法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดศาลแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

(ฉบับที่ ๓)

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยได้รับอนุมัติจากประธานศาลฎีกา ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒

ในกรณีที่โจทก์มาแจ้งความจำนงว่าจะแถลงข้อหาด้วยวาจา ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจออกนั่งฟังคำแถลงด้วยวาจา

และสอบถามเพิ่มเติมตามที่จำเป็น แล้วบันทึกไว้ในแบบพิมพ์ รง. ๑ หรือ รง. ๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๖ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

“การกระทำหรือออกคำสั่งใด ๆ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๘ ผู้พิพากษาของศาลแรงงานอาจกระทำหรือออกคำสั่ง ณ ศาลใด ๆ

ที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ได้ แล้วแจ้งไปยังศาลแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดหรือศาลที่จะมีการนั่งพิจารณาคดีนั้นเพื่อให้คู่ความทราบ”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๗

ให้จ่าศาลเป็นผู้ออกหนังสือเชิญผู้พิพากษาสมทบมานั่งพิจารณาคดี

ในกรณีรีบด่วนจะติดต่อเชิญทางโทรศัพท์หรือทางโทรสารหรือโดยวิธีอื่นทำนองเดียวกันก็ได้

หากผู้พิพากษาสมทบคนใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค

กำหนดตัวให้มานั่งพิจารณาคดีมีความจำเป็นจะมาศาลไม่ได้ ให้จ่าศาลติดต่อเชิญผู้พิพากษาสมทบซึ่งได้กำหนดสำรองไว้สำหรับคดีนั้น

ถ้าไม่มีการกำหนดผู้พิพากษาสมทบสำรองไว้ ก็ให้รีบรายงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวพิพากษาสมทบคนอื่นแทน”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้เพิ่มหัวข้อการปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงาน และเพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ

๘/๑, ข้อ ๘/๒ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานภายใต้หัวข้อดังกล่าว

“การปฏิบัติหน้าที่ของนิติกรศาลแรงงาน

มาตรา ข้อ ๘/๑

ข้อ ๘/๑

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคอาจมอบหมายให้นิติกรศาลแรงงานปฏิบัติหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่ความก่อนผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาโดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคกำหนด

มาตรา ข้อ ๘/๒

ข้อ ๘/๒

ในวันนัดพิจารณาที่ศาลกำหนด ผู้พิพากษาอาจสั่งให้คู่ความไปพบนิติกรศาลแรงงานก่อนเพื่อจัดให้เจรจาตกลงกัน

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันได้

ให้นิติกรศาลแรงงานช่วยเหลือคู่ความในการจัดทำคำร้องขอถอนฟ้องหรือสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วรีบนำเสนอศาลเพื่อพิจารณาต่อไป

ในกรณีที่คู่ความตกลงกันไม่ได้

ให้นิติกรศาลแรงงานรีบนำคู่ความไปพบศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙

เมื่อศาลแรงงานได้พยายามไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแล้ว

แต่คู่ความไม่อาจตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้

และศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ให้ศาลสอบถามคู่ความอันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นเป็นข้ออ้าง

ข้อเถียงและพยานหลักฐานที่ได้เสนอไว้ในบัญชีระบุพยาน

คู่ความต้องตอบคำถามดังกล่าวของศาล ถ้าคู่ความไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงใดหรือปฏิเสธข้อเท็จจริงใด

โดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง ให้ศาลบันทึกไว้ แต่ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งในขณะนั้นศาลอาจสั่งให้คู่ความผ่านนั้นตอบหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้

ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น

ส่วนข้อเท็จจริงใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง

แต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่ยอมรับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความให้ศาลกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทและกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้

กระบวนพิจารณาตามข้อนี้ ให้ศาลจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วอ่านให้คู่ความฟัง

และให้ลงลายมือชื่อไว้ หากคู่ความไม่ยอมลงลายมือชื่อก็ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงานและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ศาลแรงงานสั่งให้มีการสืบพิจารณา ศาลจะสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้าง

แล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้

หรือให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นบัญชีระบุพยานซึ่งแสดงเอกสารหรือสภาพเอกสารที่อ้างอิง

รายชื่อที่อยู่ บุคคล วัตถุ หรือสถานที่ซึ่งคู่ความนั้นระบุอ้างเป็นพยานหรือขอให้ศาลไปตรวจหรือขอให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญ

แล้วแต่กรณี ต่อศาลในวันนั้น หรือภายในกำหนด ๗ วันก็ได้

คู่ความใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมต้องแสดงเหตุอันสมควรว่าตนไม่สามารถทราบว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตนหรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใดคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำแถลงขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นพร้อมกับบัญชีระบุพยานและสำเนาบัญชีระบุพยานต่อศาลได้ก่อนพิพากษาคดี

ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม

จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้นก็ให้ศาลอนุญาตตามคำแถลง

ในกรณีที่คู่ความอ้างพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ

ให้ศาลสอบถามคู่ความแต่ละฝ่ายถึงความสำคัญและความจำเป็นของพยานหลักฐานที่ประสงค์จะสืบว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดีหรือไม่เพียงใด

หากพยานหลักฐานใดฟุ่มเฟือยเกินสมควร หรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็นแห่งคดี

ให้ศาลงดสืบพยานหลักฐานเช่นว่านั้น หากพยานหลักฐานใดเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีหรือศาลเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องนำสืบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความแต่ละฝ่ายนำพยานหลักฐานเหล่านั้นมาสืบโดยอาจกำหนดวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายไว้ล่วงหน้าจนเสร็จคดี

ถ้าคู่ความได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดหรือบางส่วนมาศาลและพร้อมที่จะสืบได้ในวัดนัดพิจารณาให้ศาลดำเนินการสืบพยานไปทันที

เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้คัดค้านเสียก่อนเริ่มต้นสืบพยาน

ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานได้ในวันนั้นก็ให้ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป

ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานในวันนัดพิจารณาตามวรรคสี่ได้

ศาลแรงงานอาจให้คู่ความส่งบรรดาพยานหลักฐานทั้งหมดที่ประสงค์จะใช้เป็นพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในความครอบครองของตน

หรือขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกส่งต่อศาลก่อนวันนัดสืบพยาน”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๐/๑ แห่งข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน

“ข้อ ๑๐/๑

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสืบพยาน ศาลอาจนัดพร้อมคู่ความก่อนวันนัดสืบพยาน

เพื่อให้คู่ความนำพยานหลักฐานที่ประสงค์จะอ้างเป็นพยานหลักฐานที่อยู่ในความครอบครองและสามารถนำมาศาลได้ไปพบนิติกรศาลแรงงาน

ให้นิติกรศาลแรงงานตรวจรับพยานหลักฐานที่คู่ความนำมายื่น

หรือที่อยู่ในความครอบครองนำส่งตามคำสั่งศาลและจัดเตรียมพยานหลักฐานดังกล่าวตามลำดับก่อนหลังที่คู่ความประสงค์จะสืบแล้วนำเสนอศาลเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓

วิรัตน์ ลัทธิวงศกร

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง

ภิรมย์พร/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

๑๐ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนพิเศษ ๑๐๗

ง/หน้า ๙/๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๓

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดศาลแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e3d3c61d9c79b52d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com