ข้อ ๓
ให้ยกเลิกความในข้อ ๔.๒ แห่งประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน
เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทศิลปวัตถุ วัตถุมงคล
เหรียญ ธนบัตร และวัตถุมีค่า ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานจำนวน
๕๖ ราย ฉบับลงวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน
๔.๒ วิธีการชำระราคา
เว้นแต่ ปรส. โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐
จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น
๔.๒.๑ กรณีที่ทรัพย์สินราคาไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
บาทต่อรายการผู้ซื้อต้องชำระราคาเป็นเงินสด
หรือบัตรเครดิตโดยผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการใช้บัตร หรือเช็คธนาคาร (แคชเชียร์เช็ค)
หรือวิธีการอื่นที่ ปรส. อนุญาตเป็นรายกรณี ทั้งจำนวนในวันที่ประมูลได้
๔.๒.๒ กรณีที่ทรัพย์สินราคาสูงกว่า ๑๐,๐๐๐
บาทต่อรายการให้ผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายและวางมัดจำเป็นเงินสด
หรือบัตรเครดิตโดยผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการใช้บัตร หรือเช็คธนาคาร
(แคชเชียร์เช็ค) หรือวิธีการอื่นที่ ปรส. อนุญาตเป็นรายกรณี ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐ ของราคาขายแต่ต้องไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ บาท และผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑)
จะต้องนำเงินดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินภายในวันทำการแรกของธนาคารนับจากวันที่ประมูลได้
พร้อมทั้งนำส่งหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้นโดยไม่ชักช้า
๔.๒.๓ ภายใน ๗
วันทำการของธนาคารนับจากวันที่ประมูลได้ผู้ซื้อต้องชำระราคาส่วนที่เหลือทั้งหมดของราคาขาย
โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินที่ผู้ทำการได้แจ้งไว้พร้อมนำส่งหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้นโดยไม่ชักช้า
หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว
ให้ถือว่าผู้ซื้อยินยอมให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกเก็บค่าเสียหายจากการผิดนัดในอัตราร้อยละ
๑.๕ ของราคาขายต่อทรัพย์สินหนึ่งรายการต่อวัน หรือตามอัตราที่จะได้กำหนดขึ้นโดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา
๓๐ และได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม
หากผู้ซื้อไม่ชำระเงินตามวรรคก่อนไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ รวมทั้งเหตุสุดวิสัยภายใน ๓๐
วันนับจากวันที่ประมูลได้ ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในทรัพย์สินนั้น และไม่ติดใจเรียกร้องเอาคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมด
๔.๒.๔
กรณีที่ผู้ซื้อมิได้ชำระราคาส่วนที่เหลือและมิได้แจ้งเหตุข้ดข้องอันเป็นกรณีสุดวิสัยแก่ผู้ทำการภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ
๔.๒.๓ วรรคแรก ให้สถาบันการเงินมีสิทธิริบเงินมัดจำได้ โดยชำระค่าจ้าง
ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓.๔.๒ แก่ผู้ทำการ
๔.๒.๕ ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔.๒.๒ หรือ ๔.๒.๓
และไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องตามข้อ ๔.๒.๔ ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในทรัพย์สินนั้น
และยินยอมให้ผู้ทำการนำทรัพย์สินนั้นออกขายซ้ำอีกครั้ง
โดยให้ใช้ราคากลางใหม่ที่ผ่านการพิจารณาได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการตามมาตรา
๓๐