法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่จังหวัดสงขลา

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่จังหวัดสงขลา

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่จังหวัดสงขลา เพื่อประโยชน์แห่งการผังเมืองและการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีกหรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“ระดับพื้นดิน” หมายความว่า ระดับพื้นดินที่ก่อสร้างกรณีไม่มีการถมดิน หรือระดับพื้นดินที่ก่อสร้างกรณีมีการถมดินที่ไม่สูงกว่าระดับถนนที่อยู่ใกล้ที่สุด หรือระดับถนนกรณีมีการถมดินสูงกว่าระดับถนนที่อยู่ใกล้ที่สุด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้คำนวณเฉพาะพื้นที่อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเท่านั้น โดยไม่ต้องนำพื้นที่เก็บสินค้า พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ส่วนอื่นที่อยู่ภายในอาคารมารวมคำนวณด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กำหนดให้ท้องที่จังหวัดสงขลา เว้นแต่พื้นที่ตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง โดยห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่การก่อสร้างอาคารตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔ และข้อ ๕

(๑) กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลบ่อยาง ตำบลเขารูปช้าง ตำบลเกาะแต้ว ตำบลพะวง และตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๔๗

(๒) กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสะเดา ตำบลปริก ตำบลสำนักแต้ว และตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๔๗

(๓) กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลชิงโค ตำบลหัวเขา และตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร และตำบลบ่อยาง ตำบลเกาะยอ ตำบลเขารูปช้าง และตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๔๗

(๔) กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลน้ำน้อย ตำบลคูเต่า ตำบลท่าข้าม ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลคลองแห ตำบลคลองอู่ตะเภา ตำบลหาดใหญ่ ตำบลคอหงส์ ตำบลควนลัง ตำบลฉลุง ตำบลทุ่งตำเสา และตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ ตำบลแม่ทอม และตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ และตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ภายในท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกระแสสินธุ์ อำเภอกระแสสินธุ์

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลทุ่งลาน อำเภอคลองหอยโข่ง

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลควนเนียง อำเภอควนเนียง

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลจะนะ อำเภอจะนะ

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ

(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเทพา อำเภอเทพา

(๑๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลลำไพล อำเภอเทพา

(๑๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาทวี อำเภอนาทวี

(๑๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาทวีนอก อำเภอนาทวี

(๑๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ

(๑๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ

(๑๕) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา

(๑๖) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ

(๑๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ

(๑๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาสีทอง อำเภอรัตภูมิ

(๑๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด

(๒๐) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปากแตระ อำเภอระโนด

(๒๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลระโนด อำเภอระโนด

(๒๒) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา

(๒๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคลองแงะ อำเภอสะเดา

(๒๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา

(๒๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา

(๒๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสทิงพระ อำเภอสทิงพระ

(๒๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย

(๒๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลชะแล้ อำเภอสิงหนคร

(๒๙) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่

(๓๐) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองควนลัง อำเภอหาดใหญ่

(๓๑) ในท้องที่เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่

(๓๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่

(๓๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่

(๓๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่

(๓๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านไร่ อำเภอหาดใหญ่

(๓๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้

๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตร ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓) มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร และมีที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของที่ว่างดังกล่าว

๔) มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕ ต่อ ๑

๕) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๖) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗) อาคารต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร และหากอาคารมีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ระยะห่างดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๘) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

๙) ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ทั้งนี้ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยา ให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายในท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์

(๒) ในท้องที่ตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์

(๓) ในท้องที่ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง

(๔) ในท้องที่ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง

(๕) ในท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง

(๖) ในท้องที่ตำบลขุนตัดหวาย อำเภอจะนะ

(๗) ในท้องที่ตำบลคู อำเภอจะนะ

(๘) ในท้องที่ตำบลแค อำเภอจะนะ

(๙) ในท้องที่ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ

(๑๐) ในท้องที่ตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ

(๑๑) ในท้องที่ตำบลน้ำขาว อำเภอจะนะ

(๑๒) ในท้องที่ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ

(๑๓) ในท้องที่ตำบลสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ

(๑๔) ในท้องที่ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา

(๑๕) ในท้องที่ตำบลเทพา อำเภอเทพา

(๑๖) ในท้องที่ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา

(๑๗) ในท้องที่ตำบลปากบาง อำเภอเทพา

(๑๘) ในท้องที่ตำบลวังใหญ่ อำเภอเทพา

(๑๙) ในท้องที่ตำบลสะกอม อำเภอเทพา

(๒๐) ในท้องที่ตำบลคลองกวาง อำเภอนาทวี

(๒๑) ในท้องที่ตำบลฉาง อำเภอนาทวี

(๒๒) ในท้องที่ตำบลท่าประดู่ อำเภอนาทวี

(๒๓) ในท้องที่ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี

(๒๔) ในท้องที่ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี

(๒๕) ในท้องที่ตำบลปลักหนู อำเภอนาทวี

(๒๖) ในท้องที่ตำบลสะท้อน อำเภอนาทวี

(๒๗) ในท้องที่ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด

(๒๘) ในท้องที่ตำบลแดนสงวน อำเภอระโนด

(๒๙) ในท้องที่ตำบลตะเครียะ อำเภอระโนด

(๓๐) ในท้องที่ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด

(๓๑) ในท้องที่ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด

(๓๒) ในท้องที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด

(๓๓) ในท้องที่ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด

(๓๔) ในท้องที่ตำบลพังยาง อำเภอระโนด

(๓๕) ในท้องที่ตำบลระโนด อำเภอระโนด

(๓๖) ในท้องที่ตำบลระวะ อำเภอระโนด

(๓๗) ในท้องที่ตำบลวัดสน อำเภอระโนด

(๓๘) ในท้องที่ตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ

(๓๙) ในท้องที่ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ

(๔๐) ในท้องที่ตำบลท่าชะม่วง อำเภอรัตภูมิ

(๔๑) ในท้องที่ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ

(๔๒) ในท้องที่ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ

(๔๓) ในท้องที่ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ

(๔๔) ในท้องที่ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ

(๔๕) ในท้องที่ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ

(๔๖) ในท้องที่ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ

(๔๗) ในท้องที่ตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ

(๔๘) ในท้องที่ตำบลบ่อดาน อำเภอสทิงพระ

(๔๙) ในท้องที่ตำบลบ่อแดง อำเภอสทิงพระ

(๕๐) ในท้องที่ตำบลสนามชัย อำเภอสทิงพระ

(๕๑) ในท้องที่ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย

(๕๒) ในท้องที่ตำบลจะแหน อำเภอสะบ้าย้อย

(๕๓) ในท้องที่ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย

(๕๔) ในท้องที่ตำบลบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย

(๕๕) ในท้องที่ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย

(๕๖) ในท้องที่ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๔ (ก) ๑) ถึง ๙)

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้

๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตร ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

๓) มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร และมีที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของที่ว่างดังกล่าว

๔) มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕ ต่อ ๑

๕) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๖) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗) อาคารต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร และหากอาคารมีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ระยะห่างดังกล่าวต้องไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๘) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร ๑,๐๐๐ ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คันต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๙) ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

ในกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลใดได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล หรือได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยให้มีการเปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมือง หรือได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลนคร ตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติม แล้วนั้นให้สามารถก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร โดยในกรณีที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๔ (ก) ๑) ถึง ๙)

ทั้งนี้ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้แต่ห้ามดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ภวรรณตรี/จัดทำ

๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

พิมพ์มาดา/ตรวจ

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๕๗ ง/หน้า ๒๐/๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่จังหวัดสงขลา (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e37c5c96dbba805d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com