法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2531

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี

พ.ศ. ๒๕๓๑[๑]

เพื่อให้การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๓๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติของคณะรัฐมนตรี และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานหรือองค์การของรัฐ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“รัฐมนตรีเจ้าสังกัด” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีว่าการทบวง และหมายความรวมถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวงด้วย

“ส่วนราชการ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม และให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานหรือองค์การของรัฐ และคณะกรรมการต่าง ๆ

“ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง” หมายความว่า ส่วนราชการที่ส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี

“กฎกระทรวง” หมายความรวมถึง กฎสำนักนายกรัฐมนตรี กฎทบวง กฎ ก.พ. และ กฎ ก.ค.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

เรื่องที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เรื่องที่ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี มีดังนี้

(๑) เรื่องที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี หรือกำหนดให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี

(๒) ร่างพระราชบัญญัติ ร่างพระราชกำหนด ร่างพระราชกฤษฎีกา ร่างกฎกระทรวง

(๓) ร่างทะเบียน ร่างข้อบังคับ หรือร่างประกาศที่ให้ใช้บังคับต่อส่วนราชการเป็นส่วนรวม

(๔) เรื่องที่ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี หรือขอปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือมติคณะรัฐมนตรี หรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศตาม (๑) หรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ให้ใช้บังคับต่อส่วนราชการเป็นส่วนรวมตาม (๓)

(๕) ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่มีลักษณะเป็นระเบียบปฏิบัติราชการทั่วไปหรือจะมีผลเป็นแนวบรรทัดฐานในการปฏิบัติราชการ

(๖) โครงการ แผนงาน หรือกิจการ ที่มีผลกระทบต่อนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน

(๗) เรื่องที่เสนอรัฐสภา

(๘) เรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

(๙) เรื่องที่กระทบต่องบประมาณแผ่นดิน นอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณ

(๑๐) เรื่องที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี

(๑๑) เรื่องที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับมอบหมายให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เห็นสมควรนำเสนอคณะรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เรื่องที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องส่งไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี หากเกี่ยวข้องกับส่วนราชการอื่น จะต้องได้มีการพิจารณาร่วมกันหรือมีความเห็นจากส่วนราชการนั้นด้วย เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วนตามที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนได้มีคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรี

การส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี

การเสนอเรื่องทั่วไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้ลงนามในหนังสือนำส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เว้นแต่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดลงนามแทน หรือเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีให้รายงานเรื่องใด ๆ มาเพื่อคณะรัฐมนตรีทราบตามกำหนดระยะเวลาเป็นประจำ และไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ให้หัวหน้าส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง และหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามในหนังสือนำส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อได้นำเสนอผู้บังคับบัญชาหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด แล้วแต่กรณี พิจารณาและมีคำสั่งให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง และหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามในหนังสือเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยตรง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หนังสือนำส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง สรุปให้สั้น กะทัดรัด ชัดเจน ให้มีสาระครบถ้วนตามกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เรื่องเดิม ต้องมีรายละเอียด ดังนี้

(ก) ความเป็นมา

(ข) มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ให้อ้างและสรุปไว้ด้วย

(ค) ผลแห่งการดำเนินการที่เกิดขึ้นแล้ว (ถ้ามี)

(ง) ความจำเป็นที่ต้องเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

(๒) เรื่องที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ต้องมีรายละเอียด ดังนี้

(ก) ประเด็นสำคัญของปัญหาที่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ถ้ามีหลายประเด็นให้แยกเป็นข้อ ๆ

(ข) วัตถุประสงค์ของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

(ค) ความเร่งด่วนของเรื่อง โดยระบุวันสุดท้ายที่จะต้องดำเนินการเรื่องนั้นไว้ด้วย

(ง) ข้อเท็จจริง ข้อมูล รายละเอียด เหตุการณ์ ปัญหา อุปสรรค แนวโน้มความเปลี่ยนแปลง ขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการเพื่อประกอบการพิจารณา

(จ) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ให้คัด หรือส่งไปพร้อมด้วย กรณีมีการแก้ไขหลายครั้ง ให้ระบุการแก้ไขครั้งสุดท้ายไว้ด้วย

(ฉ) ความเห็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หากความเห็นมีหลายข้อ หรือมีจากหลายส่วนราชการ ให้แยกสรุปเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน

(ช) สรุปข้อเสนอจากทุกส่วนราชการดังกล่าวในแต่ละประเด็น พร้อมทางเลือกที่คณะรัฐมนตรีจะลงมติได้ในแต่ละประเด็น โดยให้จัดตามลำดับก่อนหลังที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องคาดว่าจะเป็นผลดีที่สุด

กรณีจะขอให้ส่วนราชการดำเนินการอย่างใด ให้เสนอให้ชัดเจน

กรณีคำขอเป็นการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี ให้ระบุว่าจะให้ยกเลิก แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรีเรื่องใด เป็นอย่างไร

(๓) วิเคราะห์ผลกระทบของการลงมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์เสนอ ดังนี้

(ก) ผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาล

(ข) ผลกระทบต่อความรับผิดชอบร่วมกันของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ

(ค) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม หรือเฉพาะท้องถิ่น

(ง) ผลกระทบต่อการเงินและงบประมาณโดยระบุจำนวนงบประมาณ การผูกพันงบประมาณให้ละเอียด

(จ) ผลกระทบทางสังคมและการเมืองต่อบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม

(ฉ) ผลกระทบทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเหตุผลในการเลือกเทคโนโลยีดังกล่าว ตลอดจนความเป็นไปได้ในการให้มีการโอนเทคโนโลยีดังกล่าวมาสู่คนไทย

ในการวิเคราะห์ผลกระทบดังกล่าวทุกข้อให้ระบุทั้งข้อดี ข้อเสีย และทางเลือก หาไม่มีผลกระทบในข้อใด หรือทุกข้อ ให้ระบุยืนยันการไม่มีผลกระทบนั้นไว้ด้วย

ทั้งนี้ ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาสรุปหนังสือนำส่งเรื่องตามแบบบัญชีหมายเลข ๑-๓ ท้ายระเบียบนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเท่าที่พึงกระทำได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีจำเป็นต้องมีเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณา และหรือกรณีที่มีรายละเอียดและคำชี้แจงเพิ่มเติมนอกจากที่กล่าวสรุปไว้ในหนังสือนำส่งเรื่อง ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำเป็นเอกสารประกอบการพิจารณา โดยแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ

(๑) ความเห็น หรือเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นตามที่กล่าวอ้างไว้ในหนังสือนำส่งเรื่อง

(๒) เอกสารข้อมูลประกอบ เช่น เอกสารวิเคราะห์หรือสรุปย่อความเป็นมา ปัญหา มาตรการแก้ไขปัญหา ผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น โดยอาจแสดงในรูปบัญชีหรือรายงาน

(๓) เอกสารข้อมูลประกอบอย่างกว้าง เช่น แผนปฏิบัติการของส่วนราชการ เอกสารผลการสัมมนา ฯลฯ

ในกรณีที่เอกสารประกอบการพิจารณามีหลายฉบับจนไม่สามารถจะกรอกรายละเอียดในช่องสิ่งที่ส่งมาด้วยได้ ก็ให้จัดทำบัญชีเอกสารแสดงรายการเอกสารที่สามารถตรวจสอบได้ส่งไปด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เอกสารประกอบการพิจารณาที่เป็นภาษาต่างประเทศ หากมีความจำเป็นที่คณะรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาข้อความเพื่อประกอบการวินิจฉัย ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องแปลเป็นภาษาไทยส่งไปด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สำเนาเอกสารประกอบที่ส่งไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต้องมีการรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างานหรือตั้งแต่ระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไปที่รับผิดชอบโดยตรง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดส่งเอกสารเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีไปให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

การเสนอร่างกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ภายใต้บังคับส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการเสนอเรื่องทั่วไป การเสนอร่างกฎหมายเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องดำเนินการ ดังนี้

(๑) ทำบันทึกวิเคราะห์สรุปในการเสนอร่างกฎหมายนั้น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(ก) ความจำเป็นที่จะออกกฎหมาย พร้อมเหตุผล

(ข) เหตุผลที่จำต้องเสนอร่างกฎหมายในเวลาดังกล่าวและให้ระบุด้วยว่า ถ้าเสนอล่าช้าจะมีผลดีผลเสียอย่างไร

(ค) ความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น โดยให้ระบุด้วยว่าจะกระทบในทางแก้ไข เปลี่ยนแปลง ขัดแย้ง หรือซ้ำซ้อน หรือไม่ พร้อมเหตุผล และหากไม่มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ก็ให้ระบุยืนยันไว้ด้วย

(ง) ความเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายโดยส่วนราชการต่าง ๆ ที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายอื่น โดยให้ระบุว่ามีการหารือส่วนราชการต่าง ๆ นั้นแล้ว หรือไม่ และการใช้กฎหมายที่เสนอมานี้จะส่งเสริม ขัดแย้ง หรือซ้ำซ้อนกับการใช้กฎหมายของส่วนราชการอื่น หรือไม่ พร้อมเหตุผล และหากไม่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายโดยส่วนราชการอื่น ก็ให้ระบุยืนยันไว้ด้วย

(จ) การขอข้อมูล หรือความเห็นจากส่วนราชการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีการขอข้อมูลหรือความเห็น ก็ให้ระบุเหตุผลไว้ด้วย

(ฉ) ประโยชน์ของกฎหมายนี้ในการลดขั้นตอนหรือประหยัดเวลาทั้งของส่วนราชการและบุคคลที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย รวมทั้งประโยชน์อื่นต่อประชาชน

(ช) สิทธิ และหน้าที่ของบุคคลที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายโดยย่อ

(ญ) มาตรการควบคุมการใช้ดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ

(ฎ) การวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเงินและงบประมาณของกฎหมายฉบับนี้

(ฏ) การเตรียมการออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ตามกฎหมายนี้ได้ดำเนินการไปเพียงใด มีสาระสำคัญอย่างไร

(๒) ร่างกฎหมายที่เสนอใหม่ให้สรุปสาระสำคัญเป็นข้อ ๆ พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็นโดยให้ระบุมาตราหรือข้อ

(๓) ร่างกฎหมายที่เสนอแก้ไขกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ให้จัดทำบัญชีเปรียบเทียบบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกับร่างกฎหมายที่แก้ไขใหม่ โดยระบุถึงความแตกต่างของสาระสำคัญ พร้อมทั้งเหตุผลที่ขอแก้ไข โดยสรุปตามแบบบัญชีหมายเลข ๔ ท้ายระเบียบนี้

(๔) ร่างกฎหมายที่เสนอปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมภาษีอากรต่าง ๆ ให้เทียบอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับอัตราใหม่ด้วย

ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดส่งร่างกฎหมายบันทึกหลักการและเหตุผล คำชี้แจง แผนที่ แผนผังหรือเอกสารแนบท้าย (ถ้ามี) ตลอดจนเอกสารประกอบการพิจารณาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ร่างกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทำรายละเอียดชี้แจงข้อสาระสำคัญแห่งร่างกฎหมายนั้น โดยให้สรุปสาระสำคัญเป็นข้อ ๆ ระบุมาตราหรือข้อ พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจนข้อสังเกตเกี่ยวกับผลดีผลเสีย (ถ้ามี) ในการจะต้องมีหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายนั้น ๆ ด้วย

ในกรณีร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้จัดทำบัญชีเปรียบเทียบบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและร่างกฎหมายที่แก้ไขใหม่ พร้อมทั้งเหตุผลโดยสรุป

ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดส่งร่างกฎหมายที่ตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง และหรือวรรคสองตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องมีแผนที่ แผนผังหรือเอกสารแนบท้าย หรือร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แม้ไม่มีบทบัญญัติให้มีแผนที่หรือแผนผังแนบท้าย ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดส่งเอกสารดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

ระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การส่งเรื่องไปเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีนั้น ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องส่งไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายในเวลาอันสมควร

สำหรับเรื่องที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน ให้ส่งถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวันประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

กรณีเรื่องเร่งด่วน หรือมีความจำเป็น ให้ส่งไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวันประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ เว้นแต่กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเป็นกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การส่งร่างกฎหมายให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องส่งไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนวันประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

ร่างพระราชกฤษฎีกาหรือร่างกฎกระทรวงที่ทราบกำหนดวันที่ใช้บังคับแน่นอนแล้ว ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจะต้องส่งไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อนกำหนดวันใช้บังคับ ไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน

ในกรณีที่ได้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหรือแนวทางที่จะเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว และไม่สามารถตกลงเรื่องค่าทดแทนได้ ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบตามพระราชกฤษฎีกาเสนอร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ไปเพื่อดำเนินการโดยด่วน ภายในระยะเวลากึ่งหนึ่งของกำหนดเวลาการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหรือแนวทางที่จะเวนคืนนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อส่วนราชการใดได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ และพระราชบัญญัตินั้นได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร หรือเชื่อว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปได้ ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดผู้มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินั้น เตรียมการล่วงหน้าไว้ เช่น จะต้องตราพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ข้อบังคับ หรือประกาศใด ก็ให้ดำเนินการเป็นไปตามนั้นโดยด่วน เพื่อจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมกับพระราชบัญญัตินั้น หรือในสัปดาห์ถัดไป

ขั้นตอนการนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเรื่องที่ส่วนราชการขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหมวด ๑ หมวด ๒ และหมวด ๓ กรณีที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ให้แจ้งส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เว้นแต่กรณีที่ไม่อาจจะดำเนินการนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีได้ให้ส่งเรื่องคืนส่วนราชการเจ้าของเรื่อง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นว่าข้อมูลที่เสนอมายังมีข้อเท็จจริงและรายละเอียดไม่เพียงพอ อาจแจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องส่งข้อมูลเพิ่มเติมและหรือให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเสนอความเห็นเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรก็ได้

ในกรณีที่จำเป็นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาเชิญบุคคลดังต่อไปนี้ ไปชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความคิดเห็น

(๑) ผู้แทนส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง และหรือ

(๒) ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา

หากเรื่องที่พิจารณาเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของเอกชนและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเห็นว่าการฟังความคิดเห็นของเอกชนจะเป็นประโยชน์ จะเชิญผู้แทนของสถาบันฝ่ายเอกชนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าร่วมชี้แจงให้ข้อคิดเห็นหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับเรื่องที่มีรายละเอียด ความเห็นและเอกสารต่าง ๆ พร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้รีบดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อบันทึกเสนอนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีพิจารณามีคำสั่งต่อไป

เรื่องใดที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ได้มีคำสั่งให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเรื่องดังกล่าวจัดเข้าระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี เว้นแต่กรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นก็ให้ดำเนินการตามคำสั่ง และแจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องทราบโดยเร็วที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการจัดระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการบรรจุเรื่องเข้าระเบียบวาระตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับมอบหมายให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รีบดำเนินการจัดทำระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อจัดส่งให้แก่คณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๔ วัน ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเป็นพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้พิจารณามีมติประการใดแล้ว ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ดำเนินการยืนยันและหรือแจ้งมติคณะรัฐมนตรีไปให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบหรือดำเนินการต่อไปโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดทำรายงานการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกครั้งที่มีการประชุม และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบก่อนหรือในการประชุมคณะรัฐมนตรีคราวถัดไป กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีข้อทักท้วงหรือแก้ไขประการใด ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

ประกาศ ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑

พลตรี ชาติชาย ชุณหะวัน

นายกรัฐมนตรี

ศิริยา/พิมพ์

๒๖ มกราคม ๒๕๔๙

วีราภรณ์/สัญชัย/ตรวจ

๒๖ มกราคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๑๙๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๑

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2531 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e0160099d00769e6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com