法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง

ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง

ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

(ฉบับที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๘ (๑) วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔

ผู้อำนวยการทะเบียนกลางออกระเบียบแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักทะเบียนกลาง

ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

ธันวาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป ยกเว้นการปฏิบัติในเรื่องต่อไปนี้

ให้เป็นไปตามพื้นที่หรือระยะเวลาที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

(๑)

การจัดทำบัตรทะเบียนคนเกิด ตามข้อ ๕

(๒)

การเปลี่ยนแปลงแบบพิมพ์ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร.๔ ตอนหน้า) ตามข้อ ๑๘

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๓๔/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๓๔/๑

กรณีสำนักทะเบียนตรวจพบหรือได้รับแจ้งจากบุคคลใดว่าบ้านที่มีเลขประจำบ้านหลังใดถูกรื้อหรือถูกปล่อยทิ้งร้างจนไม่มีสภาพความเป็นบ้าน

โดยเจ้าบ้านหรือผู้อยู่ในบ้านไม่ได้แจ้งการรื้อบ้านต่อนายทะเบียน

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบว่าได้มีการรื้อบ้าน หรือไม่มีสภาพความเป็นบ้านแล้ว

(๒)

สอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือซึ่งมีภูมิลำเนาหรืออาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

(๓)

หากผลการตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าบ้านถูกรื้อหรือไม่มีสภาพความเป็นบ้านมาแล้วเป็นเวลาไม่ถึง

๑๘๐ วัน ให้นายทะเบียนจัดทำประกาศสำนักทะเบียนแจ้งข้อความให้เจ้าบ้านหรือผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านของบ้านดังกล่าวมาติดต่อเพื่อแจ้งย้ายออกและจำหน่ายทะเบียนบ้านภายใน

๓๐ วันนับแต่วันปิดประกาศ

โดยให้ระบุวันเดือนปีที่ครบกำหนดไว้ด้วยสำหรับการปิดประกาศ ให้ปิด ณ สำนักทะเบียน

๑ ฉบับ บริเวณพื้นที่ชุมชน ๑ ฉบับ

และบริเวณที่บ้านหลังดังกล่าวเคยตั้งอยู่หรือตั้งอยู่อีก ๑ ฉบับ

(๔)

เมื่อครบกำหนดเวลา ๓๐

วันตามที่กำหนดไว้ในประกาศของสำนักทะเบียนแล้วไม่มีเจ้าบ้านหรือผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมาติดต่อ

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจำหน่ายเลขประจำบ้านและทะเบียนบ้านโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ

๓๔

ยกเว้นการย้ายรายการบุคคลในทะเบียนบ้านให้แจ้งย้ายไปไว้ในทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียนโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ

๘๑

(๕)

กรณีผลการตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าบ้านถูกรื้อหรือไม่มีสภาพความเป็นบ้านมาแล้วเป็นเวลาเกินกว่า

๑๘๐ วัน ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการเช่นเดียวกับ (๔)

โดยไม่ต้องจัดทำประกาศสำนักทะเบียน”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๕๗

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“การรับแจ้งการเกิดเกินกำหนดตามวรรคหนึ่ง

ถ้าเด็กที่จะแจ้งการเกิดมีอายุต่ำกว่า ๗ ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้อง

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

เว้นแต่จะมีเหตุอันควรสงสัยเรื่องสัญชาติของเด็กที่จะแจ้งการเกิด

ให้นายทะเบียนรวบรวมหลักฐานเสนอขอความเห็นชอบจากนายอำเภอท้องที่ก่อนพิจารณาอนุญาต”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๖๐/๑ ข้อ ๖๐/๒

มาตรา ข้อ ๖๐/๓

ข้อ ๖๐/๓ และข้อ ๖๐/๔ แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๖๐/๑ สูติบัตร ตอนที่ ๒

ที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้จัดทำขึ้นตามระเบียบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเอกสารหรือข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

ให้สำนักทะเบียนจัดเก็บไว้เป็นทะเบียนคนเกิดของสำนักทะเบียน

มาตรา ข้อ ๖๐/๒

ข้อ ๖๐/๒

เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการเกิดหรือ

รับแจ้งการเกิดเกินกำหนดของผู้ใดแล้ว ให้ออกบัตรทะเบียนคนเกิดตามแบบ ท.ร.๒๖ ตอนที่

๑ มอบให้ผู้แจ้งพร้อมกับสูติบัตร

เพื่อใช้เป็นหลักฐานประจำตัวผู้ที่ได้รับแจ้งการเกิด

โดยนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจะต้องจัดทำทะเบียนคุมการออกบัตร ท.ร.๒๖

ให้ถูกต้องและให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือรับบัตร ท.ร.๒๖ ในทะเบียนคุมทุกรายให้ชัดเจน

ส่วน ท.ร.๒๖ ตอนที่ ๒ ให้รายงานไปพร้อมกับสูติบัตร ตอนที่ ๒

มาตรา ข้อ ๖๐/๓

ข้อ ๖๐/๓ กรณีบิดา มารดา

หรือผู้ปกครองมีความประสงค์จะขอบัตรทะเบียนคนเกิดให้แก่บุตรหรือผู้อยู่ในปกครอง

แล้วแต่กรณี ที่ได้แจ้งการเกิดและมีชื่อในทะเบียนบ้านก่อนที่จะมีการจัดทำบัตรทะเบียนคนเกิดตามระเบียบนี้

หรือขอมีบัตรทะเบียนคนเกิดใหม่แทนฉบับเดิมที่สูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ

ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน ณ

สำนักทะเบียนแห่งที่เด็กมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและเมื่อได้รับคำร้องแล้ว

ให้นายทะเบียนดำเนินการ ดังนี้

(๑)

เรียกและตรวจสอบบัตรประจำตัวของผู้แจ้ง

สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่เด็กมีชื่อและรายการบุคคล สูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนคนเกิดของเด็กที่จะขอบัตร

ท.ร.๒๖

(๒)

กรณีบัตรทะเบียนคนเกิดสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้นายทะเบียนรับแจ้งเอกสารเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรสูญหายหรือถูกทำลาย

และตรวจสอบรายการในทะเบียนคุมการออกบัตร ท.ร.๒๖ หรือฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร

(๓)

กรณีชำรุดในสาระสำคัญ ให้เรียกบัตร ท.ร.๒๖ ที่ชำรุดฯ คืนจากผู้แจ้ง และตรวจสอบรายการในทะเบียนคุมการออกบัตร

ท.ร.๒๖ หรือฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร

(๔)

เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นอนุญาต ให้ดำเนินการออกบัตร ท.ร.๒๖ ให้กับผู้แจ้ง

โดยการลงรายการในบัตร ท.ร.๒๖

ให้คัดลอกหรือพิมพ์ข้อความตามรายการที่ปรากฏในทะเบียนคนเกิด (สูติบัตร ตอนที่ ๒) ทั้งนี้ ในกรณีการออกบัตร ท.ร.๒๖

แทนฉบับเดิมที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดฯ ให้ระบุข้อความว่า “ใบแทน”

ไว้ด้านหน้าของบัตร ท.ร.๒๖ ด้วย

(๕)

ลงทะเบียนคุมการออกบัตร ท.ร.๒๖ ตามข้อ ๖๐/๒ และมอบบัตร ท.ร.๒๖ ให้ผู้แจ้ง

(๖)

ส่ง ท.ร.๒๖ ตอนที่ ๒ รายงานไปพร้อมกับสูติบัตร ตอนที่ ๒

มาตรา ข้อ ๖๐/๔

ข้อ ๖๐/๔ การจัดทำบัตรทะเบียนคนเกิดตามข้อ ๖๐/๒

และข้อ ๖๐/๓ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการออกบัตร ท.ร.๒๖

ให้แก่ผู้ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุก่อนสิบห้าปีบริบูรณ์เท่านั้น

การจัดทำบัตรทะเบียนคนเกิดสำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกินหนึ่งปี

ไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือเด็กในบัตรและให้นายทะเบียนแจ้งต่อผู้ที่แจ้งการเกิดให้ขอเปลี่ยนบัตรทะเบียนคนเกิดเมื่อเด็กมีอายุครบหนึ่งปีบริบูรณ์”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๗๑/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๗๑/๑ มรณบัตร ตอนที่ ๒

ที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้จัดทำขึ้นตามระเบียบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเอกสารหรือข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

ให้สำนักทะเบียนจัดเก็บไว้เป็นทะเบียนคนตายของสำนักทะเบียน”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของข้อ ๘๕

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“กรณีบุคคลที่มีชื่อและรายการในทะเบียนบ้านกลางมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งการย้ายออกได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นคนพิการทางกายจนเดินไม่ได้

หรือเป็นผู้เจ็บป่วยทุพพลภาพ หรือกรณีอื่น ให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้นั้นโดยตรงเป็นผู้แจ้งการย้ายแทน

โดยให้นายทะเบียนเรียกหลักฐานบัตรประจำตัวของผู้แจ้ง

บัตรประจำตัวผู้ที่จะย้ายที่อยู่ (ถ้ามี) หนังสือมอบหมาย ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน

(ถ้ามี)

และบันทึกสอบสวนผู้แจ้งให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ที่จะแจ้งการย้ายออกเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง

รวมถึงเหตุผลความจำเป็นที่ผู้นั้นไม่อาจแจ้งการย้ายด้วยตนเอง แล้วจึงดำเนินการแจ้งย้ายออกตามข้อ

๗๙”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙๕ และข้อ ๙๖

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙๕ บุคคลที่อ้างว่ามีสัญชาติไทยซึ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ

โดยใช้หนังสือเดินทางของต่างประเทศ หรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย

ไม่ว่าผู้นั้นจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย มีความประสงค์

จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔)

โดยไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ทำหนังสือส่งตัวผู้ขอเพิ่มชื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขอพิสูจน์สัญชาติ

(๒)

หากได้รับแจ้งผลการตรวจพิสูจน์จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นผู้มีสัญชาติไทย

ให้สอบสวนเจ้าบ้าน

ผู้แจ้งและบุคคลที่น่าเชื่อถือให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อ

ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด

ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยก่อนไปต่างประเทศ การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

รวมถึงรายการชื่อและสัญชาติของบิดาและมารดา

(๓)

เมื่อนายทะเบียนอนุญาต

ให้กำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตให้เพิ่มชื่อตามแบบพิมพ์ที่กำหนดในข้อ

๑๓๔ (๒๒)

(๔)

เพิ่มชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร. ๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องย้ายเข้ามาจากว่า

“คำร้องที่… ลงวันที่……” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้

(๕)

รายงานตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๒ (๕)

มาตรา ข้อ ๙๖

ข้อ ๙๖ คนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานรับรองการเกิด

มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔)

ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

เรียกและตรวจสอบหลักฐานสูติบัตรที่ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยหรือเอกสารรับรองการเกิดที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศที่เด็กเกิดซึ่งแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองคำแปลถูกต้องโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย

สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บัตรประจำตัวผู้แจ้ง (ถ้ามี)

บัตรประจำตัวเจ้าบ้านและบัตรประจำตัวบิดามารดา (ถ้ามี)

(๒)

กรณีผู้แจ้งแสดงเอกสารรับรองการเกิดที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศจะต้องมีรายการหรือข้อเท็จจริงแสดงว่าเด็กมีสัญชาติไทย

หรือมีรายการที่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเด็กมีสัญชาติไทย เช่น รายการสัญชาติของมารดา

เป็นต้น

(๓)

สอบสวนเจ้าบ้านหรือผู้แจ้งให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อตัว

ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด รวมถึงรายการชื่อและสัญชาติของบิดาและมารดา

(๔)

เมื่อนายทะเบียนอนุญาต

ให้บันทึกการอนุญาตไว้ด้านหลังของสูติบัตรหรือเอกสารรับรองการเกิด แล้วแต่กรณี

และกำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตให้เพิ่มชื่อตามแบบพิมพ์ที่กำหนดในข้อ

๑๓๔ (๒๒)

(๕)

เพิ่มชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องย้ายเข้ามาจากว่า

“คำร้องที่… ลงวันที่…..” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้

(๖)

รายงานตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๒ (๕)”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๙๖/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๙๖/๑ บุคคลสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

โดยใช้หนังสือเดินทางของต่างประเทศหรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย

และมีหลักฐานเอกสารราชการที่ระบุว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน

(ท.ร. ๑๔)

ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องพร้อมหลักฐานจากผู้ขอเพิ่มชื่อแล้ว ให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

ทำเรื่องขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ผู้ขอเพิ่มชื่อนำมาแสดงไปยังส่วนราชการที่ออกเอกสารดังกล่าว

(๒)

กรณีได้รับแจ้งจากส่วนราชการที่ออกเอกสารว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง

ให้สอบสวนเจ้าบ้าน

ผู้แจ้งและบุคคลที่น่าเชื่อถือให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อตัว

ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สัญชาติ

ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยก่อนไปต่างประเทศ การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

รวมถึงรายการของบิดาและมารดา และเมื่อนายทะเบียนอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ ๙๕

(๓) - (๕)

(๓)

กรณีได้รับแจ้งจากส่วนราชการที่ออกเอกสารว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถตรวจสอบได้

ให้นายทะเบียนทำหนังสือส่งตัวผู้ขอเพิ่มชื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอพิสูจน์สัญชาติ

และดำเนินการตามข้อ ๙๕”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๙๗

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“การเพิ่มชื่อตามวรรคหนึ่ง

ถ้าบุคคลที่จะขอเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านมีอายุตํ่ากว่า ๗

ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้อง

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

เว้นแต่จะมีเหตุอันควรสงสัยเรื่องสัญชาติของบุคคลที่จะขอเพิ่มชื่อ

ให้นายทะเบียนรวบรวมหลักฐานเสนอขอความเห็นชอบจากนายอำเภอท้องที่ก่อนพิจารณาอนุญาต”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙๙

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙๙ บุคคลที่ได้มีการลงรายการ “ตาย” หรือ “จำหน่าย” ในทะเบียนบ้านฉบับที่มีเลขประจำตัวประชาชนเนื่องจากสาเหตุการแจ้งผิดคนหรือเพราะสำคัญผิดในข้อเท็จจริง

ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔)

ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านก่อนถูกจำหน่ายรายการ

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

เรียกและตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวผู้ร้อง (ถ้ามี)

เอกสารที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายของผู้ร้อง (ถ้ามี) มรณบัตร (ถ้ามี)

และสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(๒)

สอบสวนผู้ร้อง บุคคลที่แจ้งการตายหรือการจำหน่ายรายการดังกล่าว

และบุคคลที่น่าเชื่อถือ

ให้ได้ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่มีการแจ้งการตายหรือการจำหน่ายรายการบุคคลของผู้ร้องในทะเบียนบ้าน

หากบุคคลที่แจ้งการตายหรือการจำหน่ายไม่อาจมาให้ถ้อยคำในการสอบสวนได้ไม่ว่าด้วยเหตุอันใด

ก็ให้นายทะเบียนบันทึกไว้

(๓)

ตรวจสอบรายการบุคคลกับฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของสำนักทะเบียนกลางว่าผู้ขอเพิ่มชื่อมีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้านแห่งอื่นใดหรือไม่

(๔)

รวบรวมหลักฐานทั้งหมดพร้อมความเห็นเสนอไปยังนายอำเภอแห่งท้องที่เพื่อพิจารณา

(๕)

เมื่อนายอำเภอพิจารณาอนุมัติแล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการดังนี้

กรณีสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านปรากฏรายการบุคคลของผู้ร้อง

ให้ยกเลิกการจำหน่ายรายการบุคคลดังกล่าวโดยประทับหรือเขียนข้อความที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนด้วยหมึกสีแดงว่า

“ยกเลิกการตาย” หรือ “ยกเลิกการจำหน่าย” แล้วแต่กรณี ตรงช่องรายการชื่อในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(ท.ร. ๑๔)

และให้คัดลอกรายการบุคคลและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ร้องจากรายการเดิมที่เคยปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้านก่อนถูกจำหน่ายลงในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(ท.ร. ๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องบันทึกแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการว่า “บุคคลลำดับที่… ยกเลิกการตายหรือการจำหน่ายตามคำร้องที่...

ลงวันที่...” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้ทั้งในช่องนายทะเบียนและช่องบันทึกแก้ไขฯ

รวมทั้งให้รายงานสำนักทะเบียนกลางเป็นการเฉพาะรายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร

กรณีสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านไม่ปรากฏรายการบุคคลของผู้ร้อง

ให้คัดลอกรายการบุคคลและเลขประจำตัวประชาชนจากรายการเดิมที่เคยปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้านก่อนถูกจำหน่ายลงในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(ท.ร. ๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องบันทึกแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการว่า “บุคคลลำดับที่..

ยกเลิกการตายหรือการจำหน่ายตามคำร้องที่... ลงวันที่...” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้ทั้งในช่องนายทะเบียนและช่องบันทึกแก้ไขฯ

รวมทั้งให้รายงานสำนักทะเบียนกลางเป็นการเฉพาะรายเพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร

กรณีผู้ร้องมีมรณบัตร

ให้ยกเลิกมรณบัตรฉบับดังกล่าวโดยหมายเหตุว่า “ยกเลิกตามคำร้องที่... ลงวันที่...” และหากเป็นมรณบัตรที่ออกโดยสำนักทะเบียนอื่น

ให้นายทะเบียนแจ้งสำนักทะเบียนนั้นเพื่อยกเลิกมรณบัตร ตอนที่ ๒ ด้วย

(๖)

สำหรับสำนักทะเบียนที่จัดทำทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์

เมื่อนายอำเภออนุมัติแล้วให้รายงานสำนักทะเบียนกลางเป็นการเฉพาะรายเพื่อแก้ไขฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรก่อนเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักทะเบียนกลางแล้วจึงดำเนินการตาม

(๕)”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๙๙/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๙๙/๑ บุคคลที่ถูกจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้านเนื่องจากมีชื่อ

และรายการในทะเบียนบ้านโดยมิชอบหรือโดยทุจริต หรือเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาล

ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔)

ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอ

หรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

เรียกหลักฐานคำสั่งศาลถอนคำสั่งเป็นคนสาบสูญ (กรณีผู้ขอเพิ่มชื่อเป็นคนสาบสูญ)

(๒)

สอบสวนเจ้าบ้าน ผู้ขอเพิ่มชื่อ บิดามารดาหรือญาติพี่น้อง (ถ้ามี)

และบุคคลที่น่าเชื่อถือรวมทั้งหลักฐานอื่น (ถ้ามี) เพื่อประกอบการพิจารณา

(๓)

รวบรวมหลักฐานทั้งหมดพร้อมความเห็นเสนอไปยังนายอำเภอท้องที่

ยกเว้นกรณีการเพิ่มชื่อคนสาบสูญให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

(๔)

เมื่อนายอำเภอพิจารณาอนุมัติ หรือนายทะเบียนพิจารณาอนุญาต แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนกำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามแบบพิมพ์ที่กำหนดในข้อ

๑๓๔ (๒๒) หรือข้อ ๑๓๔ (๒๔) แล้วแต่กรณี

(๕)

เพิ่มชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุในช่องย้ายเข้ามาจากว่า

“คำร้องที่... ลงวันที่... หรือหนังสือที่... ลงวันที่...” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้

(๖)

รายงานตามระเบียบ ฯ ข้อ ๑๓๒ (๕) หรือข้อ ๑๓๒ (๗) แล้วแต่กรณี”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐๓

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐๓ บุคคลที่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดโดยมีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่ง

หรือบิดาและมารดาเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย

หรือบุคคลที่ได้สัญชาติไทยโดยคำสั่งของรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ

และบุคคลที่ได้สัญชาติไทยโดยมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลถึงที่สุดขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน

(ท.ร. ๑๔) ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบพยานหลักฐานที่ผู้ขอเพิ่มชื่อนำมาแสดง

(๒)

สอบสวนเจ้าบ้าน บิดา มารดา

และบุคคลที่น่าเชื่อถือให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อตัว

ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด ชื่อและสัญชาติของบิดาและมารดา

รวมถึงสถานะทางกฎหมายในการอาศัยอยู่ในประเทศไทยของบิดาและมารดา เช่น

ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในประเทศไทยเพียงชั่วคราว หรือโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง

(๓)

ตรวจสอบรายการบุคคลกับฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของสำนักทะเบียนกลางว่าผู้ขอเพิ่มชื่อมีชื่อและรายการบุคคลอยู่ในทะเบียนบ้านแห่งอื่นหรือไม่

(๔)

เมื่อนายทะเบียนพิจารณาอนุญาต

ให้กำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เพิ่มชื่อตามแบบพิมพ์ที่กำหนดในข้อ

๑๓๔ (๒๒)

(๕)

เพิ่มชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร. ๑๔) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องย้ายเข้ามาจากว่า

“คำร้องที่… ลงวันที่…..” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้

(๖)

รายงานตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๒ (๕)”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๑๑/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๑๑๑/๑ เมื่อมีคำสั่งศาลให้ผู้ใดเป็นคนสาบสูญ

ให้เจ้าบ้านยื่นคำร้องเพื่อจำหน่ายรายการบุคคลตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่บุคคลนั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

เรียกและตรวจสอบหลักฐานคำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญ บัตรประจำตัวเจ้าบ้าน บัตรหรือสำเนาบัตรประจำตัวของคนสาบสูญ

(ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

(๒)

สอบสวนเจ้าบ้านและบุคคลที่น่าเชื่อถือให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคนสาบสูญ

(๓)

จำหน่ายชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านโดยหมายเหตุในช่องย้ายออกไปที่ว่า

“จำหน่ายตามคำร้องที่...ลงวันที่...” แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้

(๔)

รายงานตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๒ (๔)”

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑๕ (๓)

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๑๕/๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

“ข้อ ๑๑๕/๑ เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎร

ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑)

การแก้ไขรายการสัญชาติของเจ้าของประวัติซึ่งปรากฏรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรจากสัญชาติอื่นหรือไม่มีสัญชาติเป็นสัญชาติไทย

เนื่องจากการได้สัญชาติไทย หรือการคัดลอกรายการผิดพลาด

หรือการลงรายการผิดไปจากข้อเท็จจริง

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตรวจสอบพยานเอกสารและสอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงพร้อมทำความเห็นเสนอนายอำเภอท้องที่พิจารณา

และเมื่อนายอำเภอมีคำสั่งอนุญาต

ให้นายทะเบียนแก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำร้อง

(๒)

การแก้ไขรายการสัญชาติในช่องรายการสัญชาติของบิดาหรือมารดาของเจ้าของประวัติในเอกสารการทะเบียนราษฎรจากสัญชาติอื่นหรือไม่มีสัญชาติเป็นสัญชาติไทย

เนื่องจากการคัดลอกรายการผิดพลาด

หรือบิดามารดาได้รับสัญชาติไทยหรือได้แปลงสัญชาติเป็นไทย

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นตรวจสอบพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น

สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเดิมหรือหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติเป็นไทย เป็นต้น

และสอบสวนพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง

เมื่อพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อถือได้

ก็ให้แก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำร้อง

(๓)

การแก้ไขรายการสัญชาติจากสัญชาติไทย หรือจากไม่มีสัญชาติ

หรือจากสัญชาติอื่นเป็นสัญชาติอื่น เนื่องจากการคัดลอกรายการผิดพลาด

หรือการลงรายการผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือการเสียสัญชาติไทย

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นสอบสวนพยานหลักฐานและเมื่อพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อถือได้

ก็ให้แก้ไขรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำร้อง

กรณีได้รับแจ้งจากสำนักทะเบียนกลางหรือหน่วยงานของรัฐว่าผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดเสียสัญชาติไทยตามกฎหมายที่เกี่ยวด้วยสัญชาติ

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแก้ไขรายการสัญชาติของบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้าน

(ท.ร. ๑๔)

และแจ้งเจ้าบ้านให้นำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านมาแก้ไขรายการให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง

โดยให้หมายเหตุการแก้ไขไว้ในทะเบียนบ้านให้ชัดเจนด้วย

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้รายงานผู้อำนวยการทะเบียนกลางสั่งการเฉพาะกรณี”

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕๑

แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕๑

ให้สำนักทะเบียนกลางจัดทำทะเบียนราษฎรและจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามเอกสารการรายงานของสำนักทะเบียนที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้และเอกสารหลักฐานตามระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตัวบุคคลที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินงานการทะเบียนราษฎร

การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้มีรายการต่าง

ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

การคัดข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อนายทะเบียน

ณ สำนักทะเบียนที่จัดทำทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์แห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้

โดยให้นายทะเบียนคัดข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรได้เฉพาะรายการที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของสำนักทะเบียนกลางตามแบบ

ท.ร. ๑๒ ท้ายระเบียบนี้”

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกแบบพิมพ์ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร. ๔

ตอนหน้า) ตามข้อ ๑๓๔ (๘) ตามแบบท้ายระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้แบบพิมพ์ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร. ๔ ตอนหน้า)

ตามแบบท้ายระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เพิ่มแบบพิมพ์ตามท้ายระเบียบนี้เป็นแบบพิมพ์การทะเบียนราษฎรตามข้อ

๑๓๔ แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังนี้

“(๑๖/๑) ท.ร. ๑๒

เป็นแบบรับรองข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรที่คัดรายการจากฐานข้อมูลการทะเบียนของสำนักทะเบียนกลาง

(๑๙/๓)

ท.ร. ๒๖ เป็นแบบบัตรทะเบียนคนเกิด”

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕

สุจริต ปัจฉิมนันท์

ผู้อำนวยการทะเบียนกลาง

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร. 4 ตอนหน้า)

๒.

แบบรับรองข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลการทะเบียนของสำนักทะเบียนกลาง

(ท.ร. ๑๒)

๓.

แบบบัตรทะเบียนคนเกิด (ท.ร. 26)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริญสินีย์/ปรับปรุง

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗

[๑]

ราชกิจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๘๐ ง/หน้า ๕๘/๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e09adc2167d8c56a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com