法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.

๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”

หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

“คณะกรรมการคัดเลือก”

หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ

“สมาคมในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง” หมายความว่า

สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพทำการประมงในเขตประมงทะเลชายฝั่งเป็นปกติ

“สมาคมในด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง” หมายความว่า สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพทำการประมงในเขตประมงทะเลนอกชายฝั่งเป็นปกติ

“สมาคมในด้านการประมงน้ำจืด”

หมายความว่า

สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพทำการประมงในเขตประมงน้ำจืดเป็นปกติ

“สมาคมในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” หมายความว่า สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นปกติ

“สมาคมในด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ”

หมายความว่า สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพการแปรรูปสัตว์น้ำเป็นปกติ

“สมาคมในด้านการประมงนอกน่านน้ำไทย” หมายความว่า

สมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบอาชีพทำการประมงนอกน่านน้ำไทยเป็นปกติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการคัดเลือกจำนวนไม่เกินสิบเอ็ดคน

เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมและนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงที่รับผิดชอบงานด้านการประมง เป็นประธานกรรมการ

รองอธิบดีกรมประมง จำนวนสามคน เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กรมประมง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการประมง กรมประมง

ผู้อำนวยการกองพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง กรมประมง

ผู้แทนกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จำนวนหนึ่งคน

ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวนหนึ่งคน ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์

จำนวนหนึ่งคน และให้ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมประมง เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบคน

ให้คัดเลือกจากบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) ผู้แทนสมาคมในด้านการประมงทะเลชายฝั่ง

ด้านการประมงทะเลนอกชายฝั่ง ด้านการประมงน้ำจืด ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ด้านการแปรรูปสัตว์น้ำ และด้านการประมงนอกน่านน้ำไทย ด้านละหนึ่งคน

(๒)

ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จำนวนสองคน

(๓) นักวิชาการด้านการประมง จำนวนไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการคัดเลือกประกาศรับสมัครบุคคลผู้ประสงค์เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก

ระยะเวลาการรับสมัคร

และแบบใบสมัครให้เป็นไปตามประกาศรับสมัครของคณะกรรมการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้สมัครเท่านั้น

โดยผู้สมัครคนหนึ่งมีสิทธิสมัคร

เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านใดด้านหนึ่งตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๑) (๒) และ (๓)

ได้เพียงหนึ่งด้าน

กรณีไม่มีผู้มาสมัครด้านใดด้านหนึ่งหรือจำนวนผู้สมัครไม่ครบที่จะทำการคัดเลือก

ให้ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไปจนกว่าจะมีผู้สมัครครบจำนวนทุกด้าน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันสมัคร

(๓) มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ

และประสบการณ์ในด้านใดด้านหนึ่งตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๑) (๒) และ (๓)

(๔) เป็นผู้แทนของสมาคมด้านใดด้านหนึ่งตามที่กำหนดในข้อ ๕ (๑)

โดยมีหนังสือรับรองจากสมาคมดังกล่าว กรณีสมัครในฐานะผู้แทนสมาคม

(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๖) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือกรรมการ ที่ปรึกษา

หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

(๘) ไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

หรือหน่วยงานของเอกชนไล่ออก ปลดออก หรือเลิกจ้างเพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่

เพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ

(๙) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ในการสมัครผู้สมัครต้องรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน

พร้อมทั้งความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านที่ตนสมัคร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรมประมงเป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินงานเกี่ยวกับการรับสมัคร

การคัดเลือกและการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การส่งใบสมัคร

กระทำได้สองวิธีดังนี้

(๑) ยื่นใบสมัครโดยตรงที่กรมประมง

(๒) ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงกรมประมง

ในกรณีส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ จะถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราเป็นสำคัญ

หากล่วงเลยระยะเวลาที่กำหนด ใบสมัครนั้นจะไม่ได้รับการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้กรมประมงตรวจสอบคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครตามข้อ

๘ และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครด้านละหนึ่งบัญชีเสนอให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณา

กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครให้คณะกรรมการคัดเลือกเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่กรมประมงนำเสนอให้เหลือจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้านดังนี้

(๑) ผู้แทนสมาคมตามข้อ ๕ (๑) ด้านละไม่เกินสองคน

(๒)

ผู้มีความรู้หรือประสบการณ์ดำเนินงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามข้อ

๕ (๒) จำนวนไม่เกินสามคน

(๓) นักวิชาการด้านการประมงตามข้อ ๕ (๓) จำนวนไม่เกินสามคน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องมีกรรมการคัดเลือกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การลงคะแนนเพื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิให้ใช้วิธีลงคะแนนลับ

การประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง

คณะกรรมการคัดเลือกอาจเชิญผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์หรือชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาด้วยก็ได้

และให้พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อดังต่อไปนี้ด้วย คือ

(๑) วิสัยทัศน์

(๒) ประสบการณ์ทำงานและผลงาน

(๓) ความเชี่ยวชาญในงานด้านที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกทำการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่กรมประมงนำเสนอแล้วได้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ครบจำนวนหรือไม่ครบด้าน

ให้คณะกรรมการคัดเลือกประกาศรับสมัครบุคคลผู้ประสงค์เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม

ทั้งนี้

เฉพาะจำนวนที่ไม่ครบหรือด้านที่ไม่ครบ โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ ๕ ถึงข้อ ๑๓

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิได้แล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกรายงานผลการคัดเลือกไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามจำนวนที่กำหนดในข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระตามมาตรา

๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลง

โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการในข้อ ๕ ถึงข้อ ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หากวาระที่เหลืออยู่นั้นไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

ปีติพงศ์

พึ่งบุญ ณ อยุธยา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๐ สิงหาคม

๒๕๕๘

วริญา/ผู้ตรวจ

๒๐ สิงหาคม

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๘๘ ง/หน้า ๔/๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e123a5b83e160cab

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com