ข้อ ๔ การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการทั่วไป ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ดังนี้
(๑) ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา
โดยหน่วยงานการเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้แทนที่รับผิดชอบงานหรือโครงการของตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรรจัดทำประกาศรับสมัคร
ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน กลุ่มงานตามลักษณะงาน ชื่อตำแหน่ง ความรับผิดชอบของตำแหน่ง
ระยะเวลาการจ้างค่าตอบแทนที่จะได้รับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาและเลือกสรร
เกณฑ์การตัดสินและเงื่อนไข การจ้างอื่นๆ ตลอดจนกำหนดวันและเวลาของกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
และเสนอหัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเพื่อประกาศให้ผู้มีสิทธิสมัครทราบ
ประกาศรับสมัครนั้น ให้ปิดไว้ในที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป
มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการก่อนกำหนดวันรับสมัคร
(๒) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดค่าสมัครสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
(๓) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาอาจกำหนดระยะเวลาในการรับสมัครได้ตามความเหมาะสมแต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า
๗ วันทำการ
(๔) หลักเกณฑ์การเลือกสรรบุคคลเพื่อปฏิบัติงานให้ยึดหลัก
สมรรถนะ ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งตามที่ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนด
ซึ่งประกอบด้วย
(ก) ความรู้ของบุคคลในเรื่องต่างๆ
ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
(ข) ความสามารถหรือทักษะเฉพาะของบุคคลในเรื่องต่างๆ
ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานและ
(ค) คุณลักษณะอื่นๆ
ของบุคคลซึ่งจำเป็นหรือเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน
(๕) ให้กำหนดคะแนนเต็มของสมรรถนะแต่ละเรื่องได้ตามความจำเป็นและความสอดคล้องกับตำแหน่งงาน
ทั้งนี้ สมรรถนะที่จำเป็นมากที่สุดควรมีน้ำหนักของคะแนนเต็มมากที่สุด
(๖) วิธีการประเมินสมรรถนะแต่ละเรื่อง
ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเป็นผู้กำหนด โดยสมรรถนะเรื่องหนึ่งสามารถประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินหลายวิธีการหรือสมรรถนะหลายๆ
เรื่องสามารถประเมินได้ด้วยวิธีการประเมินวิธีเดียวกัน ตามที่เห็นว่าเหมาะสม และสอดคล้องกับการประเมินสมรรถนะดังกล่าว
ได้แก่การสอบข้อเขียน การทดสอบตัวอย่างงาน การสัมภาษณ์ การทดสอบด้วยสถานการณ์จำลอง
การตรวจสอบกับบุคคลที่อ้างอิง หรืออื่นๆ
ทั้งนี้ ได้กำหนดแบบตัวอย่าง การกำหนดและการประเมินสมรรถนะ
ดังเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
(๗) ส่วนราชการสังกัดรัฐสภาจะกำหนดให้มีการประเมินสมรรถนะที่มีคะแนนเต็มมากที่สุดและประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะเฉพาะเรื่องนั้น
เพื่อเข้ารับการประเมินสมรรถนะในเรื่องที่เหลืออยู่ต่อไปก็ได้
(๘) เกณฑ์การตัดสินสำหรับผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะ
ให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภากำหนดตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับตำแหน่งงาน
(๙) ภายหลังการประกาศรับสมัครแล้ว
ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร จำนวนไม่น้อยกว่า
๓ คน ประกอบด้วย
(ก) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
เป็นประธาน
(ข) ผู้แทนที่รับผิดชอบงานหรือโครงการของ เป็นกรรมการ
ตำแหน่งที่จะสรรหาและเลือกสรร
(ค) บุคลากรจากหน่วยงานการเจ้าหน้าที่ เป็นกรรมการ
และเลขานุการ
ในการเลือกสรรตำแหน่งที่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาเห็นสมควรให้มีผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น
ทั้งจากภายในหรือภายนอกส่วนราชการสังกัดรัฐสภาร่วมเป็นคณะกรรมการ ให้หัวหน้าส่วนราชการสังกัดรัฐสภาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้นเป็นคณะกรรมการด้วย
คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดในประกาศรับสมัคร
ภายใต้หลักการตามข้อ ๓