法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหา และการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหา และการเลือกสรรพนักงานราชการ

และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ[๑]

เพื่อให้กระบวนการสรรหาและการเลือกสรรบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับที่จะเข้ามาปฏิบัติงานเป็นพนักงานราชการ

เป็นไปอย่างมีระบบและเกิดประสิทธิภาพแก่งานของทางราชการ รวมทั้งการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการที่มีมาตรฐาน

คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา จึงเห็นสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ

และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ เพื่อเป็นมาตรฐานทั่วไปให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภานำไปปฏิบัติต่อไป

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๐ วรรคหนึ่ง และข้อ ๑๑ วรรคสอง

ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

(ก.ร.)จึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในระเบียบนี้

“การสรรหา” หมายความว่า

การเสาะแสวงหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและคุณสมบัติอื่นๆที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดจำนวนหนึ่ง

เพื่อทำการเลือกสรร

“การเลือกสรร” หมายความว่า

การพิจารณาบุคคลที่ได้ทำการสรรหาทั้งหมดและทำการคัดเลือกเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

“พนักงานราชการทั่วไป” หมายความว่า

พนักงานราชการในกลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิคกลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ

และกลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ

“พนักงานราชการพิเศษ” หมายความว่า

พนักงานราชการในกลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาดำเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานราชการโดยยึดหลักสมรรถนะ

ความเท่าเทียมในโอกาส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญด้วยกระบวนการที่ได้มาตรฐาน

ยุติธรรม และโปร่งใส เพื่อรองรับการตรวจสอบตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ดังนี้

(๑) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

โดยหน่วยงานการเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้แทนที่รับผิดชอบงานหรือโครงการของตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรจัดทำประกาศรับสมัคร

ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน กลุ่มงานตามลักษณะงาน ชื่อตำแหน่ง ความรับผิดชอบของตำแหน่ง

ระยะเวลาการจ้างค่าตอบแทนที่จะได้รับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและเลือกสรร

เกณฑ์การตัดสินและเงื่อนไข การจ้างอื่นๆ ตลอดจนกำหนดวันและเวลาของกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

และเสนอหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเพื่อประกาศให้ผู้มีสิทธิสมัครทราบ

ประกาศรับสมัครนั้น ให้ปิดไว้ในที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป

มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการก่อนกำหนดวันรับสมัคร

(๒) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดค่าสมัครสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

(๓) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดระยะเวลาในการรับสมัครได้ตามความเหมาะสมแต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า

๗ วันทำการ

(๔) หลักเกณฑ์การเลือกสรรบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้ยึดหลัก

“สมรรถนะ” ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งตามที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนด

ซึ่งประกอบด้วย

(ก) ความรู้ของบุคคลในเรื่องต่างๆ

ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

(ข) ความสามารถหรือทักษะเฉพาะของบุคคลในเรื่องต่างๆ

ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานและ

(ค) คุณลักษณะอื่นๆ

ของบุคคลซึ่งจำเป็นหรือเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน

(๕) ให้กำหนดคะแนนเต็มของสมรรถนะแต่ละเรื่องได้ตามความจำเป็นและความสอดคล้องกับตำแหน่งงาน

ทั้งนี้ สมรรถนะที่จำเป็นมากที่สุดควรมีน้ำหนักของคะแนนเต็มมากที่สุด

(๖) วิธีการประเมินสมรรถนะแต่ละเรื่อง

ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเป็นผู้กำหนด โดยสมรรถนะเรื่องหนึ่งสามารถประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินหลายวิธีการหรือสมรรถนะหลายๆ

เรื่องสามารถประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินวิธีเดียวกัน ตามที่เห็นว่าเหมาะสม และสอดคล้องกับการประเมินสมรรถนะดังกล่าว

ได้แก่การสอบข้อเขียน การทดสอบตัวอย่างงาน การสัมภาษณ์ การทดสอบด้วยสถานการณ์จำลอง

การตรวจสอบกับบุคคลที่อ้างอิง หรืออื่นๆ

ทั้งนี้ ได้กำหนดแบบตัวอย่าง การกำหนดและการประเมินสมรรถนะ

ดังเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

(๗) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจะกำหนดให้มีการประเมินสมรรถนะที่มีคะแนนเต็มมากที่สุดและประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะเฉพาะเรื่องนั้น

เพื่อเข้ารับการประเมินสมรรถนะในเรื่องที่เหลืออยู่ต่อไปก็ได้

(๘) เกณฑ์การตัดสินสำหรับผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะ

ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับตำแหน่งงาน

(๙) ภายหลังการประกาศรับสมัครแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร จำนวนไม่น้อยกว่า

๓ คน ประกอบด้วย

(ก) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

เป็นประธาน

(ข) ผู้แทนที่รับผิดชอบงานหรือโครงการของ เป็นกรรมการ

ตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรร

(ค) บุคลากรจากหน่วยงานการเจ้าหน้าที่ เป็นกรรมการ

และเลขานุการ

ในการเลือกสรรตำแหน่งที่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเห็นสมควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น

ทั้งจากภายในหรือภายนอกส่วนราชการสังกัดรัฐสภาร่วมเป็นคณะกรรมการ ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ

หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นเป็นคณะกรรมการด้วย

คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดในประกาศรับสมัคร

ภายใต้หลักการตามข้อ ๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อคณะกรรมการได้ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไปเสร็จสิ้นแล้วให้รายงานผลการดำเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเพื่อประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรและดำเนินการจัดจ้างต่อไป

ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรร

โดยกำหนดให้บัญชีมีอายุตามที่เห็นสมควร แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่า ๑ ปี

ในกรณีที่มีผู้ผ่านการเลือกสรรมากกว่าจำนวนอัตราว่าง

และภายหลังมีอัตราว่างในงานลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ซึ่งส่วนราชการสังกัดรัฐสภาพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถใช้บุคคลที่มีสมรรถนะในเรื่องเดียวกันได้

หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาก็อาจพิจารณาจัดจ้างผู้ผ่านการเลือกสรรจากบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการเลือกสรรที่ยังไม่หมดอายุก็ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาและผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการของตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรกำหนดขอบข่ายงานของตำแหน่ง

ชื่อตำแหน่ง คุณสมบัติของตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้างค่าตอบแทนที่จะได้รับ และเงื่อนไขการจ้างอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแสดงแหล่งข้อมูลที่จะสรรหาและเลือกสรร ได้แก่ สถาบันการเงิน

องค์การระหว่างประเทศ สมาคมอาชีพ สถานทูต ศูนย์ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่าง

ๆ ที่เคยจ้างบุคคลในงานประเภทเดียวกัน หรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร

(๒) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

หรือคณะกรรมการที่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งและผู้รับผิดชอบงานหรือโครงการ

ดำเนินการสรรหารายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมจากแหล่งข้อมูลที่กำหนดและเลือกสรรพนักงานราชการพิเศษจากรายชื่อดังกล่าวภายใต้หลักการในข้อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อส่วนราชการสังกัดรัฐสภาได้ชื่อผู้ผ่านการสรรหาและเลือกสรรเป็นพนักงานราชการพิเศษแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาดำเนินการจัดจ้างผู้นั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ได้รับการสรรหาและเลือกสรรให้เป็นพนักงานราชการจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภากำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับประกาศนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

โภคิน

พลกุล

ประธาน

ก.ร.

[เอกสารแนบท้าย]

๑ ตัวอย่างการกำหนดและการประเมินสมรรถนะ

๒ สัญญาจ้างพนักงานราชการ

๓ เอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างผนวก ก.

๔ เอกสารแนบท้ายสัญญาจ้างผนวก ข.

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ

๒๐

กันยายน ๒๕๔๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๘๑ ง/หน้า ๘/๑๐

กันยายน ๒๕๔๘

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหา และการเลือกสรรพนักงานราชการและแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e23297d3f8777cbc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com