ข้อ ๑๔
เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรอาจถูกสั่งให้ออกจากที่ดินได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีไม่ปฏิบัติตามความในข้อ ๘ หรือข้อ ๙
(๒) ไม่ชำระค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อ หรือค่าชดเชย
หรือค่าตอบแทน หรือค่าบริการใด ๆ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๓)
ไม่ทำประโยชน์ในที่ดินที่จังหวัดให้จนเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อแผนการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม
(๔) กระทำการฝ่าฝืนข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๒
หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ส.ป.ก.
หรือผิดสัญญาที่ทำกับ ส.ป.ก.
หรือไม่ปฏิบัติตามพันธะกรณีที่มีอยู่กับสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ
ส.ป.ก. โดยไม่มีเหตุอันควร หรือประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด
โดยประการที่แสดงให้เห็นว่าไม่สุจริตหรือแสดงตนเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เมื่อปฏิรูปที่ดินจังหวัดเห็นว่า
มีเหตุดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นให้มีหนังสือเตือนให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
ถ้าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด มีคำสั่งให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรพร้อมด้วยบริวารที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดในคำสั่ง
เว้นแต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรได้โอนการทำประโยชน์ในที่ดินไปยังบุคคลอื่นหรือละทิ้งที่ดินไปโดยไม่สามารถหาตัวได้พบ
หรือปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบในเรื่องที่ได้มีหนังสือเตือนแล้วซ้ำอีก
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรพร้อมด้วยบริวารออกจากที่ดินได้โดยไม่ต้องมีหนังสือเตือนและให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดแจ้งคำสั่งนั้นให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรทราบ
ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งคำสั่งตามวรรคสองให้เกษตรกรทราบได้ให้ปิดคำสั่งนั้นไว้
ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ
ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
และที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในหมู่บ้านแห่งท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
แห่งละหนึ่งฉบับ
หากเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรเห็นว่าคำสั่งให้ออกจากที่ดินนั้นไม่เป็นธรรมให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรนั้นยื่นอุทธรณ์ต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง
หรือวันที่ได้ปิดคำสั่งพร้อมทั้งแสดงหลักฐานอ้างอิงประกอบ
ในระหว่างการพิจารณาคำอุทธรณ์ให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดออกคำสั่งให้ออกจากที่ดินยังคงอยู่ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการจะมีคำวินิจฉัย
การสิ้นสิทธิและผลของการสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน