช่น ระบุได้ว่าจะใช้ข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง
พิจารณาบทวิเคราะห์/วิจัย Model ใด มีการศึกษาข้อมูลอย่างไร ใช้ประเด็นใดในการพิจารณาเลือก
ลงทุน เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการลงทุนของผู้จัดการกองทุนที่แตกต่างไปจากผลสรุป
ของคณะกรรมการการลงทุน เป็นต้น
**3.2.2 หลักปฏิบัติในการส่งคําสั่งซื้อขาย**
1. กําหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น research,
market information, best dealing and execution หรือ preservation of confidentiality
1. บริษัทจัดการควรทําธุรกรรมในฐานะที่เป็นตัวแทนของลูกค้า โดยตัดสินใจลงทุน
หรือส่งคําสั่งซื้อขายเพื่อให้ได้ผลประโยชน์หรือเงื่อนไขที่ดีที่สุด ภายใต้สภาวการณ์ในขณะนั้น ๆ
(Best execution)
1. มีวิธีปฏิบัติในการจัดสรรการลงทุนให้มีความเสมอภาคและยุติธรรมสําหรับลูกค้า
/กองทุน (Fair allocation) เช่น มีการบันทึกการจัดสรรการลงทุนก่อนที่จะทําการซื้อขายหลักทรัพย์
การจัดสรรหลักทรัพย์ภายหลังจากการซื้อขายเพื่อให้เป็นไปตามบันทึกการจัดสรรก่อนหน้านี้ และ
เหตุผลในการเปลี่ยนแปลงการจัดสรรการลงทุนใหม่ หรือการจัดสรรการลงทุนในกรณีที่ไม่เป็นไปตามบันทึกการจัดสรรก่อนการลงทุน
**3.2.3 การดูแลและควบคุมการลงทุน**
1. มีระบบในการเตือน (Early Warning) เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุน
ของแต่ละโครงการ
1. ตรวจสอบการลงทุนเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน ประเภทหลักทรัพย์หรือ
ทรัพย์สินที่ลูกค้า/กองทุนอนุญาตให้ลงทุนได้ สัดส่วนการลงทุนที่ลูกค้า/กองทุนกําหนด รวมทั้งข้อกําหนด
ตามกฎหมาย
1. มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
2. การกําหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการการลงทุนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้มีการทบทวนและติดตามผลการดําเนินงาน รวมทั้งมีเครื่องมือในการวัด ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงที่
เกิดขึ้นจากการลงทุนอย่างสม่ําเสมอ โดยมีการจัดทําและจัดเก็บรายงานการประชุมของคณะกรรมการ
การลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร
1. มีหลักปฏิบัติในการจัดการลงทุนกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและอาจก่อให้เกิด
ผลลบต่อสถานะการลงทุนของลูกค้า/กองทุน เช่น ผู้ลงทุนมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเป็นจํานวนมาก
เนื่องจากมีความตื่นตระหนก หรือผู้ออกตราสารไม่สามารถชําระเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลา
ที่กําหนด รวมทั้งมีการทบทวนหรือทดสอบมาตรการที่จัดไว้
1. มีวิธีการจัดการและแก้ไขโดยพลันเมื่อพบข้อผิดพลาด และมีระบบป้องกันความ
ผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นอีก
**3.3** **ระบบการปฏิบัติงานด้านงานสนับสนุน (Back Office)**
1. **การจัดตั้งกองทุน และการจัดทําหนังสือชี้ชวน**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องประเมินความพร้อมและมีความรอบคอบในการจัดตั้งกองทุน เพื่อดูว่าการ
จัดตั้งกองทุนเป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง และมีการจัดทํารายละเอียดโครงการ
จัดการกองทุนรวม/เอกสารประกอบการชักชวนลูกค้าที่มีความชัดเจนเพียงพอและสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อจัดตั้งกองทุนให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนที่เหมาะสมกับความต้องการได้
**แนวทางปฏิบัติ**
1. มีการประเมินความพร้อมในการจัดตั้งกองทุนให้เป็นไปตามกฎหมายและประกาศที่ เกี่ยวข้อง โดยดูจากแผนงานในการจัดตั้งกองทุน คู่มือ หรือ Check list ในการปฏิบัติงาน และการ
รายงานผลการปฏิบัติงาน
1. วิธีการจัดตั้งกองทุนรวมมีความสอดคล้องกับลักษณะของกองทุนรวม ดังนี้
2. กรณีที่เป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail fund) มีแผนงานที่จะเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปในวงกว้าง เช่น การจําหน่าย การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการประมาณการค่าใช้จ่าย เป็นต้น
2.2 กรณีเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน (Non-retail fund) มีแผนงานที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันตามที่สํานักงานประกาศกําหนด
1. การจัดตั้ง/จัดการกองทุน
*กองทุนรวม*
* รายละเอียดโครงการจัดการกองทุนรวมที่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทําให้ผู้ลงทุน
สามารถเข้าใจถึงนโยบายการลงทุน หลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน หรือสัญญาที่กองทุนจะลงทุน ความเสี่ยง
ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนชนิดของหน่วยลงทุน วิธีการซื้อขายหน่วยลงทุน ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่
เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะสมกับความต้องการได้
* มีระบบในการเข้าถึงระบบในการยื่นรายละเอียดโครงการเพื่อขอจัดตั้งกองทุนรวม
ของสํานักงาน
*กองทุนส่วนบุคคล*
* จัดทําสัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งประกอบด้วยสาระสําคัญอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
* สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัทจัดการ
* ประเภท อัตรา และวิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทนอื่นใด หรือ ค่าใช้จ่ายในการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการคิดค่าธรรมเนียมการจัดการแบบ performance fee ให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดวิธีการคิดและการตัดจ่ายค่าธรรมเนียม
พร้อมแสดงตัวอย่างการคํานวณ
1. นโยบายการลงทุนและข้อจํากัดในการลงทุน
2. วันเริ่มต้น และวันสิ้นสุดของสัญญา
3. วิธีการแต่งตั้งผู้รับฝากทรัพย์สิน
4. ข้อมูลที่ควรเปิดเผยให้ลูกค้าทราบ และการกําหนดระยะเวลาที่เปิดเผยข้อมูล
ดังกล่าว
6.1 ข้อมูลที่เกี่ยวกับสิทธิของลูกค้า
6.2 ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนส่วนบุคคล
6.3 รายงานเกี่ยวกับการลงทุน หรือการก่อภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานกําหนด
6.4 การทําธุรกรรมที่ควรได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าตามที่สํานักงานกําหนด
6.5 ข้อมูลอื่นใดที่บริษัทจัดการและลูกค้าตกลงกันให้เปิดเผยเพิ่มเติม
1. เงื่อนไขในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญา การต่ออายุสัญญา และการยกเลิกสัญญา
2. กําหนดเวลาและวิธีการจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ลูกค้าในระหว่างที่สัญญายังมี ผลใช้บังคับ
3. หลักปฏิบัติในการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่อาจก่อให้เกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์
4. คําเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของลูกค้าว่าอาจไม่ได้รับเงินทุนและผลประโยชน์ คืนเท่ากับจํานวนเงินทุนที่ได้มอบหมายให้บริษัทจัดการจัดการลงทุน
5. หนังสือชี้ชวน
มีหลักปฏิบัติในการสอบทานความถูกต้องครบถ้วนในหนังสือชี้ชวน
1. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการจัดการกองทุนรวม
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการจัดการกองทุนรวมโดยมติของผู้ถือหน่วยลงทุน จะต้องไม่
ขัดต่อกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทจัดการควรมีความระมัดระวัง และตรวจสอบความ
ถูกต้องในขั้นตอนขอมติ การตรวจนับมติ การรายงานสรุปมติเพื่อการยื่นขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการโดยควรมีแนวปฏิบัติอย่างน้อย ดังนี้
1. มีคู่มือ หรือ Check list เพื่อใช้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการจัดการ
กองทุนรวมว่ากรณีใดควรขอ หรือไม่ขอมติผู้ถือหน่วยลงทุน
1. มีวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อผู้ถือหน่วยที่มีสิทธิแสดงมติและ
จํานวนหน่วยกับจดหมายที่ส่งถึงผู้ถือหน่วยลงทุน
5.3 มีวิธีการตรวจสอบความถูกต้องของลายเซ็นและอํานาจของผู้ลงนาม
5.4 มีการรายงานสรุปมติผู้ถือหน่วยลงทุน
**3.3.2 การกําหนดค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับกองทุน**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับกองทุน
ที่สมเหตุสมผลรวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนด้วย เพื่อให้ลูกค้าและผู้ถือหน่วยใช้ประกอบการ
ตัดสินใจลงทุน
**แนวทางปฏิบัติ**
1. มีการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับกองทุนที่ชัดเจน
เช่น เป็นจํานวนคงที่ หรือเป็นอัตราร้อยละของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน เป็นต้น
1. มีหลักปฏิบัติในการกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่อิงกับผลการดําเนินงาน (Performance fee) โดยบริษัทจัดการควรดําเนินการ ดังนี้
2. กําหนด Benchmark ที่เหมาะสมกับนโยบายการลงทุนเพื่อใช้เปรียบเทียบผลการดําเนินงานของกองทุน
3. มีการกําหนดรอบระยะเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้วัดผลการดําเนินงานเพื่อคิด
Performance fee โดยไม่ควรให้ผู้ถือหน่วยลงทุน/สมาชิกกองทุนไถ่ถอนระหว่างรอบระยะเวลาการคิด
ค่าธรรมเนียม เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและสมควร ซึ่งควรเป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน/สมาชิกกองทุน
1. มีการกําหนดรูปแบบในการคิดค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน เช่น Fulcrum Fee หรือ Escalating Fee (รายละเอียดตามภาคผนวก ก.) เป็นต้น
2. มีการกําหนดแนวทางในการเปิดเผยข้อมูลในโครงการเพื่อให้ลูกค้า หรือผู้ลงทุนสามารถ
เข้าใจวิธีการคิดค่าธรรมเนียมของกองทุนได้ถูกต้อง และใช้ประกอบในการตัดสินใจลงทุนได้อย่าง
เหมาะสม ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการคิดค่าธรรมเนียมแบบ Performance fee ควรมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ
รายละเอียดวิธีการคิดและการตัดจ่ายค่าธรรมเนียม พร้อมแสดงตัวอย่างการคํานวณ ทั้งนี้ ในกรณีกองทุน
ส่วนบุคคลให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในสัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคลด้วย
**3.3.3 การรับและส่งมอบทรัพย์สินของกองทุน**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการมีหลักปฏิบัติเกี่ยวกับการรับและส่งมอบทรัพย์สินของกองทุนที่ชัดเจน เพื่อให้
ลูกค้า ผู้รับฝากทรัพย์สิน บริษัทจัดการ หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมได้รับทรัพย์สินโดยพลัน เพื่อให้การบริหารจัดการมีความต่อเนื่อง
**แนวทางปฏิบัติ**
1. *กรณีกองทุนรวม*ที่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการ/ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม
ให้บริษัทจัดการมีการประสานงาน และเตรียมการให้มีการจัดส่งข้อมูลให้บริษัทจัดการ/ผู้ดูแล
ผลประโยชน์รายใหม่ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการ/ผู้ดูแล
ผลประโยชน์
2. *กรณีกองทุนส่วนบุคคล*ให้บริษัทจัดการมีการส่งมอบหลักทรัพย์และทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลให้แก่ลูกค้า หรือผู้รับฝากทรัพย์สินดังต่อไปนี้
1. กรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงเพราะเหตุครบกําหนดอายุสัญญา ให้บริษัทจัดการส่งมอบ
ภายใน 5 วันทําการถัดจากวันครบกําหนดอายุสัญญา
1. กรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงเพราะเหตุการใช้สิทธิเลิกสัญญาของลูกค้า ให้บริษัทจัดการ
ส่งมอบโดยพลัน
1. กรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงเพราะเหตุการใช้สิทธิเลิกสัญญาของบริษัทจัดการให้
บริษัทจัดการส่งมอบภายในวันทําการถัดจากวันที่สัญญาสิ้นสุดลง
1. การส่งมอบหลักทรัพย์และทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุน
สํารองเลี้ยงชีพ ให้บริษัทจัดการดําเนินการส่งมอบแก่ผู้รับฝากทรัพย์สินรายใหม่แทน
**3.3.4 การจ่ายเงินปันผล**
###
####
##### **วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีระบบในการจ่ายเงินปันผลที่ชัดเจนและเป็นไปตามที่กําหนดใน
หนังสือชี้ชวน รวมถึงมีการกระทบยอดคงเหลือ เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
**แนวทางปฏิบัติ**
1. มีการระบุขั้นตอนการจ่ายเงินปันผล รวมถึงวิธีการสอบทานจํานวนผู้ได้รับเงินปันผลที่บริษัทได้รับจากนายทะเบียน และเปรียบเทียบมติการจ่ายเงินปันผลกับคําสั่งโอนเงินที่ผู้ดูแลผลประโยชน์
2. กําหนดบุคคล หรือคณะทํางานในการพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลของกองทุน
3. มีระบบการรับจ่ายเงินในบัญชีเพื่อจ่ายเงินปันผล เช่น การติดตามความถูกต้องของการรับเงินเข้าบัญชีเพื่อจ่ายเงินปันผล มีขั้นตอนควบคุมการเก็บรักษา และการเบิกจ่ายเช็คเพื่อจ่ายเงินปันผล
มีการตรวจสอบเอกสารอนุมัติรายการจัดทําเช็คโดยผู้มีอํานาจ และมีการสอบทานความถูกต้องของการ
จัดทําเช็คจ่ายเงินปันผล เป็นต้น
1. มีระบบการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน เช่น การจัดสรรกําไรสะสมและรายชื่อ
ผู้ถือหน่วยลงทุน ณ วันที่ประกาศจ่ายเงินปันผล การตรวจสอบความถูกต้องของการประกาศและจ่าย
เงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนว่าเป็นไปตามหนังสือชี้ชวน การควบคุมและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของการจัดทําและจัดส่งเช็คเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นต้น
1. มีระบบในการกระทบยอดการเบิกจ่ายเงินปันผลของผู้ถือหน่วยลงทุน
2. มีระบบการควบคุมวิธีการจ่ายเงินปันผลที่น่าเชื่อถือได้ในกรณีที่หนังสือชี้ชวนมีการ
ระบุให้สามารถจ่ายเงินโดยวิธีการอื่นได้
**3.3.5 การคํานวณและประกาศ NAV**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีการคํานวณมูลค่าทรัพย์สินโดยใช้ราคายุติธรรม และมีการกําหนด
ระยะเวลาในการประกาศมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบถึงการเคลื่อนไหวของมูลค่าทรัพย์สิน
ที่เป็นปัจจุบัน
**แนวทางปฏิบัติ**
1. มีระบบในการกําหนดมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นของกองทุนให้เป็นไปตามหลักวิชาการอันเป็นที่ยอมรับหรือมาตรฐานตามที่สมาคมกําหนด
2. มีระบบในการคํานวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน
3. กําหนดบุคคลที่ทําหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของการคํานวณมูลค่าทรัพย์สินของ
กองทุนดังกล่าว
1. *กรณีกองทุนรวม* มีระบบในการสอบทาน และรับรองมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนที่
บริษัทจัดการคํานวณกับผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม
**3.3.6 การมอบหมายงานที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจจัดการลงทุน**
###
####
##### **วัตถุประสงค์**
ในการมอบหมายงานที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจจัดการลงทุนให้ผู้อื่น บริษัทจัดการต้อง
รับผิดชอบต่องานที่ได้มอบหมาย โดยขอบเขตงานต้องอยู่ในสถานะที่บริษัทจัดการควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
**แนวทางปฏิบัติ**
1. มีขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับมอบหมาย (ทํา due diligence) ว่าผู้รับมอบหมาย
มีความพร้อมด้านระบบงานและบุคลากรเช่นเดียวกับบริษัทจัดการ
1. มีการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้รับมอบหมาย เช่น การประเมินผลการปฏิบัติงาน การรายงานต่อผู้มอบหมาย การตรวจสอบการปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญา และความสามารถในการ
รองรับปริมาณธุรกิจของผู้รับมอบอํานาจ (Concentration risk) เป็นต้น
1. มีแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินที่ผู้รับมอบหมายไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
2. จัดให้มีสัญญาการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีข้อกําหนดในเรื่องต่างๆ อย่างน้อย
ดังต่อไปนี้
1. ข้อจํากัดหรือเงื่อนไขในการมอบหมายช่วง
2. หน้าที่ความรับผิดชอบของคู่สัญญา
3. การรักษาความลับของลูกค้า
4. การประกันความเสียหาย
5. การจัดส่งข้อมูลตามที่บริษัทจัดการ ผู้สอบบัญชี ผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือสํานักงานตามที่ร้องขอ
6. การให้สํานักงานสามารถเข้าตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้รับมอบหมายภายในกําหนดระยะเวลาที่ได้รับแจ้งจากสํานักงาน
7. การแก้ไขกรณีมีข้อพิพาทกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
8. เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา เช่น ผู้รับมอบหมายปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ผลการดําเนินงานไม่เป็นที่น่าพอใจ มีปัญหาเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน เป็นต้น
9. สิทธิของบริษัทจัดการในการเข้าถึงข้อมูลและการตรวจสอบข้อมูล
5. มีมาตรการป้องกันการกระทําที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ทั้งในส่วนของผู้มอบหมาย และในส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้รับมอบหมาย
6. มีการเปิดเผยข้อมูลการมอบหมายงานที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจจัดการลงทุนใน
รายละเอียดโครงการ/สัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล
**3.3.7 การกําหนดแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Contingency Plan)**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีการกําหนดแผนป้องกันและรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือ
เหตุฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร กองทุน และลูกค้า หรือผู้ลงทุน เพื่อลดระดับความเสี่ยง
และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และให้องค์กรสามารถดําเนินธุรกิจที่สําคัญ และจําเป็นในเบื้องต้นได้
**แนวทางปฏิบัติ**
1. จัดทําแผนเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินในด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย
ดังต่อไปนี้
1. ประเมินสถานการณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกที่อาจเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อองค์กร กองทุน และลูกค้าหรือผู้ลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ และมีการจัดลําดับสถานการณ์ตามระดับความ
รุนแรงของปัญหา
1. กําหนดขั้นตอนการแก้ไขในแต่ละสถานการณ์
2. กําหนดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ และผู้มีอํานาจในการตัดสินใจ รวมทั้ง มีรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้ผู้ที่รับผิดชอบทราบ (ตัวอย่าง Call out tree ตามภาคผนวก ข.)
3. มีช่องทางการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ สามารถแจ้งข่าวให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องรับทราบข่าวสารได้โดยเร็ว
4. จัดเตรียมความพร้อมของข้อมูลที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จําเป็นต้องใช้งานเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ
4. มีการทบทวน และปรับปรุงแผนฉุกเฉินให้เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับสถานการณ์
5. มีการทดสอบการปฏิบัติการตามแผนฉุกเฉิน
6. ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ควรมีการดําเนินการ ดังนี้
6.1 มีการสื่อสารแผนการดําเนินงานให้บุคคลภายนอกได้รับทราบ
6.2 มีการบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์ สาเหตุของปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหา
**3.3.8** **การไปใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting)**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องจัดให้มีระบบในการไปใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) แทนกองทุน
เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของกองทุน และส่งเสริมให้บริษัทที่กองทุนได้ลงทุนหรือมีหุ้นมีการ
กํากับดูแลกิจการที่ดี
**แนวทางปฏิบัติ**
1. กําหนดแนวทางในการใช้สิทธิออกเสียงที่ถือว่ามีความชัดเจนและรักษาผลประโยชน์
ที่ดีที่สุดให้แก่กองทุน โดยมีการจัดทําเป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ของบริษัทในเรื่องอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก) บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทจัดการในการดําเนินการใช้สิทธิออกเสียงเป็นผู้ที่มีความรู้และเข้าใจในประเด็นที่จะใช้สิทธิออกเสียง
(ข) ประเด็นที่ควรคํานึงถึงในการตัดสินใจใช้สิทธิออกเสียง เช่น ผลดีและผลเสียที่จะ
เกิดขึ้นกับกองทุน ผลประโยชน์ต่อกองทุนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ออกหุ้นนั้นเป็นสําคัญ ประโยชน์
ที่ดีที่สุดที่กองทุนจะได้รับในกรณีมีการออกเสียงลงมติในประเด็นที่กองทุนซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการมี
ผลประโยชน์ขัดแย้งกันเนื่องจากมีการลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทที่ออกหุ้นนั้น
การดําเนินการเพิ่มเติมในกรณีที่จะใช้สิทธิออกเสียงแตกต่างจากข้อเสนอของฝ่ายบริหารของบริษัทที่
ออกหุ้น เป็นต้น
(ค) หลักปฏิบัติเพื่อให้บุคคลตาม (ก) สามารถใช้สิทธิออกเสียงตามหลักเกณฑ์ใน (ข)
ได้อย่างอิสระในกรณีที่มีประเด็นที่จะใช้สิทธิออกเสียงเพื่อกองทุนนั้นมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
กับบริษัทจัดการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
(ค.1) บุคคลใด ๆ ที่มิใช่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ซึ่งถือหุ้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. บุคคลดังกล่าวที่ถือหุ้นของบริษัทจัดการเกินร้อยละห้าของจํานวนหุ้นที่
จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจัดการ
1. บุคคลดังกล่าวที่ถือหุ้นของบุคคลตาม (1) เกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้น
ที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบุคคลตาม (1)
1. บุคคลดังกล่าวที่บุคคลตาม (1) ถือหุ้นเกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่
จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบุคคลดังกล่าว
(ค.2) บุคคลที่บริษัทจัดการถือหุ้นของบุคคลนั้นอยู่
(ค.3) บุคคลที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลที่มีอํานาจในการจัดการของบริษัทจัดการ
ถือหุ้นเกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบุคคลนั้น ทั้งนี้ บุคคลที่มีอํานาจใน
การจัดการ ได้แก่ กรรมการบริหาร รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อํานวยการฝ่าย และรวมถึงผู้ดํารง
ตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นโดยบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการให้บริการ
ด้านหลักทรัพย์ การปฏิบัติการด้านหลักทรัพย์ การวิจัยด้านหลักทรัพย์หรือตลาดทุน หรือสายงานอื่นใน
ทํานองเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าสายงานนั้นจะปฏิบัติงานเพื่อให้บริการแก่บุคคลอื่นหรือเพื่อประโยชน์ของ
บริษัทจัดการเอง
(ค.4) บุคคลที่ผู้จัดการกองทุนถือหุ้นเกินร้อยละสามสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่าย
ได้แล้วทั้งหมดของบุคคลนั้น
(ค.5) บุคคลที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนของบริษัทจัดการหรือกองทุน
(ค.6) ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเกินร้อยละสิบของจํานวน
หน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น
2. กําหนดเรื่องที่ถือได้ว่าอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อผลประโยชน์ของกองทุนซึ่ง
บริษัทจัดการควรดําเนินการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังต่อไปนี้
1. ฐานะการเงิน ผลการดําเนินงาน การจ่ายเงินปันผล ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์
ที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับหรือต่อมูลค่าหุ้น (Shareholder’s value)
1. การได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินสําคัญ การซื้อขายหรือให้เช่ากิจการ การควบ
หรือรวมกิจการ การจ้างบริหาร และการครอบงํากิจการ
ทั้งนี้ ทรัพย์สินสําคัญตาม (ข) ได้แก่ ทรัพย์สินที่บริษัทได้มาหรือจําหน่ายไปจาก
การตกลงเข้าทํารายการตามที่กําหนดในประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยอนุโลม
(ค) การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการของบริษัท
(ง) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุนของบริษัท เช่น การเพิ่มทุน การลดทุน การไม่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม การปรับโครงสร้างหนี้ และการออกหุ้นกู้ เป็นต้น
(จ) การจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่กรรมการของบริษัท การเสนอขายหลักทรัพย์
แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท
(ฉ) การทําธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้น
และผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้น หรือการทํารายการที่เกี่ยวโยงกัน
ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นตาม (ฉ) ได้แก่ บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 258
(1) ถึง (7) ของผู้ถือหุ้น
(ช) การเปลี่ยนประเภทธุรกิจของบริษัท หรือวัตถุประสงค์ของบริษัท
(ซ) การแก้ไขข้อบังคับของบริษัท
(ฌ) การแต่งตั้งและถอดถอนผู้สอบบัญชีของบริษัท
3. จัดให้มีการตรวจสอบการดําเนินการในการใช้สิทธิออกเสียงที่ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพ
โดยบริษัทจัดการควรจัดให้มีการจัดทําเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรในกําหนดขั้นตอนวิธีการ และ
ระยะเวลาในการตรวจสอบการดําเนินการการใช้สิทธิออกเสียงให้เป็นไปตามแนวทางในการใช้สิทธิ
ออกเสียงที่บริษัทจัดการกําหนด โดยบริษัทจัดการควรกําหนดบุคคลที่มีหน้าที่ตรวจสอบที่เป็นอิสระ
จากหน่วยงานเดียวกับบุคคลที่ดําเนินการใช้สิทธิออกเสียง โดยจัดทํารายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อ
คณะกรรมการบริษัทจัดการ
4. กําหนดวิธีการที่ถือได้ว่ามีความเหมาะสมและมีสาระอย่างเพียงพอในการเปิดเผยแนวปฏิบัติในการใช้สิทธิออกเสียง และการดําเนินการใช้สิทธิออกเสียงต่อผู้ลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงและรับทราบ
ข้อมูลดังกล่าวได้โดยสะดวก เช่น การเปิดเผยข้อมูลทางเว็บไซต์ (Web site) เป็นต้น โดยข้อมูลที่เปิดเผย
ควรมีสาระอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (รายละเอียดตามภาคผนวก ค.)
(ก) แนวทางในการใช้สิทธิออกเสียง
(ข) รายงานสรุปเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงในรอบปีปฏิทิน ซึ่งมีสาระสําคัญเกี่ยวกับ
รายชื่อบริษัทที่มีการใช้สิทธิออกเสียง จํานวนครั้งที่ได้ใช้สิทธิออกเสียง และลักษณะการใช้สิทธิออกเสียง
สนับสนุนหรือคัดค้าน
(ค) รายละเอียดของการใช้สิทธิออกเสียงที่สําคัญ เช่น กรณีที่บริษัทจัดการมีความขัดแย้ง
ทางผลประโยชน์กับบริษัทที่ออกหุ้น หรือกรณีที่บริษัทจัดการมีความเห็นแตกต่างจากฝ่ายบริหารของบริษัท
ที่ออกหุ้น เป็นต้น ทั้งนี้ ควรมีสาระสําคัญเกี่ยวกับรายชื่อบริษัทที่ออกหุ้นที่จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น
และลักษณะการใช้สิทธิออกเสียงสนับสนุนหรือคัดค้านพร้อมทั้งเหตุผล
1. **การปฏิบัติการของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องจัดให้มีระบบงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ ซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบันของข้อมูลสมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ การนําส่งเงินเข้ากองทุนสํารองเลี้ยงชีพและการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพได้อย่างถูกต้องและตรงตามกําหนดเวลา รวมทั้งมีระบบงานการเงินและระบบบัญชีกองทุนที่มีประสิทธิภาพสามารถตรวจสอบความถูกต้องในการปฏิบัติงานได้
**แนวทางปฏิบัติ**
1. จัดให้มีระบบการปฏิบัติงานทะเบียนสมาชิกกองทุน อันได้แก่
1.1 ระบบการควบคุมภายในของงานด้านทะเบียนสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ (Fund administrator) ที่มีความเพียงพอที่จะให้มั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานจะเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และ
รัดกุม โดยควรคํานึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้
1.1.1 *การจัดเก็บเอกสารและข้อมูล*
(1) มีระบบการจัดเก็บเอกสารเกี่ยวกับการนําส่งเงินเข้ากองทุน วันคํานวณ
จํานวนหน่วย (Trade date) และการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกที่ง่ายต่อการค้นหา มีความปลอดภัยจากผู้ที่ไม่
เกี่ยวข้อง มีการควบคุมการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสาร และอยู่ในสภาพที่ผู้ใช้งาน และบุคคลที่
เกี่ยวข้องสามารถเรียกใช้งานได้ ภายใน 10 วันทําการ
(2) จัดเก็บเอกสาร/ข้อมูลในรูปแบบอื่นเกี่ยวกับการนําส่งเงินเข้ากองทุน
วันคํานวณจํานวนหน่วย (Trade date) และการจ่ายเงินให้แก่สมาชิกไว้ทุกครั้ง เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทั้งนี้ ในกรณีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอื่นควรสามารถเรียกดูข้อมูลในการจัดเก็บนั้นได้ด้วย
(3) มีระบบสํารองข้อมูล (Backup) และมีมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
เพื่อให้สามารถให้บริการได้โดยไม่หยุดชะงักนานเกินสมควร
1.1.2 *การรักษาความปลอดภัยของเอกสารและข้อมูล*
มีระบบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเอกสารที่เพียงพอ เช่น กําหนด
ให้การเข้าออกพื้นที่เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
1.1.3 *การดูแลสายการปฏิบัติงาน*
(1) จัดให้มีระบบการสอบยันการปฏิบัติงานระหว่างบุคลากรภายในฝ่ายงานที่
เกี่ยวข้อง (Maker & checker)
(2) มีการกําหนดหน้าที่ที่ชัดเจนของบุคคลในการปฏิบัติงาน
(3) มีการทําคู่มือการปฏิบัติงาน (Work procedure) ให้พนักงานใช้อ้างอิง และมี
การฝึกอบรมพนักงานใหม่ให้สามารถปฏิบัติงานได้ ในกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคู่มือ ควรมีการสื่อสาร
การเปลี่ยนแปลงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งควบคุมให้มีการปฏิบัติตาม
(4) มีการปรับปรุงขั้นตอนการทํางาน เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานขึ้น
และบันทึกถึงความผิดพลาดนั้น พร้อมทั้งแนวทางป้องกัน
1.2 ระบบการปฏิบัติงานทะเบียนสมาชิกกองทุน ประกอบด้วยงานใน 3 ด้าน ดังต่อไปนี้
1.2.1 *การนําส่งเงินเข้ากองทุน*
(1) มีการควบคุมการนําส่งเงินเข้ากองทุน
(ก) โดยที่กฎหมายกําหนดให้นายจ้างนําส่งเงินเข้ากองทุนภายใน 3 วัน
ทําการถัดจากวันที่จ่ายค่าจ้าง ดังนั้นภายในวันทําการถัดจากวันที่กฎหมายกําหนดให้นายจ้างต้องนําส่งเงินเข้ากองทุน บริษัทจัดการควรทราบทุกครั้งว่านายจ้างมีการนําเงินเข้ากองทุนหรือไม่ หากนายจ้างไม่ได้ส่งเงินเข้ากองทุนภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจัดการควรติดตามให้นายจ้างนําส่งเงินเข้ากองทุนไม่ช้ากว่าวันทําการถัดไป รวมทั้งติดตามให้นายจ้างนําเงินเข้ากองทุนตามสมควร พร้อมทั้งบันทึกการติดตามที่สามารถอ้างอิงตัวบุคคลที่ติดต่อไว้เป็นหลักฐานด้วย สําหรับเงินที่นายจ้างจะต้องนําส่งเข้ากองทุนประกอบด้วย
(ก.1) เงินสะสมและสมทบเข้ากองทุน
(ก.2) เงินเพิ่มของนายจ้างกรณีที่นายจ้างส่งเงินเข้ากองทุนล่าช้า
(ข) มีระบบและมาตรการควบคุมความถูกต้องของวันคํานวณจํานวนหน่วย
(Trade date) ของสมาชิกแต่ละรายอย่างเพียงพอ เช่น มีการสอบทานความถูกต้องของ trade date ของ
แต่ละกองทุนภายในวัน trade date นั้น ๆ และมีการระบุวันที่รับเอกสารประกอบการนําส่งเงินเข้ากองทุนของนายจ้าง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการใช้ trade date เป็นต้น
(2) การตรวจสอบความถูกต้องของจํานวนเงินนําส่ง
1. ภายในวันทําการถัดจาก Trade date บริษัทจัดการควรทราบและสามารถตรวจสอบความไม่ถูกต้องของการบวกจํานวนเงินที่นําส่งรายสมาชิกเพื่อให้ได้ยอดรวมของจํานวนเงินนําส่งเข้ากองทุน รวมทั้งแยกแยะได้ว่าเงินนําส่งเป็นของสมาชิกรายใด : รายปัจจุบัน รายใหม่ รวมทั้งสมาชิกที่ไม่ได้นําส่งเงินเข้ากองทุน
2. กรณีที่มีการตรวจพบความผิดปกติของเงินนําส่ง บริษัทจัดการควรสอบถามนายจ้างทันทีเพื่อให้ได้คําตอบที่ชัดเจน และติดตามจนกว่านายจ้างจะดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
หากเป็นกรณีที่นายจ้างไม่นําส่งเงินของสมาชิกรายใดเนื่องจากสมาชิกสิ้นสมาชิกภาพ บริษัทจัดการควรแจ้งและติดตามนายจ้างจนกว่านายจ้างจะได้แจ้งรายละเอียดการสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิกดังกล่าว เพื่อให้บริษัทจัดการสามารถจ่ายเงินให้สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดต่อไป และบันทึกการดําเนินการไว้เป็นหลักฐานด้วย
1. ทะเบียนสมาชิกกองทุนและการจัดสรรเงินนําส่งและผลประโยชน์ของสมาชิก
รายตัว
(1) ฐานข้อมูลสมาชิกรายตัวและการคํานวณเงินในกองทุน
(ก) มีการจัดทําฐานข้อมูลสมาชิกรายตัวที่ครบถ้วนถูกต้อง และเป็น
ปัจจุบัน ซึ่งสามารถแยกได้ถึงจํานวนเงินนําส่งของสมาชิกแต่ละรายอย่างชัดเจน โดยอย่างน้อยควรมี
ข้อมูลดังต่อไปนี้
(ก.1) ชื่อกองทุน
(ก.2) ชื่อนายจ้าง
(ก.3) ชื่อหรือรหัสสมาชิก
(ก.4) วันคํานวณจํานวนหน่วย (Trade date)
(ก.5) จํานวนเงินนําเข้ากองทุน
(ข) สามารถคํานวณแยกเป็นยอดเงินสะสม เงินสมทบ ผลประโยชน์ของ
เงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบดังกล่าวรายสมาชิก ณ วันที่ตกลงกันได้อย่างถูกต้องครบถ้วนภายในวันทําการถัดไปนับจากวันที่ตกลงกัน โดยอาจมีค่าใช้จ่ายตามสมควร
(ค) สามารถจัดทํารายงานรายตัวสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพได้ทุก
Transaction พร้อมทั้งรายละเอียดการคํานวณจํานวนเงินนําส่ง และการจัดสรรจํานวนหน่วย มูลค่า
ต่อหน่วยตามที่สมาชิกร้องขอเป็นรายกรณี โดยอาจมีค่าใช้จ่ายตามสมควรได้ภายในวันที่มีการตกลงไว้
กับสมาชิก เพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเงินนําส่งเข้ากองทุนได้
(2) การเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยให้แก่สมาชิก
(ก) มีข้อตกลงที่ชัดเจนระหว่างบริษัทจัดการกับคณะกรรมการกองทุน
เกี่ยวกับกําหนดวันคํานวณจํานวนหน่วย (Trade date) ของแต่ละกองทุน ซึ่งการกําหนดวัน trade date
ควรคํานึงถึงการจัดสรรหน่วยสําหรับรายการเงินเข้าหรือออกจากกองทุนอย่างถูกต้อง และสะท้อนถึงราคาตลาดของทรัพย์สินที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด แต่ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง
(ข) มีการกําหนดเวลาในการปิดรับเอกสารและแจ้งให้คณะกรรมการ
กองทุนทราบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเอกสารที่ส่งมาครบถ้วนได้ทันใช้ในการคํานวณ ใน trade date ที่จะถึงเร็วที่สุด
1. มีเอกสาร/ข้อมูลที่แสดงได้ว่า การเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วยให้แก่
สมาชิกมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนด หรือข้อตกลงใด ๆ ระหว่าง
บริษัทจัดการกับคณะกรรมการกองทุน
1. มีการสอบทานความถูกต้องของการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วย และ
กรณีพบความผิดพลาดในการเพิ่มหรือลดจํานวนหน่วย ให้ดําเนินการแก้ไขในทันทีที่พบความผิดพลาดดังกล่าว และบันทึกสาเหตุความผิดพลาดและการดําเนินการแก้ไขนั้นไว้ด้วย เพื่อให้เงินในกองทุนของสมาชิกมีความถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนดหรือข้อตกลงใด ๆ ระหว่างคณะกรรมการกองทุนกับบริษัทจัดการ
1.2.3 *การจ่ายเงินให้กับสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ*
(1) การตรวจสอบข้อมูลเพื่อการจ่ายเงิน
(ก) มีข้อมูลประกอบการจ่ายเงินตามที่ข้อบังคับกองทุนกําหนดอย่างถูกต้อง
และเพียงพอ โดยในรายการที่กําหนดให้คณะกรรมการกองทุนแจ้งการสิ้นสมาชิกภาพ ควรมีรายการ
อย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก.1) ชื่อและรหัสสมาชิก
(ก.2) วันที่เข้าทํางานกับนายจ้างปัจจุบัน/วันที่เป็นสมาชิกกองทุน
(ก.3) วันที่ออกจากงานกับนายจ้างปัจจุบัน/วันที่สิ้นสมาชิกภาพ
(ก.4) เหตุที่สิ้นสมาชิกภาพ
(ก.5) ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพหรือ
ผู้รับประโยชน์ ที่สามารถติดต่อได้โดยสะดวก (เฉพาะกรณีสมาชิกขอคงเงินไว้ในกองทุน)
(ก.6) อัตราจ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์
(ก.7) เหตุผลกรณีไม่จ่ายเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ
(ก.8) งวดสุดท้ายที่นําส่งเงิน
(ก.9) วิธีการจ่ายเงิน ซึ่งควรเป็นไปตามข้อบังคับกองทุน
(ข) มีการตรวจสอบลายมือชื่อกรรมการกองทุนในหนังสือแจ้งการสิ้น
สมาชิกภาพจากคณะกรรมการกองทุนเทียบกับแบบลายมือชื่อที่คณะกรรมการกองทุนได้ให้ไว้กับ
บริษัทจัดการว่ามีอํานาจลงนามหรือไม่ทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกรรมการที่แจ้งสิ้นสมาชิกภาพเป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม
1. ปรับปรุงข้อบังคับให้เป็นปัจจุบัน และควรจัดเก็บข้อบังคับ และเอกสาร
ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินให้แก่สมาชิก
(2) การคํานวณจํานวนเงินที่จะจ่ายให้สมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ
(ก) ตรวจสอบข้อมูลประกอบการคํานวณจ่ายเงินให้ถูกต้องครบถ้วน
ตามหลักเกณฑ์ที่ข้อบังคับกองทุนกําหนด หากมีข้อสงสัยในข้อมูลหรือหลักเกณฑ์ที่ข้อบังคับกองทุนกําหนดแม้เพียงประเด็นเล็กน้อย บริษัทจัดการควรสอบถามคณะกรรมการกองทุนทันทีเพื่อให้ได้
ความชัดเจน
(ข) กรณีมีการตรวจพบว่าการจ่ายเงินไม่ถูกต้อง ให้เร่งดําเนินการแก้ไข
ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนดหรือข้อตกลงใด ๆ ระหว่างคณะกรรมการกองทุนกับ
บริษัทจัดการ และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
(3) การควบคุมให้มีการจ่ายเงินภายใน 30 วันนับแต่วันที่สมาชิกสิ้น
สมาชิกภาพ โดยบริษัทจัดการบันทึกรายละเอียดการนําส่งเอกสารการจ่ายเงินให้คณะกรรมการกองทุนภายในวันที่มีการนําส่งเอกสารดังกล่าว ซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วย ชื่อและรหัสสมาชิก เลขที่เอกสารการจ่ายเงิน จํานวนเงิน วันที่ในเอกสารการจ่ายเงิน เพื่อสามารถตรวจสอบว่าได้จ่ายเงินอย่างถูกต้องให้กับสมาชิกที่สิ้นสมาชิกภาพ รวมทั้งมีหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าบริษัทจัดการนําส่งเอกสารการจ่ายเงินให้ คณะกรรมการกองทุนแล้ว
(4) การควบคุมการรับเงินของสมาชิกหรือผู้รับประโยชน์
(ก) มีการตรวจสอบการรับเงินของสมาชิก/ผู้รับประโยชน์ เพื่อให้แน่ใจ
ว่าสมาชิกได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว กรณีบริษัทจัดการมีการจ่ายเป็นเช็คควรมีการ Reconcile บัญชีเช็ค
อย่างน้อยเดือนละครั้ง และให้เสร็จสิ้นภายในเดือนถัดไป
(ข) มีทะเบียนคุมเช็คคงค้าง เพื่อสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเช็ค
ที่ยังไม่ได้ขึ้นเงิน
2. จัดให้มีระบบบัญชีกองทุน อันได้แก่
1.1 ระบบการคํานวณมูลค่าต่อหน่วยและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และ
1.2 ระบบการจัดทําบัญชีทรัพย์สินเพื่อแสดงรายการและจํานวนทรัพย์สินของกองทุน
ตลอดจนการบันทึกรายการรับหรือจ่ายทรัพย์สินของกองทุน และการจัดทํางบการเงิน
**3.4 ระบบการกํากับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance function)**
**วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีระบบในการควบคุมดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการจัดการ
ลงทุน และงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประกาศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีการ
กําหนดแผนการตรวจสอบประจําปี วิธีการในการควบคุมดูแลและตรวจสอบอย่างชัดเจน ซึ่งผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวจะต้องมีความเป็นอิสระ มีการกําหนดขั้นตอน วิธีการและระยะเวลาอย่างชัดเจนในการรายงานผลการตรวจสอบไปยังคณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการอื่นที่ได้รับมอบหมายจาก
คณะกรรมการบริษัท เช่น Audit Committee โดยตรง เพื่อให้เป็นไปตามหลักการ check and balance
ที่ดี รวมทั้งมีหลักเกณฑ์และวิธีการในการป้องกันข้อผิดพลาดจากการดําเนินงานที่ไม่เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ ประกาศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
**แนวทางปฏิบัติ**
1. จัดให้มีคู่มือการปฏิบัติงาน โดยมีการจัดทําให้เป็นปัจจุบัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวควรมีการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และถือปฏิบัติโดยไม่ชักช้า
1. จัดให้มีแผนการตรวจสอบ (Audit plan) ประจําปี โดยควรจะระบุผู้รับผิดชอบ และ
ระยะเวลาในการตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าเมื่อไร และอย่างไร เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกไตรมาส เป็นต้น
1. มีการกํากับดูแลและการตรวจสอบที่ครอบคลุมในเรื่องต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
2. การปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบาย และแผนงานของบริษัท
3. การเสนอนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการ / ความคาดหวัง ข้อจํากัด และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของลูกค้า
4. การเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail fund)
5. การรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนให้อยู่ภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน
6. การระบุและตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า และการรายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัย
ตามแนวปฏิบัติของสํานักงานเกี่ยวกับการจัดระบบงานบริหารความเสี่ยงในการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์
เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
3.6 การลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน อัตราส่วนการลงทุน ตามที่กําหนดในโครงการ สัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งตามที่กฎหมายกําหนด
1. การบริหารความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน (Portfolio Management Risk)
2. การดํารงสภาพคล่องของกองทุนให้สอดคล้องกับนโยบายการรับซื้อคืนของกองทุน/การสิ้นสมาชิกภาพของสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ
3. การลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ได้แก่
(1) การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดย
วิธีอื่นเพื่อเป็นทรัพย์สินของบริษัทจัดการ (Proprietary trading)
1. การทําธุรกรรมเพื่อกองทุนกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (Affiliated transactions)
2. การซื้อขายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นของพนักงานของบริษัทจัดการ (Staff dealing)
3. การรับผลประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทนายหน้า (Soft commissions)
4. การวิเคราะห์หลักทรัพย์ และการตัดสินใจเลือกหลักทรัพย์
5. การส่งคําสั่งซื้อขาย และการจัดสรรหลักทรัพย์ระหว่างกองทุน
6. การจัดทําโฆษณา ประชาสัมพันธ์
7. การคํานวณมูลค่ายุติธรรมของตราสาร และการประกาศ NAV
8. การบันทึกบัญชีการทํารายการธุรกรรมต่างๆ ของกองทุน และการ คิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
9. การแก้ไขโครงการ และตรวจสอบความถูกต้องในกรณีที่ต้องขอมติจาก ผู้ถือหน่วย
10. การใช้สิทธิออกเสียงเพื่อกองทุน (Proxy voting)
11. การมอบหมายงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการจัดการลงทุนให้ผู้อื่น
12. การควบคุมดูแลให้ผู้จัดการกองทุนปฏิบัติตามจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
13. การจัดทําและจัดส่งรายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
14. มีหลักเกณฑ์ และวิธีการในการป้องกันและแก้ไขข้อผิดพลาด การทุจริต ฉ้อฉล หลอกลวงผู้ลงทุน รวมถึงการปกป้องสิทธิประโยชน์ของลูกค้า
15. จัดทํารายงานการดูแลการปฏิบัติงานประจําปี (Annual compliance report) และ
ข้อเสนอแนะต่อฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท โดยรายงานดังกล่าวควรครอบคลุมอย่างน้อย
ในเรื่องดังต่อไปนี้
5.1 เรื่องที่ตรวจสอบ
5.2 วิธีการในการตรวจสอบ
5.3 ระยะเวลาที่ตรวจสอบ
5.4 ผลการตรวจสอบ
5.5 การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
5.6 การป้องกันปัญหาการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจรรยาบรรณและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ
1. รายงานการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ประกาศ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ตลอดจน
จรรยาบรรณในการจัดการลงทุน ซึ่งมีความร้ายแรงและมีผลกระทบต่อชื่อเสียง และการดําเนินงานของบริษัทจัดการให้สํานักงานโดยเร็ว
1. ผู้ทําหน้าที่ดูแลการปฏิบัติงานดังกล่าวมีส่วนร่วมในการพิจารณากําหนดโทษผู้ที่กระทําผิด
2. มีศูนย์กลางในการศึกษา รวบรวมระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่
เกี่ยวข้อง และเป็นที่ปรึกษาด้านกฎระเบียบต่างๆ
1. จัดให้มีการอบรมพนักงานให้รับทราบ และเข้าใจถึงจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
2. มีศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียน การติดตามแก้ไขเรื่องร้องเรียน และการระงับ
ข้อพิพาทโดยวิธีการอนุญาโตตุลาการ
**3.5 ระบบการจัดทําและจัดเก็บเอกสารหลักฐาน**
###
####
#####
##### **วัตถุประสงค์**
บริษัทจัดการต้องมีระบบในการจัดทําหรือบันทึกข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อสามารถนําไปใช้ในการตรวจสอบว่าการประกอบธุรกิจจัดการลงทุนมีการปฏิบัติที่
เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและข้อผูกพันตามรายละเอียดของโครงการหรือสัญญามอบหมายการ
จัดการกองทุนส่วนบุคคล รวมทั้งมีหลักปฏิบัติที่แสดงให้เห็นว่ามีการจัดเก็บรักษาข้อมูลหรือเอกสาร
หลักฐานอย่างปลอดภัย โดยสามารถเรียกใช้ได้โดยสะดวก
**แนวทางปฏิบัติ**
1.มีการจัดทําหรือบันทึกข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงานของ
กองทุน/ลูกค้าอย่างถูกต้องและครบถ้วน โดยควรจัดทําเอกสารอย่างน้อยครอบคลุมในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) การเปิดบัญชีลูกค้า/การทําสัญญาการจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยเป็นการจัดทํา
ข้อมูลเพื่อทําความรู้จักลูกค้า(Know Your Customer) และการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่ง
รวมทั้งการแก้ไข/ปรับปรุงข้อมูลลูกค้าให้เป็นปัจจุบันด้วย โดยการจัดทําและเก็บเอกสารหลักฐานกรณี
ดังกล่าวควรให้มีความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของสํานักงานเกี่ยวกับการจัดระบบงานบริหารความเสี่ยง
ในการใช้บริการธุรกิจหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
(2) การให้คําแนะนํา/การเสนอนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตุประสงค์การลงทุนและความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ (Suitability)
(3) การรับคําสั่งซื้อขายหน่วยลงทุน/การเพิ่มลดเงินทุนของกองทุนส่วนบุคคล
(4) การดูแลรักษาทรัพย์สินของกองทุน
1. การวิเคราะห์หลักทรัพย์สําหรับใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมทั้งเหตุผลการ
ลงทุน
(6) การส่งคําสั่งซื้อขายและใบยืนยันการซื้อขายหลักทรัพย์ ทรัพย์สิน และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลการซื้อขายที่มีลายเซ็นผู้มีอํานาจในการแก้ไขหรือปรับปรุง ตรวจสอบความถูกต้องก่อนและหลังการแก้ไข
(7) การจัดสรรหลักทรัพย์ ทรัพย์สิน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้กองทุนทั้งก่อนและ
หลังการส่งคําสั่ง
(8) การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายของแต่ละกองทุน
รวมทั้งการกระทบยอดกับผู้ดูแลผลประโยชน์/ผู้รับฝากทรัพย์สิน
(9) การคํานวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน/ลูกค้า (NAV) มูลค่าทรัพย์สินต่อหน่วย ราคาขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวมทั้งการจัดทําบันทึกในกรณีเกิด incorrect pricing
(10) การขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อแก้ไขโครงการเพิ่มเติม และการขอความเห็นชอบจากลูกค้ากรณีที่เป็นการจัดการที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของกองทุนส่วนบุคคล
(11) การจ่ายเงินปันผล
(12) การคํานวณผลการดําเนินงานของกองทุน
(13) การไปใช้สิทธิออกเสียงแทนกองทุนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของกองทุน (Proxy voting)
(14) ข้อผูกพันหรือข้อสัญญาระหว่างกองทุนและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การมอบหมายการจัดการ
(15) การกํากับดูแลการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ การจัดทําข้อมูลที่กล่าวข้างต้นควรจัดทําเป็นลายลักษณ์อักษรโดยหมายรวมถึง
ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผ่านการสอบทานและรับรองความถูกต้องโดยผู้ควบคุมที่รับผิดชอบด้วย
2. มีการจัดเก็บเอกสารของลูกค้าที่ง่ายต่อการค้นหาเมื่อต้องการใช้ มีความปลอดภัยจาก
ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง มีการควบคุมการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสาร และอยู่ในสถานที่ที่ผู้ใช้งาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเรียกใช้งานได้โดยเร็ว ในกรณีที่มีการจัดเก็บในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้มีระบบสํารองข้อมูล (Back up) รวมทั้งมีมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้การดําเนินงานหยุดชะงักเกิน
สมควร
3. การจัดเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในรูปเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ให้เก็บรักษาให้ครบถ้วนอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการทํารายการหรือธุรกรรมตาม