法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 6/2549 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 5)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สน. 6/2549

เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(ฉบับที่ 5)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 141(2) โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งตามมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 45 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับข้อ 16 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และข้อ 4(2) ข้อ 18(6) และข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 30/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สํานักงานออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ 14 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 14 ในการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย

(1) ข้อกําหนดหรือเงื่อนไขการซื้อหน่วยลงทุนขั้นต่ําของผู้ลงทุนแต่ละราย ต้องไม่กําหนดไว้สูงกว่าห้าหมื่นบาท

(2) ไม่จัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่เป็นกรณีดังต่อไปนี้

(ก) เป็นการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมวายุภักษ์ หรือ

(ข) บุคคลที่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนเป็นกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานเมื่อมีเหตุจําเป็นและสมควร

(3) กําหนดระยะเวลาการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกไม่ต่ํากว่าเจ็ดวัน

(4) ประชาสัมพันธ์การขายหน่วยลงทุนอย่างกว้างขวางเพื่อให้มีการกระจายข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยลงทุนต่อประชาชนอย่างแพร่หลาย

(5) จัดให้มีระบบในการจัดสรรหน่วยลงทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ซื้อหน่วยลงทุน

(6) การกําหนดเงื่อนไขหรือข้อสงวนสิทธิในการจําหน่ายหน่วยลงทุน ต้องไม่มีลักษณะเป็นการจํากัดกลุ่มผู้ลงทุนอันทําให้ไม่มีการกระจายการจําหน่ายหน่วยลงทุนอย่างเพียงพอ

ในกรณีที่มีบุคคลใดซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เสนอขายหน่วยลงทุนแก่ผู้ลงทุนในวงกว้างทั้งหมดเพื่อขายต่อ หรือเป็นการซื้อขายหน่วยลงทุนในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์แบบไม่เปิดเผยชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน (omnibus account) บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องจัดให้มีข้อกําหนดให้บุคคลนั้นปฏิบัติให้เป็นไปตาม (1) (2) (3) (4) และ (5) ด้วยโดยอนุโลม”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 14/1 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547

“ข้อ 14/1 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาความเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันตามประกาศนี้ ให้ถือว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันดังต่อไปนี้เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน

(1) บิดา มารดาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

(2) คู่สมรส

(3) นิติบุคคล และผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลนั้นซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือความเป็นหุ้นส่วนทั้งหมด แล้วแต่กรณี

(4) นิติบุคคล และนิติบุคคลอื่นซึ่งนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลอื่นนั้นเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของนิติบุคคลอื่นนั้นหรือความเป็นหุ้นส่วนทั้งหมดของนิติบุคคลอื่นนั้น แล้วแต่กรณี

(5) กองทุนส่วนบุคคลของบุคคลตาม (1)(2)(3) หรือ (4)”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (4) ในวรรคหนึ่งของข้อ 20 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547

“(4) ในกรณีที่เป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป มีการจัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ 14(2)

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 21/1 ข้อ 21/2 ข้อ 21/3 และข้อ 21/4 ในส่วนที่ 7 การสิ้นสุดลงของการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ของหมวด 1 หลักเกณฑ์ทั่วไป แห่งภาค 1 การจัดตั้งกองทุนรวมและการขายหน่วยลงทุน แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547

“ข้อ 21/1 สํานักงานอาจเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป หากปรากฏว่าบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นถือหน่วยลงทุนเกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้มาเพิ่มเติม

(2) เป็นการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์

(3) เป็นการถือหน่วยลงทุนโดยบุคคลตามข้อ 14(2)(ข)

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมรายงานต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่บริษัทรู้หรือควรรู้ถึงเหตุตาม (1)

มาตรา ข้อ 21/2

ข้อ 21/2 ในกรณีที่ปรากฏพฤติการณ์ว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการใด ๆ หรือบุคคลใดถือหน่วยลงทุนโดยรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่น อันเป็นการปกปิดหรืออําพรางลักษณะที่แท้จริงในการถือหน่วยลงทุนของบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดที่ประสงค์จะถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป สํานักงานอาจเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 21/3

ข้อ 21/3 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปเพื่อการแสวงหาประโยชน์จากการลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ หรือเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพย์สินหรือธุรกิจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด สํานักงานจะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทําการชี้แจง แสดงเหตุผล ข้อเท็จจริง และหลักฐานภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

(2) ในกรณีที่ไม่มีการชี้แจงตาม (1) หรือชี้แจงแล้วแต่ไม่อาจพิสูจน์หรือทําให้เชื่อได้ว่าการจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวเป็นการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง สํานักงานจะสั่งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมทําการแก้ไข หรือดําเนินการใด ๆ ภายในระยะเวลาที่กําหนด เพื่อให้กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง

(3) ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่สามารถดําเนินการตามที่สํานักงานสั่งตาม (2) หรือดําเนินการแล้วแต่ไม่สามารถทําให้กองทุนรวมนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง สํานักงานจะเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 21/4

ข้อ 21/4 เมื่อมีการเพิกถอนการอนุมัติตามข้อ 21/1 ข้อ 21/2 หรือข้อ 21/3 หากได้มีการเสนอขายหน่วยลงทุนแล้ว แต่ยังมิได้มีการจดทะเบียนกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมคืนเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุนและผลประโยชน์ใด ๆ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุน โดยให้นําความในวรรคสองของข้อ 20 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่หากมีการจดทะเบียนกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทดําเนินการให้มีการเลิกกองทุนรวมทันที”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 21/1 ข้อ 21/2 ข้อ 21/3 และข้อ 21/4 ในส่วนที่ 7 การสิ้นสุดลงของการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ของหมวด 1 หลักเกณฑ์ทั่วไป แห่งภาค 1 การจัดตั้งกองทุนรวมและการขายหน่วยลงทุน แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547

“ข้อ 21/1 สํานักงานอาจเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป หากปรากฏว่าบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดกองทุนรวมหนึ่งเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นถือหน่วยลงทุนเกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้มาเพิ่มเติม

(2) เป็นการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์

(3) เป็นการถือหน่วยลงทุนโดยบุคคลตามข้อ 14(2)(ข)

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมรายงานต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่บริษัทรู้หรือควรรู้ถึงเหตุตาม (1)

มาตรา ข้อ 21/2

ข้อ 21/2 ในกรณีที่ปรากฏพฤติการณ์ว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการใด ๆ หรือบุคคลใดถือหน่วยลงทุนโดยรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่น อันเป็นการปกปิดหรืออําพรางลักษณะที่แท้จริงในการถือหน่วยลงทุนของบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดที่ประสงค์จะถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป สํานักงานอาจเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 21/3

ข้อ 21/3 ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปเพื่อการแสวงหาประโยชน์จากการลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ หรือเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพย์สินหรือธุรกิจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด สํานักงานจะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทําการชี้แจง แสดงเหตุผล ข้อเท็จจริง และหลักฐานภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

(2) ในกรณีที่ไม่มีการชี้แจงตาม (1) หรือชี้แจงแล้วแต่ไม่อาจพิสูจน์หรือทําให้เชื่อได้ว่าการจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวเป็นการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง สํานักงานจะสั่งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมทําการแก้ไข หรือดําเนินการใด ๆ ภายในระยะเวลาที่กําหนด เพื่อให้กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง

(3) ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่สามารถดําเนินการตามที่สํานักงานสั่งตาม (2) หรือดําเนินการแล้วแต่ไม่สามารถทําให้กองทุนรวมนั้นเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปอย่างแท้จริง สํานักงานจะเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 21/4

ข้อ 21/4 เมื่อมีการเพิกถอนการอนุมัติตามข้อ 21/1 ข้อ 21/2 หรือข้อ 21/3 หากได้มีการเสนอขายหน่วยลงทุนแล้ว แต่ยังมิได้มีการจดทะเบียนกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมคืนเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุนและผลประโยชน์ใด ๆ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุน โดยให้นําความในวรรคสองของข้อ 20 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่หากมีการจดทะเบียนกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทดําเนินการให้มีการเลิกกองทุนรวมทันที”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ 42/5 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 23/2547 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 20/2548 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 4) ลงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 42/5 มิให้นําความในข้อกําหนดดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับกับกองทุนรวมอีทีเอฟ

(1) ข้อ 14(1) และข้อ 20(1)

(2) ข้อ 14(2) ข้อ 20(4) และข้อ 21/1 ทั้งนี้ เฉพาะก่อนและในวันที่เริ่มซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟในตลาดรอง เว้นแต่ในกรณีของกองทุนรวมอีทีเอฟที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคตามโครงการจัดตั้งกองทุนพันธบัตรเอเชียระยะที่สอง (Asian Bond Fund 2) ตามมติของที่ประชุมกลุ่มธนาคารกลางสมาชิก Executives’ Meeting of East Asia and Pacific Central Banks (EMEAP) มิให้นํามาใช้บังคับไม่ว่าในช่วงเวลาใด”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ผู้มีอํานาจลงนาม -

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป(retail fund) เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันเพียงรายใดรายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่กองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวได้รับดังนั้น เพื่อให้การจัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เป็นกองทุนรวมสําหรับผู้ลงทุนรายย่อยอย่างแท้จริง โดยบริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้มีวิชาชีพในการจัดการลงทุนเพื่อประโยชน์โดยรวมของผู้ลงทุนรายย่อยเหล่านั้น จึงจําเป็นต้องออกประกาศฉบับนี้

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สน. 6/2549 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 5) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e25a2d899b1107c0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com