ข้อ ๑๐ ให้หน่วยงานจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็น ๒ ประเภท คือ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย และข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย
(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย คือ
ก. ข้อมูลข่าวสารที่ต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน สถานที่ที่ติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย การตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ข. ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู ได้แก่
๑. ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน
๒. นโยบายและการตีความที่ไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๓. แผนงาน โครงการ และงบประมาณ
๔. คู่มือ หรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงาน
๕. สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างถึงในราชกิจจานุเบกษา
๖. สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน และสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
๗. มติคณะรัฐมนตรี และมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี
๘. ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
ค. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานให้เปิดเผยได้เฉพาะกรณีดังนี้
๑. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของตนเพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานนั้น
๒. เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสาร
๓. เปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจด้านการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ
๔. เป็นการให้เพื่อการศึกษา วิจัย โดยไม่ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลใด
๕. เปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่เก็บรักษาเอกสารประวัติศาสตร์เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา
๖. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อการป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรือการฟ้องคดี
๗. เป็นการให้เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล
๘. เปิดเผยต่อศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย
๙. กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(๒) ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย คือ
ก. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ข. ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ได้แก่ ข้อมูลที่มีลักษณะดังนี้
๑. การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือการคลังของประเทศ
๒. การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรู้แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารหรือไม่ก็ตาม
๓. ความเห็น หรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการทำความเห็นคำแนะนำภายในดังกล่าว
๔. การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด
๕. รายงานการแพทย์ หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร
๖. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น
๗. กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา