法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
33
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

และมีมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๒

และเพื่ออนุวัตตามความในมาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๓๑ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ กรมสรรพสามิต จึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ของกลาง” หมายความว่า สินค้า วัตถุใด ๆ

หรือทรัพย์สินซึ่งได้ยึดมาอยู่ในความคุ้มครองของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตโดยอำนาจแห่งกฎหมายในหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต

หรือตามกฎหมายอื่นที่กรมสรรพสามิตได้รับมอบอำนาจให้มีหน้าที่ดำเนินการ

และเป็นของที่จะต้องนำส่งกรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีจนกว่าคดีถึงที่สุด

หรือเพื่อจัดการอย่างอื่นตามหน้าที่ราชการของกรมสรรพสามิต

“สถานที่เก็บรักษาของกลาง” หมายความว่า

สถานที่ใช้เก็บของกลางหรือคลังเก็บของกลางซึ่งตั้งอยู่ ณ กรมสรรพสามิต

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาและให้หมายความรวมถึงสถานที่อื่นซึ่งได้รับอนุมัติให้ใช้เป็นสถานที่เก็บของกลาง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัย

ชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด

เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามระเบียบดังนี้

๕.๑ เจ้าหน้าที่ตรวจรับของกลาง

๕.๑.๑ ในกรมสรรพสามิต

ให้ข้าราชการในส่วนพิสูจน์และจัดการของกลางสำนักกฎหมาย

ทำหน้าที่ตรวจรับของกลางจากผู้นำส่งแต่ละครั้งและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับของกลางรับผิดชอบในการดูแลรักษาของกลางก่อนนำส่งคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

๕.๑.๒ ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

ให้ข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

ทำหน้าที่ตรวจรับของกลางจากผู้นำส่งแต่ละครั้งและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับของกลางรับผิดชอบในการดูแลรักษาของกลางก่อนนำส่งคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

๕.๑.๓

ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ให้ข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ทำหน้าที่ตรวจรับของกลางจากผู้นำส่งแต่ละครั้งและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับของกลางรับผิดชอบในการดูแลรักษาของกลางก่อนนำส่งคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

๕.๒ คณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

๕.๒.๑ ในกรมสรรพสามิต ประกอบด้วย

(๑) ผู้อำนวยการส่วนพิสูจน์และจัดการของกลาง

สำนักกฎหมายเป็นประธานกรรมการ

(๒) ข้าราชการในส่วนพิสูจน์และจัดการของกลาง

สำนักกฎหมายซึ่งผู้อำนวยการสำนักกฎหมายแต่งตั้ง อย่างน้อย ๒ คน เป็นกรรมการ

โดยให้กรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

๕.๒.๒

ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

ซึ่งสรรพสามิตพื้นที่แต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ

(๒) ข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

ซึ่งสรรพสามิตพื้นที่แต่งตั้งอย่างน้อย ๒ คน เป็นกรรมการ

โดยให้กรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

๕.๒.๓

ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ประกอบด้วย

(๑) หัวหน้างานจัดเก็บภาษี

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาหรือข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ซึ่งสรรพสามิตพื้นที่สาขาแต่งตั้ง เป็นประธานกรรมการ

(๒) ข้าราชการในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ซึ่งสรรพสามิตพื้นที่สาขาแต่งตั้ง อย่างน้อย ๒ คน เป็นกรรมการ

โดยให้กรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

๕.๓ คณะกรรมการขายทอดตลาด

๕.๓.๑ ในกรมสรรพสามิต ประกอบด้วย

(๑) ผู้อำนวยการส่วนคดี

สำนักกฎหมาย หรือผู้แทน เป็นประธานกรรมการ

(๒) ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและระเบียบ

สำนักกฎหมาย หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(๓) ผู้อำนวยการส่วนอุทธรณ์

สำนักกฎหมาย หรือผู้แทน เป็นกรรมการ

(๔) ผู้อำนวยการส่วนพิสูจน์และจัดการของกลาง

สำนักกฎหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ

๕.๓.๒

ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ประกอบด้วย

(๑) สรรพสามิตพื้นที่

เป็นประธานกรรมการ

(๒) หัวหน้าฝ่ายบริหารการจัดเก็บภาษี

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เป็นกรรมการ

(๓) หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

เป็นกรรมการและเลขานุการ

๕.๓.๓

ในเขตสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ประกอบด้วย

(๑) สรรพสามิตพื้นที่สาขา

เป็นประธานกรรมการ

(๒) หัวหน้างานปราบปราม

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาหรือผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่ง เป็นกรรมการ

(๓) หัวหน้างานจัดเก็บภาษี

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาหรือผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่ง เป็นกรรมการและเลขานุการ

หมวด

การตรวจรับ

และเก็บรักษาของกลาง

ส่วนที่

การตรวจรับ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการตรวจรับของกลาง

ต้องมีเอกสารประกอบการนำส่ง ดังต่อไปนี้

๖.๑ หนังสือนำส่งของกลางจากหน่วยงานนำส่ง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนให้จัดทำบันทึกการนำส่งของกลาง

ตามแบบ ขก. ๑ ท้ายระเบียบนี้ แล้วส่งหนังสือนำส่งของกลางต้นฉบับภายในวันทำการถัดไป

๖.๒ บัญชีของกลางตามที่ปรากฏในสำนวนคดี (ถ้ามี)

๖.๓ สำเนารายงานการตรวจพิสูจน์จากต้นเรื่อง (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการตรวจรับของกลาง

ให้ผู้มีหน้าที่ถือปฏิบัติดังนี้

๗.๑ ตรวจรับของกลางในคดีที่มีผู้นำส่งของกลางแต่ละครั้ง

๗.๒

ทำการตรวจรับของกลางต่อหน้าผู้นำส่งแล้วบรรจุภาชนะหีบห่อโดยทำการผูกเชือกหรือคาดเชือกหรือทำเครื่องหมาย

และจัดทำใบแสดงรายละเอียดของกลางพร้อมทั้งลงชื่อกำกับไว้ที่ภาชนะ

เว้นแต่ของกลางที่ไม่สามารถบรรจุหีบห่อได้ ให้ทำเครื่องหมายและลงชื่อกำกับไว้

โดยปิดไว้ที่ของกลาง

๗.๓ จัดทำบันทึกการตรวจรับของกลางเพื่อเก็บรักษาตามแบบ ขก. ๒ ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บันทึกการตรวจรับของกลางเพื่อเก็บรักษาตามแบบ

ขก. ๒ ให้จัดทำขึ้นจำนวน ๓ ฉบับ ฉบับแรกเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ฉบับที่สองมอบให้ผู้นำส่ง ฉบับที่สามเก็บรวมไว้ในภาชนะหีบห่อบรรจุของกลาง

ส่วนที่

การเก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นอกจากจะมีกฎหมายบังคับเป็นอย่างอื่นแล้ว

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางถือปฏิบัติในการจัดเก็บรักษาของกลางดังนี้

๙.๑ การเก็บรักษาของกลางของกรมสรรพสามิต

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ให้เก็บรักษาของกลางไว้ในสถานที่เก็บรักษาของกลางและรวมถึงสถานที่อื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

หรือสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี ให้ใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาของกลาง

๙.๒ หากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

เห็นว่าไม่สมควรเก็บรักษาของกลางไว้ในสถานที่เก็บรักษาของตนเอง

เนื่องจากความไม่ปลอดภัย หรือเสี่ยงต่อความเสียหาย ให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

สามารถนำของกลางส่งไปเก็บรักษาในสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

โดยให้จัดทำหนังสือนำส่งพร้อมชี้แจงเหตุผลของความจำเป็นที่ไม่สามารถเก็บรักษาเองได้

(๒) สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่มีความประสงค์จะนำของกลางส่งไปเก็บรักษาในกรมสรรพสามิต

ให้ดำเนินการขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางกรมสรรพสามิต

มีอำนาจเก็บรักษาและจัดการของกลางต่อไป

๙.๓ ในกรณีของกลางเป็นของใหญ่โต หรือในกรณีอื่นใด

ซึ่งคณะกรรมการเก็บรักษาของกลางไม่สามารถจะเก็บรักษาของกลางไว้

และจำเป็นจะต้องจ้างผู้เก็บรักษาแทน ก็ให้มีอำนาจจัดจ้างผู้เก็บรักษาของกลางแทนได้

โดยให้ขออนุมัติต่อผู้อำนวยการสำนักกฎหมายหรือสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี

และดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

๙.๔ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

กำหนดให้ผู้กระทำผิด ตามมาตรา

๒๐๓ (๑) หรือ (๒) หรือมาตรา ๒๐๔ (๑) หรือ (๒) ชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจะนำ

ของกลางส่งให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางเก็บรักษาไว้ก่อนถึงเวลาที่กำหนดไว้ก็ได้

และให้ดำเนินการตามข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ แห่งระเบียบนี้

การคืนของกลางตามวรรคแรก เมื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

มีหนังสือแจ้งการคืนของกลาง ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางดำเนินการตามข้อ ๑๕ แห่งระเบียบนี้

โดยอนุโลม

๙.๕

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางจัดทำทะเบียนของกลางและบัญชีของกลางในคดีอาญา (ส.ส. ๑/๓๖) รวมทั้งหมายเลขกำกับของกลางแต่ละรายการให้เรียบร้อย

โดยแยกเป็นบัญชีของกลางที่เสร็จคดีแล้ว

และบัญชีของกลางที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีออกจากกันให้ชัดเจน

๙.๖ คณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

ต้องเก็บรักษาของกลางไว้ในสถานที่ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ด้วยความระมัดระวัง

ทั้งต้องรักษาของกลางให้อยู่ในสภาพเดิมเท่าที่สามารถจะรักษาไว้ได้

และต้องตรวจตราอยู่เสมอตลอดเวลาที่จะต้องส่งมอบรับมอบต่อกัน

หมวด

การจัดการของกลาง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ของกลางในคดีกระทำผิดพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐

๑๐.๑ ของกลางซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำ

ความผิดหรือมีไว้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางดำเนินการขออนุมัติทำลายต่ออธิบดี

เพื่อให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางมีอำนาจที่จะทำลายของกลางนั้น

เว้นแต่เพื่อประโยชน์ทางราชการจะดำเนินการโดยวิธีอื่น ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี

๑๐.๒

ของกลางซึ่งสามารถนำออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นได้ ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางดำเนินการขออนุมัติต่ออธิบดี

เพื่อให้คณะกรรมการขายทอดตลาดนำของกลางออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นได้

เมื่อเสร็จคดีแล้ว ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ศาลพิพากษาสั่งริบเป็นของกรมสรรพสามิต

และคดีถึงที่สุดแล้ว

(๒)

พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือศาลไม่พิพากษาให้ริบ และผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ขอรับคืนภายในกำหนด ๑๒๐ วัน

นับแต่วันที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่กรณี

ซึ่งของกลางนั้นตกเป็นของกรมสรรพสามิตแล้ว

(๓) ของกลางในคดีที่มีผู้นำส่ง

และจากพยานหลักฐานปรากฏว่า ในขณะที่ยึดไม่ปรากฏตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

และไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของเพื่อขอรับคืนภายในกำหนด ๑๘๐ วัน นับแต่วันยึด

ซึ่งของกลางนั้นตกเป็นของกรมสรรพสามิตแล้ว

(๔) เมื่อผู้กระทำผิดตามมาตรา ๒๐๓

(๑) หรือ (๒) หรือมาตรา

๒๐๔ (๑) หรือ (๒) ไม่ยอมชำระภาษีสำหรับของกลางในคดีนั้นภายในเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดอธิบดีมีอำนาจสั่งให้นำสินค้านั้นออกขายทอดตลาดได้

(๕) ตกเป็นของกรมสรรพสามิตด้วยเหตุอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลางเห็นว่าของกลางที่มีผู้นำส่งให้เก็บรักษาระหว่างคดีเป็นของเสียได้ง่าย

หรือถ้าเก็บรักษาไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือจะเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาเกินค่าของกลางนั้น

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางดำเนินการขออนุมัติต่ออธิบดี

เพื่อให้คณะกรรมการขายทอดตลาดนำของกลางออกขายทอดตลาดก่อนถึงกำหนดเวลาตามข้อ ๑๐.๒ (๒) และข้อ ๑๐.๒ (๓) ได้

ส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้ยึดไว้แทนของกลาง

และนำส่งฝากเก็บรักษาไว้ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดของกลาง

หรือขายโดยวิธีอื่น

เมื่อได้หักไว้เป็นเงินสินบนและเงินรางวัลตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ให้นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดินต่อไป

สำหรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ตามข้อ ๑๐.๒ (๔) ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดหักใช้เป็นค่าเก็บรักษา

ค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาด

และค่าภาษีตามลำดับและถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใดให้แจ้งให้เจ้าของสินค้าหรือของกลางนั้นมารับคืน

หากไม่มารับคืนภายใน ๑ ปี

นับแต่วันแจ้งให้เงินนั้นตกเป็นของแผ่นดินและให้คณะกรรมการขายทอดตลาดนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

ทั้งนี้หากไม่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้ให้หักเพื่อการใด

ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ก่อนดำเนินการขออนุมัติทำลายของกลาง

หรือขออนุมัติขายทอดตลาดของกลางหรือขายโดยวิธีอื่น

ให้ทำการตรวจสอบคุณภาพของกลางโดยคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

และผู้มีอำนาจตรวจพิสูจน์ของกลางตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์ของกลาง พ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๑ คน

และให้บันทึกการตรวจสอบคุณภาพไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการเก็บรักษาของกลางได้เก็บรักษาของกลางที่มีผู้ยึดและนำส่งไว้ซึ่งต่อมาภายหลังปรากฏหลักฐานว่าของกลางนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีและสามารถที่จะทำการคืนให้แก่ผู้ครอบครองก่อนที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี

หรือคดีถึงที่สุดได้ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางแจ้งให้พนักงานสอบสวนมารับของกลางจากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

เพื่อคืนแก่ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิได้รับตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนหรือคืนให้ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิได้รับตามหนังสือที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีให้คืนของกลางดังกล่าวแก่ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิได้รับ

ในการคืนของกลางตามที่กล่าวข้างต้น

ถ้าปรากฏว่าผู้ครอบครองได้ทรัพย์สินนั้นมาจากเจ้าของโดยการกระทำความผิดทางอาญา

ก็ให้คืนแก่เจ้าของนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการคืนของกลางซึ่งจะต้องมีการเสียภาษีก่อนคืนของกลาง

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองหรือผู้อื่นซึ่งมีสิทธิขอรับคืนของกลางทราบว่าต้องนำหลักฐานการเสียภาษีสำหรับของกลางนั้นมาแสดงและสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พร้อมทั้งให้ทำการปิดเครื่องหมายหรือทำหลักฐานอย่างใดไว้ที่ของกลางเพื่อแสดงว่าได้เสียภาษีแล้ว

ในกรณีที่ของกลางไม่สามารถทำการปิดเครื่องหมายหรือทำหลักฐานอย่างใดไว้ได้ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางทำบันทึกในหลักฐานการชำระภาษีว่าได้มีการคืนของกลางในการชำระภาษีในครั้งนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สำหรับของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดินหรือของกรมสรรพสามิตตามกฎหมายอื่นให้ดำเนินการจัดการของกลางตามข้อ

๑๐ และข้อ ๑๑ แล้วแต่กรณี

หมวด

วิธีการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ของกลางสิ่งใดที่ได้รับอนุมัติให้นำออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่น

ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดจัดทำบัญชีและกำหนดราคาของกลาง

ซึ่งถือเป็นราคาขั้นต่ำในการประมูลขายทอดตลาดเสนออธิบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

การกำหนดราคาของกลางจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีสรรพสามิต

ภาษีที่เก็บเพิ่มขึ้นเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น และเงินบำรุงกองทุนต่าง ๆ

ที่กฎหมายกำหนดให้เก็บเพิ่มขึ้นจากภาษีสรรพสามิต (ถ้ามี)

และจะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการเสียภาษีตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อได้ดำเนินการขายเสร็จสิ้นแล้ว

ให้จำหน่ายบัญชีของกลางเสีย เว้นแต่ยังไม่สามารถขายของกลางได้

เนื่องจากราคาสูงและไม่มีผู้ยื่นประมูล หรือด้วยสาเหตุอื่นใด

ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดรายงานเหตุแห่งการนั้นให้อธิบดีทราบ

เพื่อพิจารณาและสั่งการโดยอาจจะกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงราคาของกลางซึ่งให้ถือเป็นราคาขั้นต่ำใหม่

ในกรณีนี้ยังไม่ต้องจำหน่ายออกจากบัญชีแต่ให้หมายเหตุให้รู้ว่าได้สำรวจเพื่อขายแล้ว

และเก็บบัญชีของที่ยังขายไม่ได้ไว้ด้วยเพื่อนำออกขายทอดตลาดในคราวต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดจัดทำประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขายทอดตลาดให้ประชาชนทราบอย่างน้อย

๑๕ วัน โดยปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์

ถ้าเห็นสมควรจะแจ้งให้กรมประชาสัมพันธ์เพื่อออกประกาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือทางสถานีโทรทัศน์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขายทอดตลาดต้องมีข้อความอย่างน้อยดังนี้

๒๐.๑ ชนิดและจำนวนของกลาง และราคาขั้นต่ำในการประมูล

๒๐.๒ วัน เวลา และสถานที่ขายของกลาง

๒๐.๓ วิธีการชำระเงิน

๒๐.๔ ผู้มีสิทธิเข้าประมูลต้องวางเงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นเป็นประกันต่อคณะกรรมการขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าร้อยละ

๑๕

ของราคาขั้นต่ำในการประมูลก่อนเวลาทำการขายทอดตลาดเงินสดหรือหลักทรัพย์ที่ใช้ประกันจะคืนให้ต่อเมื่อผู้เข้าประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขายทอดตลาดแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาด

มีหน้าที่จัดการขายทอดตลาดโดยวิธียื่นซองประมูลหรือวิธีประมูลโดยปากเปล่าก็ได้

และให้ผู้ประมูลเป็นผู้ให้ราคา ผู้ใดให้ราคาสูงสุดผู้นั้นเป็นผู้ประมูลได้

ถ้ามีเหตุที่ทำให้ผู้ให้ราคาสูงสุดไม่สามารถจะชำระราคาตามที่ประมูลได้

ให้คณะกรรมการจัดการประมูลใหม่ หรือขายให้แก่ผู้ประมูลที่ให้ราคาสูงรองลงมา

แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่จะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดี

คณะกรรมการขายทอดตลาดย่อมทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะไม่ขายให้แก่ผู้ประมูลราคาสูงสุดก็ได้

เมื่อพิเคราะห์แล้วเห็นว่าหลักฐานและฐานะของผู้ให้ราคาสูงสุดไม่สมควรหรือราคาที่กำหนดนั้นไม่สมควรกับของที่จะขาย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ห้ามมิให้คณะกรรมการ

หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดของกลางเข้าสู้ราคา

หรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าสู้ราคา เว้นแต่จะกระทำเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

และได้แถลงไว้ในคำโฆษณาที่เกี่ยวกับการขายทอดตลาดแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ประมูลของกลางได้จะต้องชำระราคาเป็นเงินสดทั้งหมดและรับของไปในวันขาย

เว้นแต่มีเหตุจำเป็น เช่น ของกลางมีราคาสูงจะขอชำระในวันทำการถัดไป

ผู้ประมูลได้จะต้องวางเงินมัดจำไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ของราคาที่ประมูลได้

แล้วให้ทำสัญญาไว้เป็นหลักฐานโดยมีเงื่อนไขให้ชำระราคาและรับของไปตามที่ตกลงกันภายใน

๑๕ วัน นับแต่วันทำสัญญา ถ้าผู้ประมูลได้ไม่ยอมวางเงินมัดจำให้นำความในข้อ ๒๑

มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้าของกลางที่ประมูลได้มีราคาเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท และผู้ประมูลได้ขอชำระด้วยเช็ค

การรับชำระด้วยเช็คดังกล่าวให้ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดรายงานผลการขายทอดตลาดของกลางให้อธิบดีทราบ

แล้วนำเงินที่ขายได้ตลอดจนเงินมัดจำนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

เว้นแต่จะเป็นการขายของกลางที่ยังไม่เสร็จเด็ดขาด ซึ่งต้องรักษาเงินไว้แทนของกลางนั้น

หมวด

การจำหน่ายบัญชีและการสำรวจของกลาง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ของกลางเมื่อได้ยึดไว้

หากต่อมาปรากฏว่าเป็นของกลางที่ต้องริบหรือต้องคืนแก่ผู้ใดให้ผู้มีหน้าที่รักษาของกลางบันทึกไว้ในบัญชีของกลาง

เมื่อได้ส่งมอบของกลางนั้นพ้นจากการรักษาของตนไปก็ให้จัดการจำหน่ายบัญชีเสียตามเหตุการณ์ที่ได้รับมอบไปนั้น

แต่ในกรณีที่ต้องมีการคืนของกลางในคดีที่คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางได้เก็บรักษาของกลางไว้แทนพนักงานสอบสวน

โดยมิได้นำส่งไปพร้อมตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีนั้น ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางแจ้งให้พนักงานสอบสวนมารับของกลางจากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง

เพื่อคืนแก่ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิได้รับตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีของพนักงานสอบสวน

หรือคืนให้แก่ผู้ต้องหาหรือผู้มีสิทธิได้รับตามหนังสือที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีให้คืนของกลางดังกล่าวนั้นได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ นอกจากกรณีที่ต้องจำหน่ายของกลางออกจากบัญชีดังกล่าวในข้อ

๒๖ ภายใน ๖ เดือนนับแต่วันที่ใช้ระเบียบนี้ และทุก ๆ ระยะเวลา ๓ เดือนต่อไป

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางสำรวจบัญชีของกลาง

เพื่อขออนุมัติขายทอดตลาดหรือคืนแก่ผู้มีสิทธิได้รับ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เมื่อได้สำรวจของกลางแล้ว ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางทำบัญชีของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดิน

เพื่อจำหน่ายของกลางหรือขายทอดตลาด

ส่วนของที่ต้องคืนแก่ผู้ใดก็ให้แจ้งหรือประกาศแก่เจ้าของมารับคืนไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ถ้าผู้มีสิทธิได้รับของกลางคืนแสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการรับของคืนและขอมอบของให้แก่กรมสรรพสามิต

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางทำบันทึกให้ผู้นั้นลงชื่อไว้เป็นหลักฐานและให้บันทึกไว้ในบัญชีของกลางและจัดการจำหน่ายต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ของกลางทุกชนิดที่เป็นสิ่งของต้องห้าม

ต้องกำกัดตามกฎหมาย

เมื่อจะมีการส่งมอบให้ขนส่งออกไปจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการรักษาของกลาง ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายสรรพสามิตพื้นที่

สรรพสามิตพื้นที่สาขา หรือผู้แทน แล้วแต่กรณี ออกหนังสือคุ้มครองให้ไป

และบรรจุหีบห่อปิดภาชนะตามที่เหมาะสมกับของกลางแต่ละชนิด

ในกรณีมีความจำเป็นต้องนำของกลางออกจากคลังหรือสถานที่เก็บรักษาของกลางไปใช้ในกิจกรรมหรือโครงการตามนโยบายของทางราชการ

เช่น

โครงการแถลงผลการปราบปรามของกรมสรรพสามิตโครงการให้ความรู้ด้านวิชาการเกี่ยวกับสินค้าในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต

หรือโครงการที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบกิจกรรมหรือโครงการฯ

มีหนังสือถึงกรมสรรพสามิตเพื่อขออนุมัติต่ออธิบดี

การรับของกลางตามวรรคสอง

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางและผู้รับมอบของกลางทำการตรวจนับของกลางร่วมกัน

และจัดทำบันทึกรับมอบของกลางจากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง ตามแบบ ขก. ๓

ท้ายระเบียบนี้

โดยผู้รับมอบของกลางต้องรับผิดชอบดูแลรักษาของกลางด้วยความระมัดระวัง ทั้งต้องรักษาของกลางให้อยู่ในสภาพเดิมเท่าที่สามารถจะรักษาไว้ได้

อนึ่ง ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบฯ

ต้องส่งของกลางคืนให้แก่คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางในสภาพเดิม

โดยให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางจัดทำบันทึกการตรวจรับของกลางเพื่อเก็บรักษาตามแบบ

ขก. ๒ และในกรณีของกลางเกิดความเสียหายให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางรายงานเหตุแห่งการนั้นให้อธิบดีทราบเพื่อพิจารณาและสั่งการ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่กรมสรรพสามิตเห็นสมควรให้ส่งของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิตไปเก็บรักษาไว้ที่กรมสรรพสามิต

หรือที่อื่นใดให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางถือปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

หมวด

ของที่ควรขายและไม่ควรขาย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ของกลางซึ่งตกเป็นของแผ่นดินและเป็นของที่ชำรุดเสียหายไม่มีราคาหรือเป็นของที่ปราศจากราคาโดยสภาพ

หรือเป็นของที่บุคคลไม่อาจมีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นของที่ไม่ควรขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่น

ให้คณะกรรมการเก็บรักษาของกลางสำรวจและขออนุมัติทำลายต่ออธิบดี

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ของกลางอย่างใด

ถึงแม้จะเป็นของกลางที่ควรขาย หรือเป็นของกลางที่ต้องทำลายตามระเบียบนี้

หากอธิบดีเห็นว่าควรนำไปใช้ในราชการหรือเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์

จะให้ความเห็นชอบเพื่อขึ้นบัญชีเป็นของทางราชการและไม่นำออกขายหรือทำลายตามระเบียบฯ

ได้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. บันทึกการนำส่งของกลางตามข้อ ๖.๑

แห่งระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (แบบ ขก. ๑)

๒. บันทึกการตรวจรับของกลางเพื่อเก็บรักษา (แบบ ขก. ๒)

๓. บันทึกรับมอบของกลางจากคณะกรรมการเก็บรักษาของกลาง (แบบ ขก. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

๒๙

กันยายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๖๐ (เล่มที่ ๑)/๒๔ พฤษภาคม

๒๕๖๑

33 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในคดีกระทำผิดกฎหมายในหน้าที่ของกรมสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dfcb70b7154549a4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com