法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. ๒๕๕๑

โดยที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคที่คณะกรรมการเห็นสมควรหรือมีผู้ร้องขอ

ตลอดจนปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายกำหนดให้ไว้เป็นอำนาจและหน้าที่

รวมทั้งแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเพื่อดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๐ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๑

เมษายน ๒๕๕๑ วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบและข้อบังคับอื่น ซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค” หมายความว่า

ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์

และเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สำนักงานกำหนด

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ”

หมายความว่า

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รับผิดชอบสำนวนคดี

“ผู้ประสานคดี” หมายความว่า

นิติกรหรือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดีมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดำเนินคดี

“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือผู้ได้รับมอบหมาย

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแต่งตั้ง

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนัก

ผู้อำนวยการกอง หรือผู้ได้รับมอบหมายอื่น ๆ ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“หน่วยงาน” หมายความว่า สำนัก กอง ส่วนหรือกลุ่มงาน

ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

“คดี” หมายความว่า

คดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

สารบบ และงานธุรการคดีแพ่ง ให้เป็นไปตามที่สำนักงานกำหนด

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์

และ

(๒) ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของสำนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอิสระในการดำเนินคดีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค

การดำเนินการอันเกี่ยวกับคดีที่เป็นไปในทางจำหน่ายสิทธิของผู้บริโภคที่ร้องเรียน

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบต้องนำเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ผู้บังคับบัญชามีอำนาจมอบหมายคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดีตลอดจนการควบคุม

ตรวจสอบ รวมทั้งการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ

ผู้บังคับบัญชาอาจกำหนดการแบ่งภาระหน้าที่และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบภายใต้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งปฏิบัติงาน

หรือช่วยกลั่นกรองงานเป็นการทั่วไป หรือเป็นการเฉพาะเรื่องก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุอันควร

ผู้บังคับบัญชามีอำนาจเรียกสำนวนคดีใดคดีหนึ่งมาตรวจสอบพิจารณาหรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคคนใดคนหนึ่งร่วมดำเนินคดี

หรือดำเนินคดีแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กล่าวถึงไว้

หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดที่จะต้องรีบปฏิบัติให้ทันกำหนดระยะเวลามิฉะนั้นจะเสียหายแก่คดี

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ ใช้ดุลพินิจพิจารณาปฏิบัติไปตามที่เห็นสมควรโดยไม่ให้เสียหายแก่คดี

และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว

การพิจารณาดำเนินการก่อนฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคดำเนินคดี

ให้หน่วยงานจัดส่งสำนวนคดีของผู้บริโภคทุกรายให้สำนักกฎหมายและคดีโดยมิชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดีมอบหมายให้ผู้ประสานคดีตรวจสอบสำนวนคดีและนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค

หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินการ

คำสั่งของผู้บังคับบัญชาถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

กรณีผู้บังคับบัญชามอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชามอบหมายเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบและให้ผู้ประสานคดีส่งสำนวนคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจพิจารณาสำนวนคดี

ในประเด็นแห่งคดีที่สำคัญ เช่น อายุความ เขตอำนาจศาล

มติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ข้ออ้าง ข้อเถียง พยานหลักฐาน

ประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และอื่น ๆ ที่จำเป็นในการวินิจฉัยคดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

สำนวนเรื่องใดที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้ดำเนินคดีและอยู่ระหว่างการทบทวนมติ

หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าคดีจะขาดอายุความฟ้องร้อง

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรีบดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีภายในกำหนดอายุความ

ทั้งนี้

จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาและต้องนำเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบในภายหลัง

ให้บันทึกในหน้าปกรายงานบัญชีสำนวนคดีว่าคดีขาดอายุความเมื่อใด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจเรียกบุคคลที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่คดีมาซักถามและบันทึกไว้ก็ได้

หรือจะเรียกให้ผู้เกี่ยวข้องในคดีส่งต้นฉบับเอกสารหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องแล้วก็ได้

และหากเอกสารใดที่เป็นตราสารซึ่งจะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร

ให้ผู้บริโภคดำเนินการจัดให้มีการปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามกฎหมาย

เอกสารใดที่ต้องส่งศาล

ให้บุคคลผู้เกี่ยวข้องจัดส่งต้นฉบับและให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทำสำเนาไว้ในสำนวน

๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคอื่นหรือผู้ประสานคดีดำเนินการตามขอบอำนาจและหน้าที่ของตนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีพยานวัตถุ

บันทึกรายละเอียดภาพถ่ายรับรองความถูกต้องและนำบัญชีพยานวัตถุรวมไว้ในสำนวนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณาเห็นว่าสำนวนคดีใดมีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะดำเนินคดีได้

ให้ร่างคำฟ้องพร้อมบัญชีระบุพยานเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาต่อไป

หากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีได้

หรือกรณีที่มีความเห็นแย้งกับมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติม

เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่องราว ร้องทุกข์จากผู้บริโภคพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

สำนวนคดีใดค้างดำเนินการหรือยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน ๑ เดือน

นับแต่วันที่ได้รับสำนวนคดี

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรายงานและชี้แจงเหตุขัดข้องต่อผู้บังคับบัญชา

เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้นำระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่าด้วยการปฏิบัติราชการ

เพื่อประชาชนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับ

การดำเนินคดีในศาล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลใด ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีในศาลนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอาจมอบหมายให้ผู้ประสานคดีหรือบุคคลอื่นใด

ยื่นคำคู่ความ บัญชีระบุพยานและเอกสารอื่นต่อศาล

รวมทั้งติดตามคำสั่งศาลคัดถ่ายคำพิพากษา คำเบิกความ และเอกสารอื่นจากศาลด้วย

การขอถ่ายสำเนาเอกสารจากศาล

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีและรับรองค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ในขณะยื่นคำฟ้องต่อศาลให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการขอให้ศาลออกหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องส่งให้แก่จำเลยเพื่อแก้คดี

โดยให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีและรับรองค่าใช้จ่ายไว้เป็นหลักฐาน

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบอ้างพยานหลักฐาน

ในบัญชีระบุพยาน ให้ครบถ้วนทุกประเด็นที่จะนำสืบสนับสนุนคำฟ้อง

รวมทั้งให้จัดทำสำเนาบัญชีระบุพยานและสำเนาพยานเอกสารเพื่อยื่นต่อศาลและส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามกฎหมายด้วย

และหากเห็นสมควรจะยื่นบัญชีระบุพยานไปพร้อมกับคำฟ้องด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

กรณีที่คู่ความอีกฝ่ายยื่นคำให้การ

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจสอบคำให้การและข้อเท็จจริง

กำหนดประเด็นและหน้าที่นำสืบ นำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

คดีที่มีการชี้สองสถานให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตรวจสอบการกำหนดประเด็นข้อพิพาทของศาลว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

หากพบว่าไม่ถูกต้องครบถ้วนก็ให้คัดค้านไว้ตามกฎหมาย และนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การติดต่อพยานบุคคลไปเบิกความที่ศาล

กรณีเป็นพยานนำให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบมีหนังสือแจ้งพยานให้ไปเบิกความที่ศาล

หรือกรณีเป็นพยานหมายให้ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายเรียกพยาน

โดยให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการ ส่งหมายเรียกให้แก่พยานและให้เบิกค่าใช้จ่ายในการส่งหมายเรียกตามแบบและวิธีการที่สำนักงานกำหนด

ในกรณีที่พยานได้รับหนังสือแจ้ง

หรือได้รับหมายเรียกโดยชอบแล้ว

แต่มิได้มาเป็นพยานศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณา

หากเห็นว่าพยานดังกล่าวเป็นพยานสำคัญในคดีก็ให้ขอศาลเลื่อนการพิจารณาคดีไปก่อน

แต่หากเห็นว่า พยานดังกล่าวไม่ใช่พยานสำคัญในคดี

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบงดการสืบพยานปากนั้น

หรือขอส่งเอกสารแทนการสืบพยานบุคคลได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเตรียมการสืบพยานบุคคล

พยานเอกสารและพยานวัตถุให้พร้อมก่อนวันนัดพิจารณา กรณีพยานบุคคลเป็นพยานหมาย

ให้เตรียมค่าป่วยการและค่าพาหนะพยานหรือค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อจ่ายให้แก่พยานตามคำสั่งศาลด้วย

ในการสืบพยาน

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบไปศาลทุกนัดและดำเนินการสืบพยานทุกประเด็นที่อยู่ในคำฟ้องและคำให้การ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การดำเนินกระบวนพิจารณาทุกครั้งให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบบันทึกรายละเอียดไว้ในรายงานการดำเนินคดี

ให้ได้ความเพียงพอที่จะทราบการดำเนินคดีครั้งใดหรือวันใด ได้จัดการเกี่ยวกับคดีอย่างไรบ้าง

ถ้าเหตุที่ได้จัดการไปนั้นสมควรจะให้ปรากฏถึงเจตนาเพื่อผลใด ๆ

ก็ให้บันทึกให้ปรากฏไว้และให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ถ้าเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบพิจารณาแล้วเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขอลดหนี้ลงบางส่วน

หรือขอผ่อนผันการชำระหนี้ หรือขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยมีเหตุอันสมควร

ให้เสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา

เพื่อมีหนังสือแจ้งข้อเสนอดังกล่าวให้ผู้บริโภคพิจารณาต่อไป

เมื่อผู้บริโภคตกลงประนีประนอมยอมความโดยแจ้งเงื่อนไขมาให้ทราบแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบตกลงประนีประนอมยอมความตามนั้น

หรือจะให้ผู้บริโภคหรือผู้แทนมาแถลงต่อศาลในวันประนีประนอมยอมความก็ได้

ในกรณีนี้ให้ผู้บริโภคหรือผู้แทนลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การดำเนินคดีในทางจำหน่ายสิทธิของผู้บริโภค

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

ผลการพิจารณาเป็นประการใด ให้ดำเนินการไปตามนั้น

และให้สำนักงานรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบควรแถลงการณ์ปิดคดี

เว้นแต่คดีที่มีเอกสารอ้างอิงมากหรือคดีที่มีทุนทรัพย์สูง

หรือคดีที่มีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายยุ่งยาก

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร

โดยเสนอร่างคำแถลงให้คณะอนุกรรมการพิจารณาก่อน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

เมื่อศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการขอคัดถ่ายคำพิพากษาประกอบสำนวนไว้ทุกเรื่อง

ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

พิพากษาไม่เต็มตามฟ้องหรือแพ้คดีในประเด็นใด ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบคัดถ่ายสำเนาคำเบิกความพยานและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ในการดำเนินคดี

เมื่อมีผู้บริโภคร้องขอและมีเหตุจำเป็นเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล

ขอให้นำวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามหมวด ๕

แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาใช้บังคับ

และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

อุทธรณ์และฎีกา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบไปฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลตามนัดทุกครั้ง

ในกรณีที่ยังไม่สามารถคัดคำพิพากษาหรือคำสั่งได้ในวันที่ศาลอ่านคำพิพากษากรณีที่ศาลพิพากษาให้ชนะคดีเต็มตามฟ้องให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบหรือผู้รับมอบฉันทะจดย่อคำพิพากษาหรือคำสั่ง

ในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้แพ้คดีทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจดย่อคำพิพากษาหรือประเด็นที่วินิจฉัยแห่งคดีพร้อมเหตุผลที่ให้แพ้คดีนั้น

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เมื่อศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเสนอสำนวนพร้อมความเห็นต่อคณะอนุกรรมการ

กรณีที่ศาลชั้นต้น

หรือศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์ชนะคดีโดยได้รับชำระหนี้เต็มตามฟ้อง

เป็นการสมประโยชน์ของผู้บริโภคและเป็นไปตามมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วนั้น

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อพิจารณาใช้สิทธิว่าจะสมควรอุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาหรือไม่

และรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทราบ

สำหรับกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีหรือพิพากษาให้โจทก์ได้รับชำระหนี้

ไม่เต็มตามฟ้องหรือคำพิพากษามีข้อแตกต่างไปจากมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและคดีไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยอุทธรณ์หรือฎีกานั้น

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบใช้ดุลพินิจเพื่อพิจารณาว่าจะใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาหรือไม่ประการใด

และนำเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป หากมีความเห็นประการใดให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการตามนั้น

และรายงานให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทราบ ทั้งนี้

หากเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบมีความเห็นควรอุทธรณ์หรือฎีกาให้เสนอร่างอุทธรณ์หรือร่างฎีกา

แล้วแต่กรณี ไปด้วย

ระหว่างรอผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอุทธรณ์หรือฎีกาให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้อุทธรณ์หรือฎีกาทุกคดี

โดยนำเสนอร่างอุทธรณ์หรือฎีกาให้คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา และให้นำความในหมวด ๒

และ ๓ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

การบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ในกรณีจำเป็นต้องดำเนินการบังคับคดีและศาลยังไม่ออกคำบังคับ

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบขอให้ศาลออกคำบังคับภายในกำหนด ๔๕ วัน

นับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง

เว้นแต่คดีถึงที่สุดหรือคดีที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี

ให้ขอออกคำบังคับภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

หรือวันที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขอทุเลาการบังคับคดี

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบคัดค้านการขอทุเลาการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

เมื่อระยะเวลาที่ศาลกำหนดให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ล่วงพ้นไปแล้วและลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีภายใน

๓๐ วัน นับแต่ล่วงพ้นระยะเวลาดังกล่าว เพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ในกรณีที่ศาลออกหมายบังคับคดี

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบส่งหมายบังคับคดีและสำนวนที่เกี่ยวข้องจำเป็นแก่การบังคับคดีให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดีพิจารณามอบหมายให้ผู้ประสานคดีเป็นผู้ดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของจำเลยเพื่อดำเนินการบังคับคดีต่อไป

ทั้งนี้

สำนักงานอาจมอบหมายให้ผู้บริโภค

หรือผู้มีส่วนได้เสียในคดีเป็นผู้ช่วยดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ในการดำเนินการบังคับคดี หากมีกระบวนการที่ต้องดำเนินการพิจารณาในชั้นศาล

ให้ผู้ประสานคดีนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้ดำเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ให้นำความในหมวด ๒ ๓ และ ๔

มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ในการดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทำความเห็นเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

การเบิกจ่ายเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการยืมเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามระเบียบว่าด้วยการยืมเงินราชการ

และกรณีต้องเดินทางไปดำเนินคดีนอกเขตท้องที่ให้ดำเนินการตามระเบียบของราชการที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเบิกเงินค่าใช้จ่ายเพื่อสำรอง

ในการดำเนินคดีได้ไม่เกินคดีละห้าพันบาท แต่เมื่อรวมกันทุกคดีให้เบิกเงินสำรองค่าใช้จ่ายได้รวมกันไม่เกินสองหมื่นบาท

การเบิกเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบเป็นผู้ยืมโดยความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาและให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายในแต่ละคดีไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลา

ทั้งนี้

ตามแบบและวิธีการที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

เมื่อคดีเสร็จกระบวนพิจารณาในศาลใดและไม่จำต้องดำเนินการอย่างใดต่อไปอีก

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบหักล้างทะเบียนเงินยืม

และจัดทำบันทึกแจ้งว่าคดีถึงที่สุดแล้วพร้อมส่งบัญชีค่าใช้จ่ายและเงินเหลือจ่าย

เพื่อหักล้างทะเบียนเงินยืมภายใน ๓๐ วัน

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบ

ได้ยืมเงินค่าใช้จ่ายไปแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบผู้นั้นจะต้องส่งมอบสำนวนคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้อื่นรับไปดำเนินการต่อ

ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบส่งมอบสำนวนคดี

และดำเนินการหักล้างทะเบียนเงินยืมให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕

วันนับแต่วันส่งมอบสำนวนคดี

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ในระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา หรือการดำเนินการบังคับคดี และมีกระบวนพิจารณาในชั้นศาลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายดำเนินคดีให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบดำเนินการตามความในหมวดนี้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

สำนวนคดีที่มีการดำเนินคดีถึงที่สุดให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคผู้รับผิดชอบทำความเห็นว่าสำนวนคดีนั้นควรทำลายหรือควรเก็บรอไว้ต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

การทำลายเอกสารตามวรรคแรก

ให้ดำเนินการตามระเบียบราชการว่าด้วยเรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การติดตาม การประเมินผล และการรายงานผลการปฏิบัติงาน

ให้ดำเนินการตามแบบและวิธีการที่สำนักงานกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ชูศักดิ์ ศิรินิล

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

คุณากร/ผู้จัดทำ

๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๗ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๐๖ ง/หน้า ๒๓/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่าด้วยการดำเนินคดีแพ่งแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในส่วนของข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e29f3377e4d195b8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com