法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2529

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วย

วิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๒๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๒๒

ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว

จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้แก้คำว่า “พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน” ในบทนิยามคำว่า “บันทึกสรุปสำนวน” ของข้อ

๒ และในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๘ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็น “เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์”

ทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔

ให้เลขาธิการมีอำนาจวางระเบียบในรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนและเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามระเบียบนี้ได้

ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนกำกับการทำสำนวนของเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนมีหน้าที่สรุปข้อเท็จจริง

และข้อกฎหมายพร้อมทั้งเสนอความเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๗ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๗

ในระหว่างการพิจารณาสรุปสำนวน

เมื่อพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเห็นสมควรหรือเมื่อมีคำขอจากเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนมีอำนาจดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๗ ได้

แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่เลขาธิการจะได้กำหนดไว้ในการมอบอำนาจตามความในมาตรา

๖๔ วรรคสอง”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๑ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๑

การจัดตั้งองค์คณะ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนดตามความในมาตรา

๓๔ วรรคสาม

ในแต่ละองค์คณะ

ให้มีเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนหนึ่งซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้และทำหน้าที่ทั่วไปให้แก่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

และจะมีผู้ช่วยเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนหนึ่งหรือหลายคน

ซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจากข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทำหน้าที่ช่วยเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ก็ได้

ในการประชุมใหญ่

ให้เลขาธิการหรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ

๘ ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นเลขานุการ และเลขาธิการจะแต่งตั้งให้ข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๒ แห่งระเบียบคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๒

ก่อนการวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องทุกข์

คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะกำหนดวันเสร็จสิ้นการพิจารณา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบยื่นบันทึกสรุปความเห็นของตนเป็นคำแถลงการณ์ในชั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งก่อนสิ้นสุดเวลาทำงานของวันก่อนวันเสร็จสิ้นการพิจารณา ทั้งนี้ เว้นแต่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่าเรื่องร้องทุกข์นั้นสมควรวินิจฉัยชี้ขาดโดยไม่จำเป็นต้องมีคำแถลงการณ์ดังกล่าว

คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะไม่กำหนดวันเสร็จสิ้นการพิจารณาก็ได้

การกำหนดวันเสร็จสิ้นการพิจารณา

จะต้องแจ้งให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน

ในวันเสร็จสิ้นการพิจารณา ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมาชี้แจงด้วยวาจาเพื่อประกอบคำแถลงการณ์ในชั้นสุดท้ายด้วยตนเองก็ได้

แต่ห้ามมิให้ชี้แจงด้วยวาจาอย่างเดียวโดยไม่ได้ยื่นคำแถลงการณ์ในชั้นสุดท้าย

ในการชี้แจงด้วยวาจาให้ผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ชี้แจงก่อนและให้หน่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงในลำดับถัดไป”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๓๒ ทวิ

แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ข้อ ๓๒ ทวิ

เมื่อการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว

ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนทำบันทึกเป็นคำแถลงการณ์เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

โดยสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของตนในเรื่องร้องทุกข์ยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ในวันเสร็จสิ้นการพิจารณาหรือในวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์กำหนดแต่ต้องก่อนวันที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะได้ประชุมเพื่อพิจารณาลงมติวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องร้องทุกข์

ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนชี้แจงด้วยวาจาประกอบคำแถลงการณ์ของตน

เว้นแต่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะเห็นว่าไม่จำเป็น

ถ้าการชี้แจงด้วยวาจาดังกล่าวกระทำในวันเสร็จสิ้นการพิจารณา ให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนชี้แจงหลังจากการชี้แจงด้วยวาจาของผู้ร้องทุกข์และหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ

(ถ้ามี) แล้ว

ก่อนที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะได้มีมติวินิจฉัยในเรื่องร้องทุกข์คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์อาจซักถามพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเพื่อให้ชี้แจงรายละเอียดในคำแถลงการณ์ของพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนได้

ในการพิจารณาเพื่อลงมติวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องร้องทุกข์

พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนจะอยู่ในที่ประชุมมิได้”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๓ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๓

ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

กรรมการเจ้าของสำนวนมีหน้าที่ตรวจสำนวน

และก่อนที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะลงมติวินิจฉัยในเรื่องที่พิจารณานั้น

ให้กรรมการเจ้าของสำนวนสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความเห็นของพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนและเสนอความเห็นของตนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์”

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๙

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ระเบียบฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจบางประเภทได้ ดังนั้น

เพื่อให้การพิจารณาและการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและมีการกลั่นกรองที่เหมาะสมและเพื่อให้ระบบการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์เป็นไปตามมาตรฐานของระบบวิธีพิจารณาคดีปกครอง จึงจำเป็นต้องออกระเบียบนี้

สัญชัย/วีราภรณ์/ตรวจ

๒๔ มกราคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๑๕๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๙

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2529 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e08cc37d9f373f91

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com