法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒[๑]

เพื่อให้การจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานแก่ประชาชน เป็นไปด้วยความสะดวก เรียบร้อย รวดเร็ว ปลอดภัย และเกิดประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบกับข้อ ๔ แห่งประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารตามความในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

“หน่วยงาน”[๒] หมายความว่า สำนัก กอง กลุ่ม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากอง ในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการบริหารข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๓] ให้มีคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกอบด้วยรองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการเป็นผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในองค์กรเป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน ผู้อำนวยการกองแผนงานและสารสนเทศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้อำนวยการกองบริหารการคลัง ผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมาย ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ผู้อำนวยการสำนักงานรับรอง ความรู้ความสามารถ และผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกรรมการ

ให้เลขานุการกรม เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการกรมจำนวนหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๔] ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ออกประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งเกี่ยวกับการบริหาร การให้บริการข้อมูลข่าวสาร และการรับเรื่องราวร้องเรียน

(๒) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์พิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้

(๓) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทข้อมูลข่าวสาร ที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) สนับสนุน ส่งเสริม ให้มีการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๗) เชิญบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือชี้แจงแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

(๘) ดำเนินงานอื่นตามที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในการวินิจฉัยชี้ขาดที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ตามที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

การจัด การขอและการอนุญาตเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้หน่วยงานจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็น ๒ ประเภท คือ ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย และข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย คือ

ก. ข้อมูลข่าวสารที่ต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน สถานที่ที่ติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย การตีความ ทั้งนี้ เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ข. ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู ได้แก่

๑. ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

๒. นโยบายและการตีความที่ไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

๓. แผนงาน โครงการ และงบประมาณ

๔. คู่มือ หรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงาน

๕. สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างถึงในราชกิจจานุเบกษา

๖. สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน และสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

๗. มติคณะรัฐมนตรี และมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี

๘. ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

ค. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานให้เปิดเผยได้เฉพาะกรณีดังนี้

๑. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของตนเพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานนั้น

๒. เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสาร

๓. เปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจด้านการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่าง ๆ

๔. เป็นการให้เพื่อการศึกษา วิจัย โดยไม่ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลใด

๕. เปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่เก็บรักษาเอกสารประวัติศาสตร์เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา

๖. เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อการป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรือการฟ้องคดี

๗. เป็นการให้เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

๘. เปิดเผยต่อศาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย

๙. กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย คือ

ก. ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ข. ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน ได้แก่ ข้อมูลที่มีลักษณะดังนี้

๑. การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ หรือการคลังของประเทศ

๒. การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรู้แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารหรือไม่ก็ตาม

๓. ความเห็น หรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐในการดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการทำความเห็นคำแนะนำภายในดังกล่าว

๔. การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด

๕. รายงานการแพทย์ หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

๖. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น

๗. กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๕] บุคคลใดประสงค์จะขอตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้ยื่นคำขอต่อประธานกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมาย ตามแบบคำขอข้อมูลข่าวสารท้ายระเบียบนี้

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความควบคุมดูแลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เจ้าหน้าที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยตามข้อ ๑๐ ให้ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารตามหมายเรียกพยานเอกสารของศาล ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยและข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือเป็นเอกสารที่มีชั้นความลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความลับของราชการหรือมติคณะรัฐมนตรี ให้ส่วนราชการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมตินั้นก่อน และให้รายงานต่อประธานกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อทราบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้อมูลข่าวสารใด หากมีกฎหมาย ระเบียบอื่น หรือมติคณะรัฐมนตรี กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การให้บริการข้อมูลข่าวสารและสถานที่ให้บริการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานจัดรวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล เพื่อเผยแพร่ ขาย จำหน่าย จ่ายแจก ตรวจดู และศึกษาค้นคว้า ตลอดจนจัดหาสำเนา ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การบริการข้อมูลข่าวสารนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามคำแนะนำหรือความเห็นของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๑๔ โดยอนุโลม เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือเป็นเอกสารที่มีชั้นความลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๑ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การเรียกค่าธรรมเนียม ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้ข้าราชการที่รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นตั้งแต่ระดับ ๒ หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อพร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปี ให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๖] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การให้บริการข้อมูลข่าวสารของทุกหน่วยงาน ให้ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๗] ในการให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำแนะนำแก่ผู้มาติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร และควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ณ ห้องสมุด ชั้น ๙ อาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยให้สำนักงานเลขานุการกรม ดูแลศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

จาตุรนต์ อรรถวิภาคไพศาลย์

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑.[๘] แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑[๙]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มแบบคำขอข้อมูลข่าวสารท้ายระเบียบนี้ เป็นแบบคำขอข้อมูลข่าวสารท้ายระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๒

พิมพ์มาดา/จัดทำ

๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๔๙ ง/หน้า ๔๑/๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๒

[๒] ข้อ ๔ นิยามคำว่า “หน่วยงาน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๓] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๔] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๕] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๖] ข้อ ๑๗ ยกเลิกโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๗] ข้อ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๘] แบบคำขอข้อมูลข่าวสาร เพิ่มโดยระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๓๕ ง/หน้า ๑/๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ว่าด้วยการจัด การขอ การอนุญาต และการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e0c207f025a49b47

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com