ข้อ ๓ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น
(๗) ของข้อ ๓ ของระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.
๒๕๔๓
(๗) การจำหน่าย
ให้ดำเนินการหลังจากการตรวจสอบแล้วและพบว่าพัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
โดยให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานต่อเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาดแล้วไม่ได้ผลดี
ให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม
เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีการตกลงราคาโดยไม่ต้องกระทำโดยวิธีทอดตลาดก่อนก็ได้
การขายให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
รัฐวิสาหกิจหรือองค์การสาธารณกุศล ให้ขายโดยวิธีตกลงราคา
การขายครุภัณฑ์ที่ตุลาการศาลปกครองหรือข้าราชการฝ่ายศาลปกครองได้รับการจัดให้เฉพาะตัวตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
หรือหลักเกณฑ์ของทางราชการหรือของสำนักงานศาลปกครอง ยกเว้นรถประจำตำแหน่ง
ให้ขายแก่ผู้ครอบครองครุภัณฑ์คนสุดท้ายที่ประสงค์จะซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าว
โดยวิธีตกลงราคาในราคาไม่ต่ำกว่าราคาขั้นต่ำ
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองกำหนด
(ข) แลกเปลี่ยน
(ค) โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ
หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
รัฐวิสาหกิจหรือองค์การสาธารณกุศล ทั้งนี้
ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย
(ง) แปรสภาพหรือทำลาย
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองกำหนด
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง โดยปกติให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
นับแต่วันที่เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองสั่งการ
และให้รายงานเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองทราบ
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘
หัสวุฒิ
วิฑิตวิริยกุล
ประธานศาลปกครองสูงสุด
ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๙ มกราคม ๒๕๕๘
วิศนี/ผู้ตรวจ
๒ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๕๑/๒๗ มกราคม ๒๕๕๘