法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ เพื่อให้การปฏิบัติงานพัสดุของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการจึงวางระเบียบไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแบบและวิธีปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

สำหรับกรณีที่เป็นการอนุมัติยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“การพัสดุ” หมายความว่า การจัดหา การควบคุมพัสดุ การจำหน่ายพัสดุ การจ้างที่ปรึกษา และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

“การจัดหา” หมายความว่า การซื้อ การจ้าง การเช่า การแลกเปลี่ยน และการดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุหรือบริการ แต่ไม่รวมถึงการจ้างที่ปรึกษา ผู้จัดการกองทุน ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินและการจัดทำเอง

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า การจ้างเหมาบริการที่ปรึกษา ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่น รวมทั้งการให้บริการด้านศึกษา สำรวจ ออกแบบ ควบคุมงานและการวิจัย

“กบข.” หมายความว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

“เจ้าหน้าที่จัดหา” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ในฝ่ายสนับสนุนทั่วไป หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากเลขาธิการให้เป็นเจ้าหน้าที่จัดหา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การจัดหาและการจ้างที่ปรึกษา ให้สนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศและกิจการของคนไทย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนต้องดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม เว้นแต่กรณีที่มีลักษณะเฉพาะอันเป็นการยกเว้นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ให้ผู้มีหน้าที่บันทึกหลักฐานในการดำเนินการ พร้อมทั้งระบุเหตุผลในการพิจารณาสั่งการในขั้นตอนที่สำคัญไว้เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การจัดหา และการจ้างที่ปรึกษา

หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การขออนุมัติหลักการในการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษา ให้หน่วยงานที่ต้องการใช้พัสดุหรือบริการจัดทำใบขอจัดหา ขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาในสายงานที่สังกัด เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่จัดหาเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การดำเนินการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษา ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายสนับสนุนทั่วไป เว้นแต่กรณีที่ระเบียบนี้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ หรือเลขาธิการได้พิจารณามอบหมายให้หน่วยงานอื่นดำเนินการจัดหาหรือจ้างที่ปรึกษาตามระเบียบนี้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อหน่วยงานนั้นดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว ให้จัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ก่อนการดำเนินการจัดหาและจ้างที่ปรึกษาทุกครั้ง ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจัดทำรายงานเสนอผู้มีอำนาจสั่งการตามแบบที่เลขาธิการกำหนด เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจสั่งการแล้ว จึงจะดำเนินการต่อไปได้

ในการจัดหาที่ต้องปฏิบัติเป็นปกติประจำ ผู้มีอำนาจสั่งการอาจพิจารณาให้ความเห็นชอบในลักษณะที่เป็นหลักการก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้ ให้เป็นอำนาจของผู้มีอำนาจสั่งการตามข้อ ๒๑

คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน ในการประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสองในสาม และในการพิจารณาของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากเป็นสำคัญ เว้นแต่การดำเนินการของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตามข้อ ๒๕ วรรคสอง ต้องเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการที่มาประชุม

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์แก่ กบข. ในการดำเนินการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษา จะแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มิใช่พนักงานของ กบข. ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิในงานที่จะจัดหาหรือจ้างที่ปรึกษาเป็นกรรมการด้วยก็ได้

วิธีการจัดหา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจัดหา กระทำได้ ๔ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา ได้แก่การจัดหาครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) วิธีสืบราคา ได้แก่การจัดหาครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) วิธีประกวดราคา ได้แก่การจัดหาครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกินกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๔) วิธีพิเศษ ได้แก่การจัดหาครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท และมีความจำเป็นเร่งด่วน หากล่าช้าจะเสียหายแก่ กบข. หรือมีความจำเป็นจะต้องจัดหาจากผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใดโดยเฉพาะ หรือการจัดหาจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้ผลิตพัสดุหรืองานจ้างนั้นเอง ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการจัดหาโดยวิธีพิเศษที่มีวงเงินเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อดำเนินการแล้วให้รายงานคณะกรรมการ กบข. ทราบด้วย

วิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจัดหาโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่จัดหาติดต่อและต่อรองราคากับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ให้บริการโดยตรง แล้วสรุปผลรายงานโดยพิจารณาถึงประโยชน์ของ กบข. เป็นสำคัญ เสนอผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาอนุมัติและออกใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง/ใบสั่งงานอื่น ๆ ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

กรณีที่เป็นการจัดหาที่มีวงเงินไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท หรือเป็นการซื้อจากห้างสรรพสินค้า งานนิทรรศการ ผู้ประกอบธุรกิจประเภทค้าส่ง หรือการจัดหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่จัดหาหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการจัดหาไปก่อนโดยไม่ต้องเสนอผู้มีอำนาจสั่งการตามวรรคหนึ่ง

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ให้รีบรายงานผู้มีอำนาจสั่งการในโอกาสแรกตามแบบที่เลขาธิการกำหนด เมื่อผู้มีอำนาจสั่งการเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม

วิธีสืบราคา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจัดหาโดยวิธีสืบราคา ให้เจ้าหน้าที่จัดหาสืบราคาจากผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ให้บริการโดยตรง อย่างน้อย ๓ ราย โดยให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ให้บริการ เสนอราคาตามรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่จัดหากำหนดให้

ผู้เสนอราคาแต่ละราย ไม่ต้องเสนอราคาพร้อมกัน แต่เจ้าหน้าที่จัดหาต้องรักษาข้อเสนอของรายที่เสนอมาก่อนเป็นความลับ

การพิจารณาตัดสินโดยปกติให้ถือคุณภาพของพัสดุหรือบริการ และราคาเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ให้บริการเสนอราคาไม่ถึง ๓ ราย หากมีเหตุผลความจำเป็น ก็ให้ดำเนินการต่อไปได้

เมื่อการดำเนินการได้ผลเป็นประการใด ให้เจ้าหน้าที่จัดหารายงานผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการสืบราคาที่มีวงเงินเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท จะต้องเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาผลการสืบราคาซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งขึ้นพิจารณาก่อน

วิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจัดหาโดยวิธีประกวดราคา ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปจะต้องเสนอผู้มีอำนาจสั่งการ เพื่อดำเนินการประกวดราคา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้

(๑) กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ หรือรูปแบบรายการละเอียด และเงื่อนไขในการประกวดราคาให้ชัดเจน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าแข่งขันราคาหรือแข่งขันคุณภาพได้อย่างเสรีและเป็นธรรม

(๒) ประกาศให้ผู้สนใจทราบอย่างกว้างขวาง

(๓) การพิจารณาตัดสิน ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งขึ้น

เมื่อการดำเนินการได้ผลเป็นประการใด ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคารายงานผ่านฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาต่อไป

วิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การจัดหาโดยวิธีพิเศษ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาโดยวิธีพิเศษเพื่อพิจารณาติดต่อและต่อรองราคากับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้ให้บริการโดยตรง

เมื่อการดำเนินการได้ผลเป็นประการใด ให้คณะกรรมการจัดหาโดยวิธีพิเศษรายงานผ่านฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาต่อไป

วิธีการจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การจ้างที่ปรึกษา กระทำได้ ๒ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลง ได้แก่

(๑.๑) การจ้างที่ปรึกษาที่มีค่างานไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท

(๑.๒) การจ้างที่ผู้มีอำนาจสั่งการเห็นสมควรให้จ้างที่ปรึกษารายเดิมเพื่อทำงานต่อเนื่อง

(๑.๓) การจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการตามที่ต้องการมีจำนวนจำกัด ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก และเป็นการจ้างที่มีค่าจ้างไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๑.๔) การจ้างที่คณะกรรมการ กบข. เห็นสมควรให้ใช้ที่ปรึกษารายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะ

(๒) วิธีคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ให้เจ้าหน้าที่จัดหาเป็นผู้ดำเนินการ ในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการจะแต่งตั้งคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษาเป็นผู้ดำเนินการก็ได้ และให้เจ้าหน้าที่จัดหา หรือคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษามีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษา

(๒) พิจารณาอัตราค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

(๓) พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดในสัญญา

เมื่อการดำเนินการได้ผลประการใด ให้เจ้าหน้าที่จัดหาหรือคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษารายงานผ่านฝ่ายสนับสนุนทั่วไป เพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการ และมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) พิจารณาจัดหารายชื่อที่ปรึกษา แล้วพิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติของที่ปรึกษาที่ตรงกับงานจ้างมากที่สุด จำนวน ๓ - ๖ ราย

(๒) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก ซึ่งโดยปกติจะให้ที่ปรึกษายื่นซองข้อเสนอเป็น ๒ ซอง คือ ซองข้อเสนอทางเทคนิค และซองข้อเสนอราคา การคัดเลือกจะพิจารณาจากข้อเสนอทางเทคนิคก่อน

(๓) ออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาตามรายชื่อที่คัดเลือกไว้ตาม (๑) โดยแจ้งให้ทราบหลักเกณฑ์ตาม (๒) ด้วย

(๔) พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย และจัดลำดับของผู้ที่ผ่านเกณฑ์ที่คณะกรรมการจ้างที่ปรึกษากำหนด

(๕) เปิดซองราคาของผู้ที่ได้รับการจัดลำดับที่หนึ่งถึงลำดับที่สามพร้อมกัน แล้วเลือกรายที่ยื่นข้อเสนอทางเทคนิคดีที่สุดลำดับที่หนึ่งมาเจรจาต่อรองราคาเป็นลำดับแรก หากเจรจาไม่ได้ผลให้ยกเลิกแล้วเจรจากับรายที่ยื่นข้อเสนอทางเทคนิคดีที่สุดรายถัดไปตามลำดับ

(๖) เมื่อเจรจาได้ที่ปรึกษารายที่เหมาะสมแล้ว ให้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดในสัญญา

(๗) เมื่อตัดสินให้ทำสัญญากับที่ปรึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ส่งคืนซองข้อเสนอราคาให้แก่ที่ปรึกษารายอื่นที่ได้ยื่นไว้โดยไม่เปิดซอง

เมื่อการดำเนินการได้ผลประการใด ให้คณะกรรมการจ้างที่ปรึกษารายงานผลการพิจารณาและความเห็น พร้อมเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดผ่านฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเพื่อนำเสนอผู้มีอำนาจสั่งการพิจารณาต่อไป

ผู้มีอำนาจสั่งการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การสั่งการในการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษา ให้เป็นอำนาจอนุมัติของผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เลขาธิการ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) คณะกรรมการ กบข. เกินกว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการจะมอบอำนาจให้แก่รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นก็ได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่การสั่งการในการจัดหาโดยวิธีพิเศษจะมอบอำนาจมิได้

การทำสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษา ให้ทำสัญญาเป็นภาษาไทยตามแบบที่เลขาธิการกำหนด โดยต้องมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา อันได้แก่ เงินสด แคชเชียร์เช็ค หนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ในอัตราร้อยละห้าของมูลค่าตามสัญญา

หลักประกันนี้ให้คืนแก่คู่สัญญาโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

(๒) กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ งานจ้างหรือบริการ พร้อมอัตราหรือจำนวนค่าปรับเป็นรายวัน

(๓) ในกรณีที่มีการขอรับเงินล่วงหน้า ให้มีเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของมูลค่าตามสัญญา แต่จะต้องมีหลักประกันตาม (๑) เป็นประกันการรับเงินล่วงหน้าในจำนวนที่เท่ากันด้วย

หลักประกันนี้ให้คืนแก่คู่สัญญา เมื่อ กบข. ได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าจากเงินที่จ่ายตามผลงานแต่ละงวดไว้ครบถ้วนแล้ว

ในกรณีที่เป็นการจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษาจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การระหว่างประเทศ หรือโดยปกติประเพณีทางการค้าในการจัดหาและการจ้างที่ปรึกษาบางประเภทที่ไม่อาจปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๓) ได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของเลขาธิการที่จะพิจารณาให้ทำสัญญา หรือให้จ่ายเงินล่วงหน้าได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องมีหลักประกัน

ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ แต่ต้องมีคำแปลตัวสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาเฉพาะที่สำคัญเป็นภาษาไทยไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษาที่มีวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถจัดส่งพัสดุ งานจ้างหรือบริการได้ ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือสั่งจ้าง หรือในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการเห็นสมควร จะทำใบสั่งซื้อหรือหลักฐานอื่นแทนการทำสัญญาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้ เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้ กบข. ต้องเสียประโยชน์ หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ กบข.

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา การต่ออายุสัญญา การขยายระยะเวลา การงดหรือลดค่าปรับหรือการเลิกสัญญา ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย แต่ถ้าการจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษานั้นมีมูลค่าตั้งแต่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป เมื่อได้ดำเนินการแล้ว ต้องรายงานให้คณะกรรมการ กบข. ทราบด้วย ส่วนกรณีที่มูลค่าการจัดหาหรือการจ้างที่ปรึกษาครั้งนั้นเกินอำนาจสั่งการและอนุมัติของเลขาธิการ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ กบข.

การตรวจรับพัสดุและบริการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การตรวจรับพัสดุและบริการ ให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายสนับสนุนทั่วไป ในกรณีที่ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเห็นว่าพัสดุหรืองานบริการใดสมควรจะต้องมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง ก็ให้เสนอผู้มีอำนาจสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างขึ้นดำเนินการ

การตรวจรับพัสดุและบริการจะต้องดำเนินการทันทีที่มีการส่งมอบ และตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด เมื่อตรวจรับถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง จัดทำใบตรวจรับ หรือลงนามในหลักฐานการตรวจรับอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และฝ่ายสนับสนุนทั่วไป ๑ ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงิน พร้อมรายงานผู้มีอำนาจสั่งการทราบ และส่งพัสดุให้กับฝ่ายสนับสนุนทั่วไปทันที

ถ้าพัสดุหรือบริการไม่ถูกต้อง และผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุหรือบริการได้ตามข้อกำหนดหรือสัญญาแล้วแต่กรณี ในกรณีที่ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเป็นผู้ตรวจรับ ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปรายงานพร้อมเสนอความเห็นไปยังผู้มีอำนาจสั่งการเพื่อพิจารณาสั่งการ สำหรับกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้ตรวจรับ ให้รายงานผ่านฝ่ายสนับสนุนทั่วไป เพื่อให้ทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจสั่งการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

การควบคุมพัสดุ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปจัดให้มีคลังพัสดุสำหรับพัสดุที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงานเป็นปกติประจำของ กบข. โดยจะต้องมีการสำรองพัสดุเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน และสอดคล้องกับการใช้งาน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ พัสดุของ กบข. ไม่ว่าจะได้มาด้วยประการใด ให้เจ้าหน้าที่คลังพัสดุทำทะเบียนคุมพัสดุ ตามแบบหรือวิธีการที่เลขาธิการกำหนด โดยมีหลักฐานการรับและการเบิกจ่ายไว้ประกอบรายการให้ครบถ้วน

กรณีพัสดุใช้คงรูปและมีราคาเกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท หรือพัสดุอื่นที่ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปเห็นสมควรควบคุมเป็นรายชิ้น ให้กำหนดให้มีหมายเลขพัสดุนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ พัสดุหรือทรัพย์สินใดที่เลขาธิการเห็นสมควรจัดทำสัญญาประกันวินาศภัย ก็จัดให้มีการทำสัญญาประกันวินาศภัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การให้ยืม หรือนำพัสดุไปใช้ภายนอก กบข. ให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์แก่ กบข. สมาชิก กบข. หรือทางราชการโดยตรง และเป็นอำนาจของเลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายที่จะพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้มีการตรวจสอบการรับ - จ่ายพัสดุ และพัสดุคงเหลือเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง

การจำหน่ายพัสดุ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ พัสดุที่หมดความจำเป็น หรือมีสภาพไม่เหมาะสมในการใช้งาน หรือหากใช้งานต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้รับ หรือชำรุดสูญหาย ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปดำเนินการจำหน่าย

ก่อนดำเนินการจำหน่าย ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริง แล้วรายงานเลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อทราบและสั่งการ เว้นแต่เป็นการชำรุดหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ ก็ให้บันทึกรับรองโดยไม่ต้องสอบข้อเท็จจริงก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การจำหน่ายพัสดุตามข้อ ๓๑ ให้ฝ่ายสนับสนุนทั่วไปกระทำโดยวิธีการขาย หรือแลกเปลี่ยน โดยให้นำหลักเกณฑ์การจัดหามาใช้โดยอนุโลม

ส่วนการจำหน่ายโดยวิธีการบริจาค ทำลาย หรือจำหน่ายเป็นสูญ ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ เว้นแต่การจำหน่ายที่มีมูลค่าปัจจุบันตามบัญชีเกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ กบข.

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕

สมใจนึก เองตระกูล

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

โสรศ/ผู้จัดทำ

๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๐

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๗๐ ง/หน้า ๑๘/๘ มิถุนายน ๒๕๕๐

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e2a4154ef1a5832b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com