ข้อ 1 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทนิยามคําว่า “ใบแสดงสิทธิ” “หลักทรัพย์อ้างอิง” และ “บริษัทจดทะเบียน” ระหว่างบทนิยามคําว่า “ธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน” และ “ผู้ดูแลผลประโยชน์” ในข้อ 1 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 18/2545 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2545
““ใบแสดงสิทธิ” หมายความว่า ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (depositary receipt)
“หลักทรัพย์อ้างอิง” หมายความว่า หลักทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนและใช้เพื่อรองรับใบแสดงสิทธิ
“บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”
#### ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 3 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 18/2545 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 18/2546 เรื่อง การกําหนดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 3 ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้และตราสารการเงินอื่นที่บุคคลใดดังต่อไปนี้เป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมตลาดเงิน โดยมีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมตลาดเงิน ทั้งนี้ ให้นับตราสารแห่งหนี้และตราสารการเงินอื่นที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน ตามธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนรวมในอัตราส่วนการลงทุนดังกล่าวด้วย
(1) ตราสารแห่งหนี้ที่บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้ออก หรือเงินฝากที่บุคคลดังกล่าวรับฝากไว้
(ก) ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(ข) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
(ค) บริษัทเงินทุน
(ง) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
(จ) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
(2) พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก
(3) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ ที่บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดเป็นผู้ออก โดยมีบุคคลตาม (1) (ก) (ข) หรือ (ค) เป็นผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน
(4) ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือหุ้นกู้ ที่บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับการยอมรับจากสํานักงาน เป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน
(5) ตราสารแห่งหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน
(6) พันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ เป็นผู้ออกหรือผู้ค้ําประกัน โดยพันธบัตรหรือตราสารแห่งหนี้ หรือองค์การระหว่างประเทศที่เป็นผู้ออก ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสี่อันดับแรก (category) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงาน
(7) ใบแสดงสิทธิที่ผู้ออก หรือผู้ค้ําประกันหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นบุคคลตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (6)
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารพาณิชย์บริษัทเงินทุน หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้และตราสารการเงินอื่นตามวรรคหนึ่ง มีมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมตลาดเงิน และให้นับเงินฝากที่บุคคลดังกล่าวรับฝากไว้รวมในอัตราส่วนดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ ให้นับอัตราส่วนการลงทุนในตราสารแห่งหนี้และตราสารการเงินอื่นที่ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศหรือธนาคารต่างประเทศดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกัน และเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศดังกล่าวรวมกัน
การคํานวณอัตราส่วนการลงทุนตามวรรคสอง มิให้นับเงินฝากในบัญชีเงินฝากเพื่อการดําเนินงานของกองทุนรวมตลาดเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จํากัด (มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินของ 16 สถาบันการเงินเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จํากัด (มหาชน) และบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) ตามโครงการธนาคารกรุงไทยรับแลกเปลี่ยนตั๋วบริษัทเงินทุน 42 บริษัท(คปต. 42) รวมในอัตราส่วนดังกล่าว”